สอนรักสลักใจ
ว่าด้วยการทำแท้งและการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม

น้าๆ

          หนูเจอหลายคนเวลาต้องช่วยแก้ปัญหาให้เด็กที่ท้องไม่พร้อม แล้วเขาต้องการยุติการตั้งครรภ์ ใจนึงก็อยากจะช่วย แต่อีกใจนึงก็รู้สึกบาป จะทำยังไงดีคะ?

เด็กไทบ้าน

 

น้าสมเสร็จคะ

          ๑) ถ้าครูเพศศึกษาจะสอนเด็กเรื่องการทำแท้ง จะถือว่าเป็นครูที่ขาดคุณธรรมไหมคะ

          ๒) ถ้า พ.ร.บ. อนามัยเจริญพันธุ์ ให้เด็กท้องเรียนหนังสือในโรงเรียนได้ เด็กคนอื่นจะไม่ “เลียนแบบ” ท้องกันทั้งโรงเรียนหรือเจ้าคะ

          ๓) การเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ถ้าไม่ใช้อำนาจในการให้เด็กที่ท้องออกจากโรงเรียน แล้วคนอื่นจะเกรงใจเรารึ

          วันนี้ถามแค่นี้ก่อนนะน้านะ

ป้ากังวลเด็กท้อง

 

          ผมรวบเอาสองคำถามนี้มาคุยเสียทีเดียว เพราะเรื่องของการทำแท้งนั้นเป็นเรื่องใหญ่ในสังคมทุกสังคม และที่น่าสนใจก็คือเรื่องของการทำแท้งนั้นมีข้อถกเถียงและการรับรู้ที่แตกต่างกันไป

          เรื่องของการทำแท้งอาจจะไม่ได้รับการยอมรับในสังคมไทยในแง่ที่ว่าสังคมเรามีแนวการพิจารณาเรื่องการทำแท้งว่าทำได้ด้วยเหตุผลทางการแพทย์เท่านั้น

          แต่คำว่าเหตุผลทางการแพทย์หมายถึงว่า แพทย์เองก็ทำไม่ได้ถ้าไม่มีเงื่อนไขว่าเด็กในครรภ์ผิดปรกติทางการแพทย์ หรือแม่ป่วยด้วยโรคที่จะเป็นอันตรายต่อเด็ก รวมทั้งเรื่องของการถูกข่มขืน

          นั่นหมายความว่า เรื่องของการทำแท้งไม่เกี่ยวเนื่องกับประเด็นสำคัญที่เรียกว่า “การตั้งครรภ์(ท้อง) ไม่พร้อม” ซึ่งก็เถียงกันต่อไปว่า ใครที่ “ไม่พร้อม” ระหว่างสังคม หรือ ผู้ตั้งครรภ์

          เรื่องของการทำแท้งที่พูดให้ดูรุนแรงน้อยลงก็คือการยุติการตั้งครรภ์ เป็นเรื่องที่ยากเย็นในการหาทางออก เพราะเรื่องดังกล่าวก้าวพ้นเรื่องทางการแพทย์ไปเป็นเรื่องของวัฒนธรรมและศาสนา เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องกับชีวิต

          ผมไม่เห็นด้วยกับการทำแท้ง เพราะคิดว่าสังคมน่าจะมีความสามารถพอในการดูแลคนที่เกิดขึ้นมา ดังนั้นโลกในอุดมคติของผมก็คือถ้าไม่พร้อมตั้งครรภ์ ก็ต้องตั้งครรภ์ต่อไปแล้วก็ส่งมอบลูกให้สังคมดูแล แต่โลกอุดมคติแบบนี้ไม่ตอบคำถามสำคัญหลายข้อก็คือ ผู้ตั้งครรภ์จะมีชีวิตอย่างไรจนคลอด และผู้ชายที่มีส่วนร่วมในการตั้งครรภ์จะต้องรับผิดชอบอย่างไร (เท่าที่ทราบ สมัยนี้เขาสามารถพิสูจน์ว่าใครเป็นพ่อของเด็กได้แล้วแม้ขณะตั้งครรภ์ โดยไม่ต้องรอคลอดก่อน)

