ธรรมรัก
ความจริงที่เป็นไปของลมหายใจสุข - ทุกข์

     

  

         ใครที่ไม่เคยหยุดคิด รู้สึกตัว และใคร่ครวญตนเอง ลองอ่านดู....

เรื่องมีอยู่ว่า...ช่วงท้ายปี 2549 ที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้หยุด

หยุดในที่นี้คือ ได้นั่งคิด ทบทวนชีวิตของตัวเองอย่างเงียบๆ ตั้ง 10 กว่าวัน - เวลา 10 วัน สำหรับหยุดขยับการทำอะไรมากมาย เป็นเวลาที่มีค่ามากๆ แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องด่วนที่ต้องทำ แต่ก็เป็นเรื่องสำคัญต่อชีวิตของผมมากทีเดียว

          ว่าสำหรับ งานด่วนๆ งานสำคัญๆ

ทุกวันนี้ ผู้คนมักไม่ค่อยให้ความสนใจกับงานไม่ด่วน แต่สำคัญสักเท่าไหร่ เมื่อเทียบกับงานด่วน แต่สำคัญ” “งานด่วน แต่ไม่สำคัญและงานไม่ด่วน และไม่สำคัญ

           งานไม่ด่วนแต่สำคัญ เช่น การหยุดทบทวนตัวเอง การศึกษาธรรมะ การพัฒนาคุณค่าด้านในจิตใจตัวเอง ส่วนงานอื่นๆ ที่แตกต่างๆ เช่น ทำรายงานส่งองค์กร ประชุมเช้าเย็น ตอบอีเมล์ เดินห้าง ดื่มกินสังสรรค์กับเพื่อนฝูง เดินทางท่องเที่ยว จัดค่ายต่างๆ น่าจะอยู่ในงานประเภทหลังๆ

 ที่ว่าอย่างนี้ไม่ใช่ว่าไม่ดี
           แต่ว่าเวลา 10 วันที่ผ่านมาของผม เป็นงานไม่ด่วนแต่สำคัญมากๆ เพราะผมเคยคิดว่าอยากหยุดทำงานและหาโอกาสให้มีเวลาเงียบๆ อยู่กับตัวเอง ไม่ทำอะไร นั่งคิด ทบทวน ชีวิตเรื่องราวต่างๆ ที่ผ่านมา ทบทวนตัวเอง ภายหลังจากที่ทำงานหนักๆ มานาน และไม่ค่อยดูแลร่างกายตัวเอง โทรมอย่างไรก็อย่างนั้น เจอใครก็เหนื่อยโทรม เพราะมัวแต่ทำงานเพื่อคนอื่น แต่ไม่ค่อยให้เวลากับตัวเองเลยแม้แต่น้อย

           พอได้มีโอกาสคิดและทบทวนชีวิตของตัวเอง ผ่านการปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ซึ่งเป็นการปฏิบัติตามแนวทางการสอนโดยท่านอาจารย์โกเอ็นก้า (ดูรายละเอียดที่ www.dhammathai.net ) ก็รู้ว่าจิตในเบื้องลึกเข้ามาอีกนิดนั้น ตัวเราจริงๆ เป็นอย่างไร ชีวิตเราคืออะไร คำถามต่างๆ มากมาย ความทรงจำอันแสนเจ็บปวด ปมด้อย กิเลสที่มีอยู่ในตัวเราที่ได้เฝ้าดูตลอดเวลาการปฏิบัติ ทำให้รู้ตัวเองและยอมรับความเป็นจริงที่ปรากฏอยู่ได้มากทีเดียว

           ความอ่อนแอ ปรากฏขึ้น ผ่านน้ำตาที่ไหลออกจากดวงตาทั้งสองข้าง ความเศร้า เหงา อ้างว้าง ฉายออกมาผ่านการเหม่อลอยในเวลาว่างจากชั่วโมงการปฏิบัติ ซึ่งเกิดขึ้นในวันหนึ่งของระยะเวลา 10 วัน อดีตที่ตามมาหลอกหลอนในความฝันทุกอย่างเกิดขึ้นมา ในความทรงจำภายในจิตอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อน

           ผมเคยคิดว่าตัวเองเข้มแข็ง มุ่งมั่น เด็ดเดี่ยว ทะเยอทะยานและเชื่อมั่นในตัวเอง กล้าเผชิญกับความกดดันต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิต แต่นั้นอาจไม่ใช่เลยเมื่อได้รู้จักตัวเองจริงๆ เพราะแท้แล้ว ผมยังไม่เอาไหนเลย ยังอ่อนแอ ยังมีทุกข์อีกมากมาย แต่สิ่งเหล่านี้ ก็เป็นความจริงในตัวเองที่ผมต้องยอมรับและวางเฉย คือรู้ว่าเราเป็นอย่างไร และเราจะปฏิบัติตัวอย่างไรกับผู้อื่น หรือกับตัวเราเอง

