ธรรมรัก
ทำใจให้ตาม “ธรรม”

ภาพประกอบจาก http://gotoknow.org/blog/nj-fg/238818

 

            ผมเพิ่งเริ่มเข้าใจว่าชีวิตที่เกิดขึ้นมานี้มีแต่ ทุกข์ ทั้งๆ ที่หลายเรื่องราว เราสามารถที่จะพบกับความสุขได้โดยไม่ยาก แต่นั้นอาจไม่ใช่ความสุขที่นำไปสู่การพ้นทุกข์อย่างแท้จริง

            ชีวิตอย่างช่วงวัยของผมนั้น มีหลากหลายเรื่องราวที่เข้ามากระทบ ทำให้จิตใจสับสนวุ่นวายและบางคราก็ไม่สามารถที่จะหาทางออกไปสู่เส้นทางแห่งความสงบสุขได้อย่างแท้จริง

            ความว้าวุ่นใจที่เกิดขึ้น ได้เป็นจุดเริ่มต้นทำให้ผมเริ่มตระหนักแล้วว่า ควรจะนำพาชีวิตของตนเองให้พบกับความสุข-สงบ-เบิกบาน อย่างเอาจริงเอาจังเสียแต่โดยพลัน

            แม้ว่าที่ผ่านมา ผมได้พาตัวเองเข้าไปสู่เส้นทางของความบันเทิงเริงใจ เที่ยวผับ เธค ยามราตรีเพื่อหาความสุข หรือแม้แต่เลือกที่จะคบกับใครสักคนเพื่อให้เขาคนนั้นได้เข้ามาช่วยเหลือเกื้อกูลให้ผมได้หลุดออกจากความว้าวุ่นใจต่างๆ ที่ดำรงอยู่

            การใช้ชีวิตเที่ยว เฮฮา สนุกสนานไปวันๆ นั้น เป็นเพียงการสร้างความสุขที่ใจในชั่วขณะเท่านั้นเอง หาใช่เป็นการพบกับความสุขที่แท้ ผู้เป็นนิรันดร์ได้

            เมื่อช่วงหนึ่ง หญิงสาวผู้เป็นดั่งพี่-เพื่อน-แฟน ได้ชวนให้ผมเข้าร่วมปฏิบัติธรรม โดยการเจริญวิปัสสนา เป็นเวลานานกว่า 10 วัน ในสถานปฏิบัติธรรมแห่งหนึ่ง  โดย 10 วัน ณ ที่แห่งนั้น ผมไม่สามารถที่จะพูดคุยกับใคร ไม่สามารถที่จะใช้โทรศัพท์ หรือแม้แต่การจดบันทึกได้เลยแม้แต่น้อย สิ่งที่ครูวิปัสสนาได้ฝึกอบรมคือการเฝ้าดูลมหายใจของตนเอง หรือ อานาปานสติ และการตามดูอารมณ์ทางใจและกายที่ปรากฏขึ้นโดยใช้ความปล่อยวางเป็นฐานในการปฏิบัติ ซึ่งวิธีการนี้เรียกว่า วิปัสสนา โดยเป็นการปฏิบัติตามแนวมรรคมีองค์ 8

            ตลอดระยะเวลา 10 วันนี้ ผม ได้เฝ้าดูจิตของตน ได้รู้และเห็นกิเลสที่มีอยู่ภายในตน และยังได้ฝึก อุเบกขา หรือการปล่อยวาง ทำใจให้เป็นกลาง เมื่อรู้สึกเกิดเวทนาต่างๆ ในร่างกายหรือจิตกระสับกระส่ายไปมาก็ตาม

            เมื่อพูดถึงจิตแล้ว ก็เหมือนดั่งกบ ที่ชอบกระโดดไปมา จิตของผมไม่ได้นิ่งอยู่กับที่ หากแต่กระโดดไปมาเหมือนกบ แต่เมื่อได้ลับจิตให้คม ฝึกสมาธิให้แน่วแน่แล้ว กบน้อยๆ ตัวนั้น ก็พลันหยุดกระโดดแต่สามารถอยู่ในท่าที่แน่นิ่งได้เป็นเวลานาน