          แต่กระนั้นก็ตาม ผมก็เชื่อว่าสังคมน่าจะพร้อมที่จะรับมือกับปัญหาการตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อม และการทำความเข้าใจกับกฎหมายอนามัยเจริญพันธ์น่าจะเป็นเรื่องว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นกฎหมายที่ช่วยให้สังคมพร้อมในการดูแลสมาชิกในสังคม แม้ว่าตัวพวกเขาอาจจะไม่พร้อมมากนัก

          กฎหมายดังกล่าวน่าจะยกระดับให้สังคมเรามีกรอบการปฏิบัติการใหม่ๆ ที่พ้นไปจากเรื่องของบาปหรือไม่บาป มาสู่การดูแลรองรับผู้ที่ไม่พร้อมตั้งครรภ์โดยเฉพาะที่อยู่ในวัยเรียนมากขึ้น

          สำหรับเรื่องของการสอนเรื่องการทำแท้งนั้น ผมก็คิดว่าสอนได้นะครับ เพราะในอีกด้านหนึ่งก็คือสอนเพื่อให้รู้ถึงเรื่องของความปลอดภัยและอันตรายของการทำแท้ง รวมไปถึงการป้องกันเพื่อให้เด็กนั้นปลอดภัย (ดังนั้นน่าจะสอนเรื่องนี้ในภาพรวมของการดูแลการตั้งครรภ์จะดีกว่าสอนแยกออกมา)    

          ส่วนเรื่องของผลจากการมีกฎหมายที่อนุญาตให้ผู้ตั้งครรภ์เรียนได้จะส่งผลให้เกิดการเลียนแบบไหม แม้ผลการสำรวจทัศนคติจะบอกว่าส่งผล แต่นั่นคือทัศนคติ มิใช่เรื่องจริง เพราะว่าการตั้งครรภ์ในวัยเรียนไม่ได้สะดวกสบายอย่างแน่นอน โดยเฉพาะในเรื่องของการดูแลสุขภาพ นั่นแป็นประการแรก

          ส่วนประการต่อมา การมองว่าถ้ากฎหมายอนุญาตให้เด็กตั้งครรภ์เรียนได้จะก่อให้เกิดการเลียนแบบ เป็นการมองที่อาจจะไม่ได้เอาตัวเด็กเป็นตัวตั้ง เพราะบางเรื่องเด็กอาจจะเลียนแบบกัน แต่บางเรื่องมันมีต้นทุนของการเลียนแบบมากมาย เด็กที่เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์นั้นก็โตในระดับหนึ่งแล้วครับ แม้ว่าบางครั้งอาจจะเสี่ยงหรือผิดพลาดได้ แต่คงไม่ใช่เรื่องที่ง่ายมากนัก

          สำหรับประเด็นที่กังวลใจว่า การเป็นผู้บริหารสถานศึกษา ถ้าไม่ใช้อำนาจในการให้เด็กที่ท้องออกจากโรงเรียน แล้วคนอื่นจะเกรงใจเราหรือไม่นั้น ผมคิดว่าคงเป็นประเด็นที่มองใหม่ได้ว่า การดูแลเด็กที่ท้องให้ดีได้ก็น่าจะเป็นประเด็นที่ทำให้คนชื่นชมและเกรงใจเราได้เช่นกันนะครับ

          ข้อมูลที่น่าสนใจก็คือ จากการสำรวจของนิด้าที่ว่าด้วยเรื่องของทัศนคติต่อร่างกฎหมายดังกล่าว โดยเฉพาะมาตรา ๑๒ ระบุให้หญิงที่ตั้งครรภ์ในวัยเรียนสามารถศึกษาต่อในระหว่างตั้งครรภ์และกลับมาศึกษาได้อีกครั้งหลังคลอดบุตร จะพบว่า ร้อยละ ๖๒.๒๓ เห็นด้วย เพราะเป็นการให้โอกาส ไม่ตัดอนาคตทางการศึกษาสำหรับเด็กและให้โอกาสเด็กที่ผิดพลาดไปและอยากกลับไปเรียน และลดปัญหาการทำแท้งที่ขัดกฎหมายและศีลธรรม ฯลฯ (http://icare.kapook.com/abort.php?ac=detail&s_id=45&id=2753)

