สาระสารพัน : บทความพิเศษ
เมื่อแมวเหมียวเป็นเอดส์

เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เราและน้องพาแมวไปตรวจสุขภาพเพื่อจะฉีดวัคซีนโรคต่างๆ ที่อาจจะเกิดกับแมวได้ จากการตรวจซึ่งต้องตรวจเอดส์ด้วย ปรากฏว่าเจอแจ็คพ็อต “แมวเป็นเอดส์”

ในที่สุดหมอเลยไม่ได้ทำอะไรนอกจากฉีดวัคซีนกันโรคพิษแมว (สุนัข) บ้า หมอกลัวว่าฉีดวัคซีนตัวอื่นๆ เข้าไปแล้วจะทำให้เกิดโรคขึ้นมาได้ เพราะว่าวัคซีนต่างๆ คือเชื้อโรคทั้งหลายที่ทำให้อ่อนแอลงถ้าฉีดวัคซีนป้องกันโรคเหล่านั้นเข้าไปแล้วอาจจะไปกระตุ้นให้เชื้อโรคตื่นขึ้นมา ทำให้แมวเกิดเป็นโรคต่างๆ ได้ เพราะตัวแมวเองมีภูมิต้านทานต่ำอยู่แล้ว ขณะที่โรคพิษสุนัขบ้านี้สามารถติดต่อสู่มนุษย์ได้ เลยจำเป็นต้องฉีด

มาทำความเข้าใจกันสักนิด “เอดส์” มาจากคำว่า AIDS หรือ Acquired Immune Deficiency Syndrome เอดส์ทั้งในแมวและคนจะมีลักษณะเดียวกันคือ ภาวะที่ภูมิต้านทานในตัวลดต่ำลง จนกระทั่งเปิดโอกาสให้เชื้อโรคเข้ามาโจมตีทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้

ขณะที่เชื้อที่ทำให้เกิดอาการภูมิคุ้มกันบกพร่องในคนเป็นไวรัสมีชื่อว่า  HIV หรือHuman Immunodeficiency Virus แต่เอดส์ของแมวมาจากไวรัสที่ชื่อว่า Feline Immunodeficiency Virus หรือFIV คำว่า Feline จะเหมารวมหมดในสัตว์ตระกูลแมว เสือ จากัวร์ ชีต้า นั่นคือเชื้อไวรัสที่มีผลทำให้ภูมิคุ้มกันโรคในสัตว์ตระกูลแมวบกพร่อง

สรุปก็คือ เอดส์ในคนและในแมวมีการโจมตีระบบภูมิคุ้มกันโรคเหมือนกัน แต่เกิดจากเชื้อไวรัสคนละตัว และที่สำคัญคือไม่สามารถข้ามสายพันธุ์ได้

แล้วแมวเป็นเอดส์ได้อย่างไร โดยทั่วๆ ไปแล้วมีแมวมากกว่าครึ่งมีเชื้อไวรัสที่ทำให้ภูมิคุ้มกันบกพร่องอยู่ในตัวทั้งสิ้น โดยเฉพาะแมวตามข้างถนนที่มักกัดกันสู้กันเพื่อแย่งอาหารแย่งถิ่นที่อยู่ ด้วยว่าช่องทางการติดต่อของเอดส์ในแมวนั้นติดต่อกันได้โดยการกัดกันจนเกิดเป็นแผลลึกเลือดสาด ส่วนการติดจากแม่ (แมว) ไปสู่ลูก (แมว) นั้นเกิดขึ้นน้อยมาก การเลียขนให้กันก็ไม่ติด และการมีเพศสัมพันธ์ของแมวไม่มีผลต่อการรับ-แพร่เชื้อ FIV

ในสัตว์ตระกูลแมว-เสือนั้นเป็นนักล่า ต้องมีการต่อสู้ มีการกัดกันเพื่อความอยู่รอด เป็นไปได้ไหมว่า การติดต่อของเจ้าเชื้อ FIV จึงเกิดตามช่องทางนี้ซึ่งเป็น “พฤติกรรมตามธรรมชาติของแมว”

ถ้าเป็นในคนเรา เราสามารถได้รับเชื้อไวรัส HIVจากเลือดและสารคัดหลั่ง โดยการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน การใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน และแม่ไปสู่ลูก เป็นไปได้ไหมว่า ช่องทางธรรมดาๆ เหล่านี้ก็เป็นเรื่อง “พฤติกรรมธรรมชาติ” ในวิถีชีวิตมนุษย์เรา

กรณีที่แมวมีเชื้อ FIV เพียงดูแลเจ้าเหมียวให้มีสุขภาพแข็งแรง กินอาหารที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ร่างกายอ่อนแอก็จะป้องกันไม่ให้เกิดอาการของโรคได้ ซึ่งไม่แตกต่างกันกับเอดส์ในมนุษย์เลย

ต่างกันแต่เพียงในมนุษย์ คนที่เป็นเอดส์ก็มักจะถูกตราหน้าหาว่าเป็นผู้บกพร่องทางศีลธรรม ทั้งๆ ที่แท้จริงแล้วมิได้เป็นเช่นนั้นเลย

 
     
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 9
Gl1QXx Thanks-a-mundo for the blog post.Really thank you! Cool.
social bookmarking service
(7 มิถุนายน 2556  เวลา 09:29:07)
ความคิดเห็นที่ 8
fiv  จะสามารถติดต่อสู่คนได้ไหมครับ
เยวชน
(1 กุมภาพันธ์ 2556  เวลา 10:30:40)
ความคิดเห็นที่ 7
งั้นต้องระวังน้องแมวสุดที่รักไม่ให้โดนกัด แต่กก็ยังรักน้องแมวเหมือนเดิม
อ้วน อ้วน
(30 มกราคม 2556  เวลา 12:41:58)
ความคิดเห็นที่ 6
ถ้าแมวเป็นเอดส์ (ลูคีเมีย หรือทั้ง 2 อย่าง) ก็ฉีด interferon พร้อมกับยาบำรุงเลือด ผสมกับมะรุมแคปซูล

เป็นมีส่วนควบคุมโรคได้แยะเลย...
Little girl
(24 พฤษภาคม 2555  เวลา 13:43:49)
ความคิดเห็นที่ 5
รักตนเอง  รักผู้อื่น  เห็นใจ  เข้าใจ  ไม่มีใครอยากมีทุกข์  (อย่าว่าแต่เขา ให้เห็นใจกันเด้อ)
วิลาสินี  พลพวก
(17 ธันวาคม 2553  เวลา 09:48:16)
ความคิดเห็นที่ 4
เห็นด้วยครับโรคเอดส์มันก็แค่ทำลายภูมิคุ้มกันไม่ได้ทำไห้เราตายซะหน่อยจะกลัวอะไรกับเพื่อนมนุษย์ที่น่ารักของเราถ้าเกิดมารังเกียจกันเองแล้วเราจะหันไปรักใคร..
ชัยพล ศิริประทุม
(5 ธันวาคม 2553  เวลา 23:14:26)
ความคิดเห็นที่ 3
ถูกต้องค่ะ ชอบ เห็นด้วย
MT เพศศึกษา
(29 พฤศจิกายน 2553  เวลา 07:50:48)
ความคิดเห็นที่ 2
ชอบเหมือนกัน โดยเฉพาะประโยคปิดท้าย....
pucca
(18 พฤศจิกายน 2553  เวลา 11:58:23)
ความคิดเห็นที่ 1
ขอบคุณค่ะ ชอบ
โอมกุ๊กกุ๊ย
(17 พฤศจิกายน 2553  เวลา 18:34:55)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
20396223