สาระสารพัน : รายงานพิเศษ
เพศศึกษาสำหรับเยาวชนผู้พิการทางสายตา

รูปจาก www.pcxclubthailand.com

ในเวทีวิชาการเพศศึกษาก้าวย่างอย่างเข้าใจ ภาคใต้ เมื่อเร็วๆ นี้ มุมนิทรรศการของโรงเรียนเทศบาล ๒ (บ้านหาดใหญ่) จ.สงขลา ซึ่งเป็นโรงเรียนระดับประถมศึกษาได้นำเสนอแผนการสอน สื่อ และอุปกรณ์ที่ใช้ในการเรียนเพศศึกษาของนักเรียนพิการทางสายตา ซึ่งได้เรียนในชั้นเรียนร่วมกับนักเรียนคนอื่นๆ

เราได้มีโอกาสคุยกับ อ.ชญาทัศน์ เสมสุขกรี (ครูมด) และ อ.อรศิริ สืบสังข์ (ครูอร) ที่รับผิดชอบจัดการเรียนร่วม อาจารย์ทั้งสองเล่าว่า หลังจากที่ผู้อำนวยการ คือ อ.วิภาดา วงศ์ช่วย พบว่ามี เด็กพิเศษ[i] ในโรงเรียน จึงมีความสนใจและได้เข้าอบรมเรื่องการจัดการศึกษาพิเศษด้วยตนเอง จากนั้นในพ.ศ. ๒๕๔๗ โรงเรียนจึงได้ร่วมเป็นโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมตามโครงการของศูนย์การศึกษาพิเศษ เขตการศึกษาที่ ๓ จังหวัดสงขลา รวมทั้งสนับสนุนครูให้เข้าอบรมเพิ่มเติมด้านการจัดการศึกษาพิเศษ เช่น ครูมด ฯลฯ และ มีครูประจำการที่จบการศึกษาด้านนี้โดยตรง คือ ครูอร เป็นต้น เมื่อชุมชนรู้ว่าโรงเรียนสามารถจัดการเรียนร่วมได้ก็ส่งลูกหลานที่มีความพิการมาเรียนที่นี่เพราะใกล้บ้าน

 

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๔๙ โรงเรียนได้ร่วมมือกับโรงเรียนการศึกษาคนตาบอดธรรมสากลหาดใหญ่ มูลนิธิธรรมิกชนเพื่อคนตาบอดในประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ สาขาจังหวัดสงขลา ซึ่งได้ส่งนักเรียนที่พิการทางสายตามาเรียนร่วมกับเพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ

ในปีการศึกษา ๒๕๕๒ โรงเรียนได้จัดการเรียนร่วมให้กับนักเรียนรวม ๒๗ คน แบ่งเป็นพิการทางสายตา ๑๒ คน ออทิสติก ๖ คน เรียนช้าและบกพร่องทางสติปัญญา ๗ คน หูตึง ๑ คน และพิการแขนขา ๑ คน โดยทั่วไปเด็กแต่ละคนจะได้เรียนร่วมในกลุ่มสาระวิชาต่างๆ ไปพร้อมกับเพื่อนในระดับชั้นที่เหมาะกับพัฒนาการเรียนรู้ ยกเว้น เด็กออทิสติกจะเรียนในห้องเรียนคู่ขนานที่มีครูสอนและดูแลโดยเฉพาะ

ทั้งนี้โรงเรียนเทศบาล ๒ ได้จัดการเรียนเพศศึกษาให้อยู่ในระดับชั้น ป.๕ และ ป.๖ อยู่แล้ว หากชั้นเรียนใดมีเด็กพิการอยู่ก็ได้เรียนรู้เพศศึกษาเหมือนเพื่อนคนอื่นๆ

ครูมดเล่าว่า หลังจากที่ได้ไปอบรมการจัดการศึกษาพิเศษสำหรับเด็กตาบอดก็มีนักเรียนมาเรียนร่วมในชั้น ป.๕ จำนวน ๓ คน อายุ ๑๓-๑๕ ปี โดยพื้นฐานแล้วเด็กตาบอกก็ได้เรียนวิชาต่างๆ ผ่านการฟังและการอ่านหนังสืออักษรเบลล์ สำหรับเนื้อหาเพศศึกษา ครูมดได้ทำแบบฝึกหัดอักษรเบลล์เพิ่มเติมขึ้นมาหลังจากสังเกตว่าเด็กตาบอดไม่ค่อยทำใบงานหรือไม่กล้าส่งการบ้านเพราะกลัวผิด จึงประเมินว่า เขาฟังคำถามหรือเนื้อหาที่ครูพูดไม่ทัน ไม่เข้าใจ