          ดังนั้นประเด็นนี้ยิ่งน่าสนใจว่า ผู้บริหารสถานศึกษากำลังทำงานภายใต้การสนับสนุนของสังคมนะครับ

 
รูปจาก www.thaihealth.or.th
     
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 35
จากประสบการณ์  เจอกับตัวเอง  "  แนะนำ แหล่งทำแท้งที่ปลอดภัยที่สุด  "
แฟนผมตั้งท้องแต่แฟนไปทานยาลดความอ้วนกลัวจะมีผลกับลูกเราได้หาแล่งทำแท้ง
โดยเข้าเว็บที่ช้วยเราหลายที่ก็ดูแล้วเป็นคลีนิคแต่ราคามักจะมาพร้อมกับคุณภาพครับ หลายๆ
คนบอกตามคลินิกอันตรายและสกปรกมากเครื่องมือไม่สะอาดอาจจะติดเชื้อตกเลือดบางทีต้องตัด
ปีกมดลูกกลัวว่าแฟนผมจะเกิดอันตรายแก่ชีวิต และ ดูในเว็บ บางที่ สุขุม  ว่ากันว่าทำสดเจ็บมาก
ผมและแฟนจึงมองข้ามที่นี่ไป โดยเจอเว็บหนึ่งและได้เบอร์ติดต่อ คุณ นิด ได้ที่ เบอร์โทร. 080-590-5227
ได้รับคำปรึกษาเป็นอย่างดีและมุ่งสู่อีกที่หนึ่งซึ่งราคาสูงกว่า  แต่เรื่องของคุณภาพนั่นน่าจะดี และได้รับคำชม
จากหลายๆ คน ที่ไปทำที่นั่นก็คือ "โรงพยาบาลคลองตัน" โดยจะเล่ารายละเอียดให้ได้รู้เป็นโรงพยาบาล
ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรี ก่อนถึงแยกคลองตันสถานที่นั้นดูค่อนข้างใหญ่โต
ดูเหมือนเป็นโรงพยาบาลขนาดกลาง เมื่อถึงสถานที่จริงเราทั้งสองก็เดินตรงไปที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์
โดยบอกความประสงค์ว่ามาติดต่อแผนกวางแผนครอบครัว หรือไม่บอกไปตรงๆ เลยครับว่าปรึกษาปัญหาตั้งครรภ์
โดยที่เค้าจะถามว่าทราบข้อมูลมาจากไหน ก็เลยตอบไปว่าจากรับทราบข้อมูลและแนะนำจาก...  คุณนิด ใน อินเตอร์เน็ท  ] พี่นิดบอกจะมีส่วนลดค่าใช้จ่าย
และพนักงานเขาต้อนรับและดูแลเราเป็นอย่างดีพูดกับเราดีมากเขาจะให้การต้อนรับอย่างดี  ถ้าแจ้งว่าได้รับคำแนะนำ คุณนิด
เพราะมีคนข้างในแนะนำเขาเลยดูแลแฟนผมอย่างดีวางยาก่อนทำจนคุณหมอบอกว่าปลอดภัยจึงให้กลับบ้านได้
ในช่วงแรกผมไม่รู้จะทำอย่างใหน ก่อนนี้งงไปหมดเปิดเว็บดูเจอ คุณ นิด และได้โทรไปที่ เบอร์โทร. 080-590-5227