           บ่อยครั้งที่ผมไม่เคยรู้ว่าความสุขจริงๆ คืออะไร หากไม่ได้รู้จักความทุกข์เสียก่อน เช่น เมื่อกินอาหารที่ไม่ชอบนั้นมันทุกข์มาก ที่เราชอบกินน้ำพริกกะปิแต่แม่ครัวกลับทำน้ำพริกตาแดงมาให้กิน แต่เมื่อเราได้กินน้ำพริกตาแดง ซึ่งทุกข์ใจอยู่ แล้วมากินน้ำพริกกะปิ ก็จะมีความสุขที่ได้กินในสิ่งที่เราชอบ หรืออีกตัวอย่างเช่น เด็กบางคนมาค่ายแต่ต้องมานอนกลางเต็นท์ตากน้ำค้าง ก็โวยวายว่าทำไมไม่จัดที่นอนดีๆ ให้เพราะอยากนอนเตียงนุ่มๆ

            หากเรารู้จักทุกข์ เราก็จะรู้ว่าความสุขเป็นอย่างไร ผมคิดว่าประโยคนี้ ทำให้ผมนึกถึงชีวิตของตัวเองและสภาพความเป็นจริงของสังคมรอบตัวได้มากขึ้น

            เพื่อนบางคนไม่เคยรู้เลยว่าแบบไหนสุข แบบไหนทุกข์ ขอแค่อยู่ไปตามวันก็พอนั่นอาจจะพอสำหรับเขาแล้ว แต่สำหรับผม การที่เรายังอยู่ในวังวนที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเป็นเป้าหมายก็อาจต้องรู้จักทุกข์ไปด้วย

  ความทุกข์จะเป็นมาตรวัดความสุขที่เราเผชิญและสัมผัส

            แต่ที่สำคัญกว่านั้น ไม่ว่าเราจะมีความสุขหรือมีความทุกข์ (ในนิยามของเราหรือของใครก็ตามแต่) การยอมรับในความเป็นจริงต่อปรากฏการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น น่าจะช่วยทำให้เราได้เข้าใจสภาพจิตใจ ร่างกายของเราได้มากทีเดียว

            ไม่ว่าเราจะเป็นอย่างไร ลมหายใจยังมีอยู่ แม้จะเป็นลมหายใจของความสุขหรือทุกข์ แต่ก็น่าจะเป็นยาสมานและล่อเลี้ยงตัวเราให้เติบใหญ่อย่างมีสติ - หากเราไม่หนีความจริงของชีวิตที่เป็นอยู่

   ความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แต่หลายคนก็ตาย (ทั้งเป็น) เพราะหนีความจริง
   ที่ผ่านมา, ผมก็คนหนึ่งหละครับที่หนีความจริงแล้วเกือบตายทั้งเป็น
   โชคดี ที่มีเวลาให้งานสำคัญ แต่ไม่เร่งด่วนวันนี้ของผมจึงเปลี่ยนไป