ก็เอาใจเราไปใส่ใจเขา คิดถึงตัวเองสมัยเรียน เราฟังครูไม่ทัน หรือฟังไม่รู้เรื่องไม่สนใจเรียน เลยทำแบบฝึกหัดอักษรเบลล์ให้เขาอ่านทวนคำถามอีกครั้งด้วยตนเอง

 

แผ่นสเลท
รูปจาก www.pwdmedia.com

          ครูมดอธิบายว่า อุปกรณ์ที่ใช้ในการทำอักษรเบลล์ คือแผ่นสเลท (slate) แผ่นพลาสติกที่มีรูเล็กๆ จำนวนมาก และสไตลัส (stylus) ปากกาเข็มเพื่อใช้เจาะกระดาษผ่านสเลทในการประดิษฐ์ตัวอักษรเบลล์แต่ละตัว ส่วนการเรียงประโยคจะเรียงตามตัวอักษร แล้วให้สระตามหลัง บนแนวบรรทัดเดียวกันไปตลอด เช่น คำว่า การเรียน เมื่อทำเป็นอักษรเบลล์ จะเรียงเป็น ก า ร ร เ - ี ย น คำว่า การบ้าน จะเรียงเป็น ก า ร บ ้ า น หรือ เพศศึกษา จะเรียงว่า เ พ ศ ศ  ึก ษ า เป็นต้น

เนื่องจากแผนการเรียนเพศศึกษามักให้นักเรียนจัดกลุ่มย่อยพูดคุยกัน ตอนแรกครูมดจัดให้เด็กตาบอด ๓ คนแยกกันอยู่คนละกลุ่ม ด้วยความตั้งใจดีว่าเพื่อนคนอื่นๆ จะคอยช่วยเหลือ ภายหลังสังเกตว่าเขาไม่มีความสุขในการเรียนก็เลยให้เขาอยู่กลุ่มเดียวกัน และคอยปรับเทคนิคจัดการเรียนรู้ เช่น เวลาที่เขาไม่ค่อยพูด ไม่ถามก็ใช้กิจกรรม ๒๐ คำถาม ให้แต่ละคนตั้งคำถาม ซึ่งช่วยให้แต่ละคนได้ฝึกทักษะการฟังคนอื่นในชั้นเรียนด้วย

ตอนคุยเรื่องการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น เช่น ฝันเปียก เขาก็ยิ้ม มีปฏิสัมพันธ์กับครู และเพื่อนคนอื่นๆ ดีขึ้น อาจเป็นเพราะเป็นเรื่องที่ไม่เคยเรียนมาก่อน การสังเกตและการตั้งคำถามทำให้เรารู้จักนักเรียนดีขึ้น เช่น แผน อยู่ร่วมกัน...ฉันกับเธอ ก็ถามว่า คนที่เขาแคร์นอกเหนือจากพ่อแม่คือใคร ก็ตอบว่าแฟน หรือในวิชาภาษาไทย เราให้เขียนจดหมาย เขาก็เขียนถึงแฟน

 

ครูมดตั้งข้อสังเกตว่า สิ่งที่เห็นชัดๆ เมื่อเด็กตาบอดได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้ในเนื้อหาเพศศึกษา คือมีความกระตือรือร้นมากกว่าวิชาอื่นๆ รู้บทบาทตัวเองว่าต้องทำอะไร รู้หน้าที่ในกลุ่ม อาจเป็นเพราะเขาได้เรียนเหมือนเพื่อน ตามเพื่อนทันแล้ว อีกอย่างทำให้เขากล้าพูด กล้าเล่าให้เพื่อนหรือรุ่นน้องฟังว่า ตัวเองได้เรียนอะไรไปบ้าง บางคนมีแฟนก็ไปคุยกับแฟน

          ครูมดเผยว่า ความท้าทายในการสอนเพศศึกษาคือ เวลาสอนสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่น ใช้รูปภาพแสดงความแตกต่างของวัยรุ่นหญิงชาย ฯลฯ อาจทำให้นักเรียนตาบอดไม่เข้าใจเท่าเด็กคนอื่นๆ

 

ส่วนความท้าทายของครูอ้อ เช่น เนื้อหาบางเรื่อง เช่น ถุงยางอนามัย ฯลฯ ยังไม่กล้าสอนเด็กพิเศษอย่างเด็กออทิสติก เพราะเวลาสอนเรื่องอื่นๆ เขาก็จะไปลองฝึก ลองทำ และมาบอกให้เรารู้ว่าเขาทำได้แล้วนะ แต่เรื่องการใช้ถุงยาง ยังไม่แน่ใจ ต้องคุยกับพ่อแม่ และปรึกษาผู้บริหารโรงเรียนก่อน