และได้โทรไปปรึกษาเขาให้คำแนะนำที่ดีต้องขอบคุณถ้าไม่ได้คุณนิดแนะนำและได้รับความช้วยเหลือจากโรงพยาบาลคลองตัน
ผมคงจะคิดผิดที่ใช้วิธีในทางผิดและทำในคลีนิค ที่ไม่มีเครื่องมือพร้อม   ผมอาจสูญเสียภรรยาไปแล้ว
ถ้าใครไม่พร้อมก็เข้าไปนะก็ให้บอกกับพนักงานระบุลงไปว่าได้ข้อมูลจาก    คุณนิด  พนักงานจะบริการคุณเป็นอย่างดีและจะได้ส่วนหลดอีกด้วย
หรือไม่โทรติดต่อพี่เขาได้ตามเบอร์ 080-590-5227 พี่นิดใจดีแนะนำข้อมูลที่ดี
dan
(26 มีนาคม 2557  เวลา 12:31:15)
ความคิดเห็นที่ 34
- Women on web เป็นการร่วมมือระดับนานาชาติที่ได้รับอีเมล์เป็นพันๆฉบับต่อวันในภาษาต่างๆ จากผู้หญิงทั่วโลก women on web ช่วยเหลือผู้หญิงในหลายประเทศ ดังนั้นจึงไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ แต่จะใช้วิธีตอบอีเมล์ทุกฉบับและจะสนับสนุนเพื่อนผู้หญิงให้เข้าถึงการใช้ยาที่ปลอดภัย เพื่อน ๆสามารถอีเมลติดต่อได้ที่ info@womenonweb.org
หนูนิด
(5 กรกฎาคม 2556  เวลา 08:57:54)
ความคิดเห็นที่ 32
บทความนี้น่าสนใจมาก:(
ดัด
(18 กันยายน 2555  เวลา 17:36:55)
ความคิดเห็นที่ 31
เราก๊เคยท้องเพราะไม่พร้อมนะ น้องก๊จะขวบแล้ว แต่เราก็ผ่านมาได้ ปรึกษาเราได้บางทีอาจช่วยอะไรได้บ้างไม่มากก๊น้อยนะ
คนที่เข้าใจ
(13 กรกฎาคม 2555  เวลา 18:52:24)
ความคิดเห็นที่ 29
ดีค่ะ หนูชื่อแอนค่ะ อยากขอความช่วยเหลือค่ะ ตอนนี้หนูท้องได้ห้าเดือนแล้วค่ะ หนูอายุ22ปีค่ะ
หนูไม่มีพ่อแม่แล้วค่ะ ไม่มีพี่น้อง แม่แฟนหนูบังคับให้ไปเอาเด็กออกค่ะ แต่แฟนหนูเค้าส่งสารลูกเค้าเลยไม่เอาออกหนูดีใจมากนะค่ะเพราะหนูก็ไม่อยากทำร้ายลูกตัวเอง แต่ปัณหาคือแฟนหนูยังเรียนอยู่ค่ะส่วนหนูที่ทำงานเค้าให้ออกจากงานเพราะหนูท้อง ตกงานเลย แม่แฟนบอกว่าถ้าจะเอาเด็กไว้ก็อยู่กันไปเค้าไม่สนใจ เพราะเค้าไม่ชอบหนูตั้งแต่แรกค่ะ เค้าคิดว่าถ้าเอาเด็กออกเค้าก็รู้ว่าหนูคงรับไม่ได้และเลิกกับแฟนหนูไปเอง แต่แฟนหนูเค้ารักลูกค่ะเค้ารักหนูมากเช่นกัน ทุกวันนี้เค้าทำงานเสาร์อาทิตร์ แต่เงินก็ไม่พอใช้อยู่ดี หนูอยากขอความช่วยเหลือค่ะ เช่น ใครพอจะมีงานให้หนูทำได้บางมั้ยค่ะ หรือ ใครพอจะช่วยเหลือเกี้ยวให้อาชีพกับหนูและแฟนก็ได้ค่ะ หรือว่าช่วยในการคลอดบุตรค่ะเราไม่มีทางออกแล้วค่ะ  หนูไม่ได้โกหกนะค่ะ ตรวจสอบได้ที่คลินิคจรัณ44ส่งต่อโรงบาลอนันต์พัฒนาค่ะ หนูฝากท้องไว้ที่นี้ค่ะ  หนูไม่ได้ขอเงินใครนะค่ะหนูต้องการหางานหาเงินเพื่อมีเงินในวันที่คลอดลูกค่ะหนูไม่อยากให้ลูกหนูไปอยู่สถานสงเคราะห์ค่ะ  รบกวนด้วยนะค่ะ  หนูอยู่บางพลัด บางขุนนนท์ค่ะ
แอน
(13 มีนาคม 2555  เวลา 17:37:09)
ความคิดเห็นที่ 28
โอกาศสำคัญมากเพราะตัวเ องก็เคยพลาดด้วยหลายเรื่องแต่ณปัจจุบันได้รับโอกาศที่ดีจากคนรอบช้างจึงเรียนรู้
ที่จะให้โอกาศผู้อื่นบ้าง
สบ7
(10 มีนาคม 2555  เวลา 20:54:35)
ความคิดเห็นที่ 27
เมืองไทยเป็นเมืองพุทธควรพิจารณาเป็นรายเคสและมีหลายหน่วยงานหลายภาคส่วนหาทางแก้ปัญหาร่วมกันเพื่อจะช่วยใสงคมไทยได้มีความสงบเย็น
กุลนันทร์
(10 มีนาคม 2555  เวลา 20:48:47)
ความคิดเห็นที่ 22
มีสาระมากๆๆค่ะ ขอบคุณสำฟรับข้อมูลดีๆค่ะ
<a href="http://www.funpalace88.com/">royal1688 </a>
(24 มกราคม 2555  เวลา 22:44:50)
ความคิดเห็นที่ 21
ทำทำไม  ไม่เข้าใจเลย
111111111111111111111111111
(8 สิงหาคม 2554  เวลา 14:26:12)
ความคิดเห็นที่ 20
เพื่อนมีอะไรที่เขาทำกันเราทำได้ม๊ย
เด็ก อ.ณ.
(27 กรกฎาคม 2554  เวลา 14:15:58)
ความคิดเห็นที่ 19
ถ้าพี่ของเราออกปายข้างนอกตอนเช้าแต่กลับเที่ยงคืนจะสงสัยมั๊ยคะ
เด็กy2k
(27 กรกฎาคม 2554  เวลา 14:13:59)
ความคิดเห็นที่ 18
ควรรู้จักป้องกัน  ถ้าอยากมีเพศสัมพันธ์ควรสวมถุงยาง  
น้องแป้ง
(14 มิถุนายน 2554  เวลา 13:37:24)
ความคิดเห็นที่ 17
ก้อไม่ถูกเหมือนกันในเมื่ออันเชิญเขามาเเล้วไม่สมควรจะเอาเขาออก
nat
(1 มิถุนายน 2554  เวลา 18:51:01)
ความคิดเห็นที่ 16
ในสมัยนี้ คนทำแท้งเยอะมาก อยากรู้ว่า เวลาคนทำแท้ง เค้าตรวจเลือดให้มั้ยคะ ว่าเปนโรคเอดส์รึป่าว ?
หรือคนที่คลอดลูกอ่ะค่ะ เค้าจะตรวจเลือดให้มั้ย ?? ว่ามีเชื่อ HIV หรือไม่ ??