            จิตที่นิ่งเป็นอารมณ์หนึ่งของจิตที่เกิดขึ้น เมื่อจิตนิ่งแล้ว หาใช่เราจะรู้สึกชอบ หรือหากจิตกระสับกระส่ายไม่มีสมาธิ หาใช่เราจะรู้สึกไม่ชอบ หากแต่สิ่งที่เราสามารถทำได้คือ การเฝ้าดู อย่างอุเบกขา ไม่ตัดสิน ปล่อยวาง ทำใจเป็นกลาง เพื่อไม่สร้างโลภะ โทสะ และโมหะให้เกิดขึ้นอีก

            ในช่วงระยะเวลา 10 วันที่ผมไปเจริญอานาปานสติ-วิปัสสนา-เมตตาภาวนา แล้วนั้น ผมพบว่าหนทางที่จะทำให้พ้นทุกข์หรือพบกับสุขที่แท้จริงคือการเดินตามแนวทางนี้นี่เอง ซึ่งพระพุทธเจ้าท่านได้โปรดแก่ศิษย์ทั้งภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา มาตั้งหลายร้อยหลายพันปี

            (ผมมีความสุขใจยิ่งนักที่ได้พบกับธรรมะในห้วงที่เป็นมนุษย์ และสามารถเริ่มปฏิบัติเพื่อให้เข้าถึงสัจธรรมอันสูงสุดได้ในภพนี้ หรือหากไม่ถึงก็เป็นทุนสำรองไว้ในภพหน้า)

            ดังนี้แล้ว การทำใจให้เป็นไปตามธรรมนั้น ย่อมสามารถทำได้ ไม่ว่า คน นั้นๆ จะอยู่ในเพศ ในเชื้อชาติ ศาสนา วรรณะ หรือวัยใดก็ตาม ทุกๆ คน สามารถเข้าถึงธรรมอันเป็นเครื่องยึดเหนียวแห่งจิตใจตามแต่จริตที่เหมาะสมและสอดรับกับธาตุของตนเองได้

            ทั้งนี้แล้ว แม้ว่าผมไม่ได้อยู่ในเพศบรรพชิต หรือไม่ได้อยู่ในวัยที่อายุมากทางโลกและสังคม แต่ผมได้ตั้งมั่นแก่ใจตนว่าด้วยเหตุปัจจัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นแก่ผมที่ผ่านมา ทำให้ผมมองเห็นหนทางที่จะก้าวไปสู่การพ้นทุกข์อย่างแท้จริง และ ผมระลึกได้กับใจตนเองว่า ช่วงเวลาที่ผ่านมาที่ผมได้พบกับธรรมะนั้นถือเป็น ธรรมะจัดสรรแก่ผมผู้มืดบอดทางปัญญา ผู้ที่ยังมีความกลัว ความโกรธและความหลงอยู่ในตน

            ผมใคร่ขอบอกกับพี่ๆ ทั้งหลายก่อนว่า ประสบการณ์ของผมนั้น เมื่อเปรียบเทียบกับการเจริญเติบโตของต้นไม้นั้น ผมคงเปรียบดั่งเช่น ต้นไม้กล้าเล็กๆ ที่เริ่มเติบโตทีละนิดๆ เป็นเมล็ดพันธุ์ที่จะโตหรือจะไม่โต ก็อยู่ในทางเดินของชีวิตนี้  หากภาษาที่ผมใช้ หรือ คำที่นำมาเขียนไม่ถูกต้อง ได้ขอให้ท่านทั้งหลายที่เข้าใจดี ได้ช่วยอธิบายและบอกเล่าประสบการณ์ ความรู้ให้ด้วย

            เพื่อที่ผมจะได้เข้าใจสิ่งต่างๆ มากขึ้น

            เพื่อการทำใจให้ตามธรรมของผม

            เพื่อธรรมที่นำใจ จะทำให้ความรักและความสัมพันธ์ของคนดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 19
BJrXEc Major thanks for the article.Much thanks again. Keep writing.
social bookmarking service
(7 มิถุนายน 2556  เวลา 06:42:15)
ความคิดเห็นที่ 18
อ่านแล้วจะทำตาม
แก้ม
(20 กุมภาพันธ์ 2556  เวลา 10:49:09)
ความคิดเห็นที่ 17
ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ขอให้รู้จิตรู้ใจไว้ รู้ว่านี้สุขแล้วเด๋วมันก็จะทุกข์ รู้ว่านี้ทุกข์เด๋วมันก็จะสุขอีก มันอยู่ในชีวิตของเราแบบนี้ไปจนวันที่หมดลมหายใจ ขอให้อยู่กับความจริงที่เป็นอยู่ อยู่กับปัจจุบัน อยู่อย่างมีสติ มีสติอย่างไรเพียงแค่ให้รู้.... สู้ต่อไปน่ะเพื่อนเอ่ย กำลังใจที่ดีที่สุดของคือใจเรานี่เอง
Pwe
(3 กันยายน 2555  เวลา 11:02:48)
ความคิดเห็นที่ 16
หาได้ยากมากคับในยุคสมัยนี้ที่จะให้วัยรุ่นมาสนใจธรรมมะ ผมเองก้อเป็นคนที่หนีกฏเกณฑ์ของสังคมมาอยู่เชียงใหม่ และได้พบความสงบอย่างแท้จิง เลิกเที่ยว เลิกยาเสพติด เลิกเป็นคนเลว และพร้อมที่จะเป็นคนดี เข้าหาธรรมะให้ธรรมมะช่วยบ่มจิตใจให้เข้มแข็ง ผมเป็นคนนึงที่ชอบเอาธรรมมะไปเผยแพร่ในเฟสบุ็ค เพราะผมหวังว่าจะมีใครสักคนไม่มากก็น้อยจะเห็นแสงสว่างนี้บ้าง ผมไม่รู้ว่าผมทำถูกหรือเปล่า ยังไงฝากกรุณาช่วยชี้แนะด้วย
เจ เพนกวิ้น
(8 มกราคม 2555  เวลา 03:31:33)
ความคิดเห็นที่ 15
ทำใจให้เข้ากับบรรยากาศ ทำใจไปตามสบาย  ตามสายลม  ตามผิวน้ำ  ตาม ความเป็นจริง.......................
ทำใจตามธรรมชาติ
(8 สิงหาคม 2554  เวลา 14:49:14)
ความคิดเห็นที่ 14
เกิดเป็นชาวพุทธควรนำพระธรรมคำสั่งสอนมาใช้ในการแก้ปัญหาต่างๆซึ่งบางครั้งวิกฤติอาจเป็นโอกาศได้ครับ
สถาพร
(1 พฤษภาคม 2554  เวลา 17:20:55)
ความคิดเห็นที่ 13
ตอนนี้มีหลายเรื่องในใจที่ทำให้เราเสียใจ