ครูทั้งสองคนเห็นตรงกันว่า การสอนเพศศึกษาสำหรับเด็กพิเศษนั้นก็ไม่ได้แตกต่างจากเด็กอื่นๆ จุดเริ่มต้นคือทัศนคติที่มองเรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ เด็กพิเศษก็มีอารมณ์ความรู้สึกทางเพศเมื่อเข้าสู่วัยรุ่น และอาจไม่มีใครเคยพูดเคยสอนเขาเรื่องนี้ หลายคนไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ แต่จะทำอย่างไรให้เขาดูแลตัวเองได้ ไม่ให้ถูกเอาเปรียบ หรือมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ป้องกัน ทฤษฎีต่างๆ ที่เรียนมาก็ต้องประยุกต์ใช้ อาศัยความละเอียดอ่อน และช่างสังเกตพฤติกรรมเด็ก เพราะบางคนไม่สามารถพูดหรือบอกเราได้ตรงๆ

          จากการพูดคุยกับครูมดและครูอรทำให้เห็นชัดว่า การเปิดใจต่อเรื่องเพศให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่มนุษย์ทุกคนควรได้เรียนรู้ และการเปิดโอกาสให้แต่ละคนได้พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ และทักษะส่วนบุคคลให้สามารถจัดการดูแลชีวิตโดยสอดคล้องกับเงื่อนไขส่วนตัวและสภาพแวดล้อม เป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เกิดก้าวแรกของโรงเรียนเทศบาล ๒ (บ้านหาดใหญ่) จ.สงขลา ในการส่งเสริมเพศศึกษาเพื่อเยาวชนผู้พิการ ณ วันนี้และวันข้างหน้า

 


[i] เด็กพิเศษ มาจากคำเต็มว่า เด็กที่มีความต้องการพิเศษหมายถึงเด็กกลุ่มที่จำเป็นต้องได้รับการดูแล ช่วยเหลือเป็นพิเศษ เพิ่มเติมจากวิธีการตามปกติ ทั้งในด้านการใช้ชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ และการเข้าสังคม เพื่อให้เด็กได้รับการพัฒนาเต็มตามศักยภาพของเขาเอง โดยออกแบบการดูแล ช่วยเหลือเด็ก ตามลักษณะความจำเป็น และความต้องการของเด็กแต่ละคน

เด็กพิเศษ แบ่งออกเป็น ๓ กลุ่มหลัก ดังนี้

๑) เด็กที่มีความสามารถพิเศษ

๒) เด็กยากจนและด้อยโอกาส

๓) เด็กที่มีความบกพร่อง มีการแบ่งหลายแบบ ตามแนวทางของกระทรวงศึกษาธิการ แบ่งออกเป็น ๙ กลุ่ม ดังนี้

·         เด็กที่มีความบกพร่องทางการมองเห็น

·         เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน

·         เด็กที่มีความบกพร่องทางการสื่อสาร                            

·         เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย และการเคลื่อนไหว

·         เด็กที่มีความบกพร่องทางอารมณ์ และพฤติกรรม              

·         เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา (Intellectual Disabilities)

·         เด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ (Learning Disabilities)

·         เด็กออทิสติก (รวมถึงความบกพร่องของพัฒนาการแบบรอบด้านอื่นๆ - PDDs)

·         เด็กที่มีความพิการซ้อน

(อ้างอิงจาก http://happyhomeclinic.com/sp01-specialchild.htm, ๑๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓)

 

 

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
เก่งมากค่ะ...แต่ตอนนี้คิดไม่ออกว่าจะสอนเพศศึกษาเด็กหูหนวกอย่างไรดี ให้มันดีกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ช่วยบอกหน่อยนะ...เพราะตอนนี้เด็กที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน  ก็เป็นปัญหามากในการสื่อสารเรื่องเพศ  ขนาดเด็กปกติเราก็ยังพูดยาก สอนยากแล้ว...แต่เด็กที่บกพร่องทางการได้ยินยิ่งยากมากๆๆๆๆเลย....
คนขุนเขา
(19 มิถุนายน 2553  เวลา 20:49:06)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
37/1 Soi Petchburi 15 Petchburi Rd. BKK 10400 Thailand Tel. 0-2653-7563-5 Fax. 0-2653-7568
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
02531344