ใครรู้ช่วยตอบด้วยนะคะ
อยากรู้ค่ะ
(12 พฤษภาคม 2554  เวลา 18:49:37)
ความคิดเห็นที่ 15
การทำแท้บางคนอาจจะไม่อยากทำแต่เมื่อมันจำเป็นก็ต้องทำเพราะมีความจำเป็นจริงๆๆๆ   (เป็นกำลังใจให้คนที่เคยผิดพลาดมาแล้วและกำลังจะเปลี่ยนเป็นคนใหม่)
ตาล 405  ( ท่าศาลา )
(10 พฤษภาคม 2554  เวลา 12:46:39)
ความคิดเห็นที่ 14
คนที่เคยพราดแล้วไม่ควรซั้มเติมในสิ่งที่เขาทำพราดและควรให้คำแนะนำอธิบายที่ดีต่อคนที่เคยพิดพราด
คนอยากแสดงความคิดเห็น
(10 พฤษภาคม 2554  เวลา 12:42:29)
ความคิดเห็นที่ 13
เมื่อพลาดแล้วน่าจะมีงออกเช่นบ้านพัหฉุกเฉินหรือปรึกษาพ่อแม่หาทางออกที่ไม่ต้องทำแท้ง
545
(3 มีนาคม 2554  เวลา 04:07:12)
ความคิดเห็นที่ 12
การป้องกันที่ดีที่สุด คือการมีสติรู้เท่าทัน ไม่ว่าของคนอื่นหรือตัวเอง ในทางปฏิบัติการสอนทักษะชีวิตให้แก่เยาวชนอาจเป็นการเตรียมความพร้อมที่จะให้รู้ทันตนเองและคนอื่น พ่อแม่และครูคงต้องเปิดใจกว้างรับฟังและเป็นเพื่อนคิดให้แก่เด็กได้
รุ้ง8
(19 ธันวาคม 2553  เวลา 09:02:07)
ความคิดเห็นที่ 11
เห็นด้วยกับคุณมนต์(คนเคยพลาด)ว่าเราควรคืนคนดีให้สังคม ไม่มีใครอยากพลาดแต่เมื่อพลาดแล้วถูกซ้ำเติมจะอยู่อย่างไรจริงอยู่ไม่มีใครอยากให้เกิดแต่เมื่อเกิดแล้วจะไม่ช่วยกันเลยหรือในฐานะครูไม่บอก/ไม่สอนแล้วเด็กๆจะทราบหรือ เราไม่ควรเอาตัวเราหรือหัวโขนมาวัด ควรเอาความจริงมาคุยกัน ควรนึกเสมอว่าลูกศิษย์ก็เหมือนลูกเราคนหนึ่ง เรารักลูกอย่างไรก็ควรรักเขาให้เหมือนกัน
ครูจุ๋ม(อุตรดิตถ์)
(27 พฤศจิกายน 2553  เวลา 10:26:37)
ความคิดเห็นที่ 10
ได้มีโอการร่วมถอดบทเรียนในการดำเนินงานของโรงเรียนในนะดับอำเภอแห่งหนึ่ง  
โดยระบบดูแลช่วยเหลือของโรงเรียน  ในการช่วยเหลือเยาวชนที่เผชิญปัญหานี้
ให้สามารถมีโอกาสทางการศึกษาตามความสมัครใจ  
และขอชื่นชม คณะครู อาจารย์โดยเฉพาะผู้บริหาร ที่มุ่งมั่นในการรักษา คน  มากกว่าการรักษากฏ(เดิมๆ)  
และกล้าหาญที่จะนำประเด็นมาเรียนรู้ร่วมกัน   มากกว่าที่จะแอบซุกไว้ใต้พรมแสนสวย(ภาพลักษณ์)
แล้วบอกว่า  โรงเรียนไม่มีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้น  และชอบมากที่ ผอ.บอกว่า  ในดีมีเสีย  ในเสียมีดี  
จงนำสิ่งที่เสียหายมาเรียนรู้แล้วหาทางป้องกันจะดีกว่า
สุประภา  ถนอมวัฒนันต์
(24 พฤศจิกายน 2553  เวลา 12:03:54)
ความคิดเห็นที่ 9