เราก็เลยหันมาพึ่งธรรมะเหมือนคุณเลย

แต่มันก็ยังไม่ค่อยบรรเทาได้สักเท่าไรนัก
ผู้ที่กำลังหมดหวัง
(8 ตุลาคม 2553  เวลา 14:35:52)
ความคิดเห็นที่ 12
อาจจะดีมากถ้าได้บวช
ผู้ไม่มีความหวังในชีวิต
(4 ตุลาคม 2553  เวลา 13:40:57)
ความคิดเห็นที่ 11
สาธุ สุขทางใจจริง สบายทั้งตัว ยิ้มแล้วหรือยังหล่ะค่ะ
jongsawhang
(26 กันยายน 2553  เวลา 13:31:48)
ความคิดเห็นที่ 10
อยากให้ทุกคน  นั่งสมาธิ  อย่างสงบ  ไม่ต้องกลัวอะไรทั่งสิ้น   ถ้าเราไม่ทำอะไรผิด   ถ้าทำผิดเราครวยออมรับที่เราทำไว้    อย่าปิดบังไว้คนเดียว  เราอาจจะเครียดไปด้วยก็ได้    
ม.1/5ร.ร   จะนะชนูปถัมภ์   อำเภอ  จะนะ   จังหวัด  สงขลา  
(19 สิงหาคม 2553  เวลา 10:46:14)
ความคิดเห็นที่ 9
อยากให้ทุกคน  นั่งสมาธิ  อย่างสงบ  ไม่ต้องอะไรทั่งสิ้น   ถ้าเราไม่ทำอะไรผิด   ถ้าทำผิดเราครวยออมรับที่เราทำไว้    อย่าปิดบังไว้คนเดียว  เราอาจจะเครียดไปด้วยก็ได้    
ม.1/5ร.ร   จะนะชนูปถัมภ์   อำเภอ  จะนะ   จังหวัด  สงขลา  
(19 สิงหาคม 2553  เวลา 10:45:21)
ความคิดเห็นที่ 8
สุขหรือทุกข์คือจิตที่มั่นคง      
คนที่ไม่มีความดีหรือความชั่ว
(19 สิงหาคม 2553  เวลา 10:39:34)
ความคิดเห็นที่ 7
โมทนาบุญด้วยค่ะ
จะฝึกดูค่ะ
ใบไม้
(31 กรกฎาคม 2553  เวลา 12:32:28)
ความคิดเห็นที่ 6
เห็นแล้วหนทางแห่งการดับทุกข์ เพราะรู้จักทุกข์  ขออนุโมทนาบุญด้วย
หลวงพ่อชา แห่งวัดหนองป่าพงศ์ สอนว่า การปฏิบัติที่แท้จริงอยู่ที่การมีสติอยู่ตลอดเวลา โดยมีศีลเป็นผู้กำกับ  
รัก
(30 มิถุนายน 2553  เวลา 16:29:49)
ความคิดเห็นที่ 5
หากคุณเป็นต้นกล้า  ดิฉันก็คงเป็นแค่เพียงเมล็ดพันธ์เล็ก ๆ  พึงรักษากายวาจาใจอยู่ค่ะ ฝึกปฏิบัติกรรมฐานแต่ก็มีอยู่บาง สติไม่ค่อยนิ่ง  จะมันเพียรภาวนาค่ะ  ขอบคุณสำหรับสนทนาธรรมที่โพสไว้ที่บอร์ดค่ะ อ่านแล้วรู้สึกดีมากค่ะ  อนุโมทนาบุญด้วยค่ะ สาธุ
กำลังฝึกอยู่ค่ะ
(20 มิถุนายน 2553  เวลา 22:34:01)
ความคิดเห็นที่ 4
อนุโมทนาบุญอย่างยิ่งครับ ^^
Payu
(18 มิถุนายน 2553  เวลา 07:14:29)
ความคิดเห็นที่ 3
ของดี
koy
(18 พฤษภาคม 2553  เวลา 13:21:26)
ความคิดเห็นที่ 2
สุขหรือทุกข์ก็คืออารมณ์ความรู้สึกเมื่อใดไร้อารมณ์ไร้ความรู้สึกเมื่อนั้นก็จะเข้าใจ
ผู้ต่ำต้อย
(13 เมษายน 2553  เวลา 21:11:31)
ความคิดเห็นที่ 1
อ่านแล้วรู้สึกดีมากค่ะ
ตะวัน
(17 มีนาคม 2553  เวลา 14:52:38)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
17321312