   แล้วพี่ๆ หละครับ เป็นยังไงกันบ้าง­

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 14
ดี
ออย
(22 มิถุนายน 2555  เวลา 15:12:39)
ความคิดเห็นที่ 13
สิ่งที่คิดว่าธรรมโน้มจิตจัยคนจิงหรืออยากบอกว่าจิงนะคนเราหากเลือกทางที่ตัวเองคิดว่าไช่มันก้อย่อมที่จะผิดพลาดด้ายทั้งนั้นเเหระอยากจะหั้ยกำลังจัยกับคนที่เคยพลาดพลั้งหั้ยลุกขึ้นสู้เเละเดินทางไปพร้อมกับธรรมและความหวังครั้งใหม่และต่อสู้กับปัญหาที่หนีมาตลอด
sattaboot
(27 กรกฎาคม 2554  เวลา 16:51:15)
ความคิดเห็นที่ 12
มีโอกาสได้พบประสบการณ์คล้ายคลึงกัน เมื่อได้ทบทวนนิ่งๆ น้ำตาก็จะไหล่เอ่อออกมาเมิ่อพบความจริงเกี่ยวกับตัวเราเอง ทำให้จิตใจสลบลงได้เยอะแล้วก็เข้าใจความหมายของคำว่า สุข ทุกข์ ได้เมื่อตอนที่เราเจอทุกข์ค่ะ
NUYA
(27 กรกฎาคม 2554  เวลา 11:27:38)
ความคิดเห็นที่ 11
อยากนำเสนอให้เปลี่ยนชื่อยาบ้าให้เป็นเฮโลอีนเพื่อให้เยาวชนมีความเข้าใจผลกระทบก่อนที่จะตัดสินใจที่ผิดๆ
หมู
(24 พฤษภาคม 2554  เวลา 10:34:27)
ความคิดเห็นที่ 10
ทุกๆคนโชคดี  ที่มีโอกาสเกิดเป็นคน   มีโอกาสที่จะทำความดี   แล้วแต่วิถีชีวิตของใคร  อย่างน้อยที่สุด การคิดดี ก็เป็นการทำความดีชนิดหนึ่งค่ะ     และการคิดเชิงบวกก็เป็นการเริ่มต้นในการที่จะทำความดีต่อไปค่ะ
EXTRA
(18 เมษายน 2554  เวลา 08:07:28)
ความคิดเห็นที่ 9
หากเรารู้จักทุกข์ เราก็จะรู้ว่าความสุขเป็นอย่างไร  เป็นประโยคที่เตือนสติเราได้ :]
เด็กหญิง ขวัญฤทัย  สั่งสอน เลขที่ 15 ม.2/13
(28 กุมภาพันธ์ 2554  เวลา 16:13:56)
ความคิดเห็นที่ 8
ผมเป็นเหมือนความเห็นที่ 3 ตัวฉันเองก็กำลังหนีความจริงจนเหนื่อยล้า และก็เริ่มที่จะหมดแรงหนีแล้วด้วย แต่ใจก็ไม่พร้อมที่เผชิญกับความเป็นจริงอยู่ดี อย่างนี้ฉันควรทำเช่นไรดีครับ
หนีความจริง
(21 กุมภาพันธ์ 2554  เวลา 10:07:12)
ความคิดเห็นที่ 7
ความจริงคือสิ่งที่บ่งบอกว่าเราคือเรา
king
(17 มกราคม 2554  เวลา 11:53:30)
ความคิดเห็นที่ 6
บางครั้งมันก็ยากเหมือนกันนะคะ ที่เราจะเข้าใจความจริงต่างๆ ที่ปรากฏ
เพราะสิ่งสำคัญ ยังไม่รู้เลยว่า ความจริงแล้วตัวเองกำลังคิดอะไรอยู่
สับสน
(10 ธันวาคม 2553  เวลา 19:37:11)
ความคิดเห็นที่ 5
ความจริงเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญและยอมรับมันให้ได้ ไมว่าวามจริงน้นจะร้ายหรือดีเมื่อเราตั้งสติ และค่อยๆคิดแก้ปัญหาก็จะผ่านความจริงนั้นไปได้
puttachat
(2 ธันวาคม 2553  เวลา 09:45:23)
ความคิดเห็นที่ 4
ความจริงเป็นสิ่งที่ต้องเผชิญค่ะ  เพราะเรายิ่งหนีก็ยิ่งเหนื่อย  และก็รู้ดีว่าเราหนีความจริงไปไม่พ้น  การเรียนรู้เพื่อจะอยู่กับความจริงน่าจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดค่ะ
พี่แพ็ท
(8 ตุลาคม 2553  เวลา 14:58:43)
ความคิดเห็นที่ 3
เห็นด้วยค่ะ  เพราะนี้ตัวฉันเองก็กำลังหนีความจริงจนเหนื่อยล้าและก็เริ่มที่จะหมดแรงหนีแล้วด้วย แต่ใจก็ไม่พร้อมที่เผชิญกับความเป็นจริงอยู่ดี อย่างนี้ฉันควรทำเช่นไรดีค่ะ
Paeng
(8 ตุลาคม 2553  เวลา 14:43:27)
ความคิดเห็นที่ 2
ไม่มี ไม้บรรทัด วัดชีวิต ของเราหรอกน่ะค่ะ ใช้ความจริงเท่านั้น เมื่อคุณจะเริ่มต้องเริ่มตอนนี้เดี๋ยวนี้ค่ะ Ok น่ะคะ
jongsawhang
(26 กันยายน 2553  เวลา 13:23:37)
ความคิดเห็นที่ 1
เราคิดว่าเธอคิดถูกแล้วและจะให้รู้ลึกกว่านี้ถ้ามีโอกาสได้รับวิถีอนุตรรธรรม ซึ่งเป็นสัจธรรมที่เที่ยงแท้แน่นอน
ยินดีด้วยค่ะ
nun
(13 สิงหาคม 2553  เวลา 16:53:25)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
19554705