แต่ถ้าเราสอนพวกเขาให้ตระหนักถึงปัญหาที่จะตามมาและวิธีป้องการตั้งครรภ์ล่ะคะ  ก่อนที่พวกเค้าจะท้องกัน  อย่างน้อยเค้าก้อยังได้รู้ และมีทางเลือกให้กับชีวิตอีก
คนมึนงง
(20 พฤศจิกายน 2553  เวลา 15:55:40)
ความคิดเห็นที่ 8
ถ้าเพื่อนในห้องท้อง หนูคงไม่เลียนแบบหรอกค่ะ มีแต่จะเป็นตัวอย่างให้ได้สติและฉุกคิดให้ระวังตัวเองมากขึ้น สำหรับหนูนะ   ไม่ได้เป็นคนดีแต่ก็ไม่ได้เป็นคนเลว
mikijung
(19 พฤศจิกายน 2553  เวลา 17:30:36)
ความคิดเห็นที่ 7
  เห็นด้วยที่สุดครับ ผมทำงานด้วยแพธและต้องทำงานกับยาเสพติดด้วยครับ ในเรื่องยาเสพติดเราต้องใช้วิธีการคืนคนดีสู่สังคม ด้วยหลักการทุกคนย่อมมีโอกาศก้าวพลาดได้ แล้วสังคมจะคอยซ้ำเติมเขาตลอดไปหรือ สังคมก็คือคุณท่านทุกคนนี่แหละ ผมเข้าในคุกชี้แนะเรื่องนี้อยู่บ่อยๆ เดี๋ยวนี้ผมมีคนดีที่ออกมาทำงานยกมือไหว้ผมหลายคนที่คอยให้กำลังใจเขา และเขาจะไม่หวนกลับไปอีกเลย เมื่อคุณนำมาเปรียบเทียบกันก็คงไม่ต่างกันมากนักที่เราจะให้โอกาสแก่เด็กที่ตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ได้รับทราบถึงสภาวการณ์ที่เขาได้รับตลอดการตั้งครรภ์จนคลอด และผมเชื่อแน่ว่าเพื่อนๆในกลุ่มของนักเรียนกลุ่มนี้จะเกิดการเรียนรู้จากเพื่อนที่ก้าวพลาด เขาคงไม่ต้องการความยุ่งยาก ลำบาก ในปัญหาที่สังคมจ้องคอยหยิบยื่นให้แก่ตัวเขาถ้าผิดพลาด  ท่านผู้บริหารสถานศึกษาครับ (ท่านที่ยังแย้งเรื่องนี้) ท่านลองเปิดใจมองโลกภายนอกโดยไม่มีอคติซิครับ สังคมก้าวไกลกว่าสังคมในโรงเรียนแล้วนะครับ ภานนอกเขารับเรื่องเหล่านี้ได้แล้ว (ที่ข้างบ้านผมนักเรียนชายนำแฟนมาอยู่ด้วยกันเรียนกันทั้งคู่ ตากับยายฝ่ายชายยังคุยกับผมว่า เราต้องยอมรับเด็กสมัยนี้ก็เป็นแบบนี้ นี่ขนาดบ้านนอกนะครับ หมอช่วยสอนเรื่องคุมกำเนิดให้มันด้วย จะได้ไม่ท้อง ไม่เสียการเรียน แบบนี้มันดีกว่าไปติดยานะหมอ) ทุกคนย่อมมีโอกาสก้าวพลาดนะครับท่าน แต่เราจะให้โอกาสเขากลับตัวหรือไม่???? ฐิติในจรรยาบรรณของอาจาริยูมีคุณค่ามากมายนัก แต่บางครั้งทำให้บดบังและตัดโอกาสของศิษย์ได้นะครับ
มนต์ (คนเคยพลาด)
(19 พฤศจิกายน 2553  เวลา 13:07:02)
ความคิดเห็นที่ 6
        เราควรจะจัดกิจกรรมการเรียนการสอนให้เด็กมีทางเลือกและมองเห็นข้อดี ข้อเสียของการมีเพศสัมพันธ์ในขณะที่ยังไม่มีความพร้อม เพราะเป็นการตัดไฟเสียแต่ต้นลม แต่หากเกิดการผิดพลาดเด็กท้องขึ้นมา ก็ต้องมาพิจารณากันอีกครั้งว่า เด็กท้องเพราะสาเหตุใด ถ้าสุดวิสัยเช่น ถูกข่มขืน ก้ปรึกษาหมอทำแท้งได้ แต่ถ้าไม่สุดวิสัยค่อยพูดกันยาวหน่อยที่จะร่วมกันหาทางออก คงต้องมีหลายฝ่ายช่วยกัน
suwit
(17 พฤศจิกายน 2553  เวลา 22:13:56)
ความคิดเห็นที่ 5
ก็ดีนะคะ  เพราะเป็นการให้โอกาสและให้อนาคตกับเด็กที่เคยผิดพลาดมา  และลดปัญหาการทำแท้งทำให้ไม่บาป  เพราะเรื่องบาปเป็นเรื่องใหญ่  
น้องหมิว
(17 พฤศจิกายน 2553  เวลา 15:08:33)
ความคิดเห็นที่ 4
โดนใจมากเพราะเคยมีประสบการณ์ตรงกับลูกศิษย์ของตนเองท้องระหว่างเรียน และต้องการลาออกโดยจะไปทำแท้ง จึงเชิญผู้ปกครองมาร่วมสนทนาหาทางออกต่อหน้าผู้บริหาร คำตอบที่ได้คือเรียนต่อไป จนกระทั่งครรภ์แก่ เป็นที่ผิดสังเกต จึงอนุญาตให้พักอยู่ที่บ้านโดยมีเพื่อนนำใบงานไปให้ทำที่บ้านและฝากเพื่อนนำมาส่งคุณครู ถึงเวลาสอบไล่ก็จัดห้องให้สอบเป็นกรณีพิเศษ ไม่ต้องปรากฏตัวในบริเวณต่างๆ จนสอบเสร็จ  เพื่อนๆในชั้นเรียนน่ารักมากช่วยกันดูแล ช่วงท้องอ่อนๆ ช่วยเดินประกบหน้าหลัง จนเด็กคลอดได้โทรศัพท์มาบอก และฃอบคูรที่ได้ขี้ทาง และให้โอกาส ขณะนี้มีงานทำเลี้ยงตนเองและลูกได้อย่างมีความสุข
suk
(17 พฤศจิกายน 2553  เวลา 13:03:28)
ความคิดเห็นที่ 3
ขอบคุณมากค่ะ  กำลังสอนเด็กอยู่พอดี เป็นความคิดที่ดี และจะได้นำข้อคิดที่ดีๆแบบนี้ ไปแนะนำเด็กค่ะ
Jeeraphan
(17 พฤศจิกายน 2553  เวลา 09:37:46)
ความคิดเห็นที่ 2
บทความนี้น่าสนใจมากแต่ก็ยังไม่เห็นด้วยกับการตั้งครรภ์แล้วไปคลอดก่อนจะกลับมาเรียนใหม่ เพราะหากแม่เด้กกลับมาเรียนในระบบ ลูกก็ต้องอยู่เป็นภาระให้กับปู่ย่าตายาย เป็นปัญหาเด็กขาดความอบอุ่นต่อไป ที่จริง กศน. ก็มีรองรับอยู่แล้วจะไปแย่งงานกันทำไม สงสัยตามกระแสอย่างว่า โดยไม่คิดระยะยาว ขอหาเสียงก่อนเท่านั้น
punnapa
(16 พฤศจิกายน 2553  เวลา 20:39:45)
ความคิดเห็นที่ 1
          ขอบคุณมากนะคะสำหรับบทความนี้ ผู้เขียนบทความนี้เสนอประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งว่า ผู้บริหารสถานศึกษาควรทำงานภายใต้การสนับสนุนของสังคม  ดิฉันก็เห็นด้วยนะคะ  เพราะเราไม่อาจที่จะฝ่ากระแสวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่กำลังไหลบ่าอย่างเชี่ยวกาจ  
คน กศน.
(16 พฤศจิกายน 2553  เวลา 13:42:33)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
18499477