ข่าว
จากแอบดู..ถึงแอบถ่าย'โบโยริซึ่ม' 'วิตถาร'หยุดไม่อยู่!!

กรณีคนดังรายหนึ่งถูกกล่าวหาว่าใช้โทรศัพท์มือถือ “แอบถ่าย” หญิงสาวขณะเข้าห้องสุขาในปั๊มน้ำมัน ที่สุดแล้ว กลายเป็นไม่มีอะไรในกอไผ่ โดยการตรวจสอบมือถือไม่พบภาพแอบถ่าย และก็ไม่มีการแจ้งความ ดังนั้นกรณีนี้ก็คงจบ ทว่า... โดยรวมกับพฤติกรรม “แอบถ่ายอนาจาร” ในสังคมไทย...คงไม่จบง่าย ๆ 
   
“แอบถ่ายอนาจาร” พฤติกรรมแย่ ๆ นี้มีมานาน
   
แม้สื่อลามกแพร่หลาย...พฤติกรรมนี้ก็ยังคงมีอยู่...
   
ทั้งนี้ พฤติกรรมแอบถ่ายอนาจารนั้น นอกจากกรณีที่เป็นข่าวครึกโครมเพราะเกี่ยวข้องกับคนดัง ไม่ว่าจะเกี่ยวข้องในสถานะเหยื่อ หรือสถานะอื่น ๆ แล้ว กรณีที่เป็นข่าวเล็ก ๆ หรือไม่เป็นข่าว ก็มีกลาดเกลื่อน ทั้ง ๆ ที่พฤติกรรมลักษณะนี้เป็นเรื่องที่เป็นความผิดตามกฎหมาย มีโทษตามกฎหมายถึงขั้น “ติดคุก”
   
กล่าวคือ... ความผิดทางแพ่ง มาตรา 420 เป็นการละเมิดสิทธิ จงใจทำให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ต้องจ่ายค่าเสียหาย ค่าสินไหมทดแทนให้กับผู้เสียหาย และถ้ามีการจำหน่ายจ่ายแจก ก๊อบปี้ ขาย ก็จะผิดทางอาญาด้วย โดยมาตรา 287 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และยังเข้าข่ายความผิดอีกข้อหาคือ ข้อหาหมิ่นประมาท มีโทษจำคุก 2 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
   
บทลงโทษก็มีอยู่ แต่ยังทำกันเกลื่อน เพราะอะไร??
   
กับเรื่องนี้ในมุมจิตวิทยา ดร.วัลลภ ปิยะมโนธรรม นักจิต วิทยา ที่ปรึกษาศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ มหา วิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ สะท้อนผ่าน “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” ว่า... พวกที่ชอบแอบดู แอบถ่าย แอบถ่ายใต้กระโปรงผู้หญิง แอบถ่ายผู้หญิงเข้าห้องน้ำ คนกลุ่มนี้ไม่เข้าข่ายเป็นโรคจิต ซึ่งถ้าเป็นโรคจิต ในทางการแพทย์จะหมายถึง วิกลจริต มีความคิดความเข้าใจที่ไม่อยู่ในโลกความเป็นจริง
   
อย่างไรก็ตาม พวกที่มีพฤติกรรมชอบแอบถ่ายนั้นแม้จะไม่เข้าข่ายโรคจิต แต่ก็เป็นพวกที่ “มีอาการทางจิต” มีอาการแบบ    “บุคลิกภาพแปรปรวน” พวกที่มีพฤติกรรมชอบถ้ำมอง หรือชอบแอบถ่าย อาจจะเรียกได้หลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น... มีความผิดปกติทางเพศ หรือมีพฤติกรรมทางเพศที่ผิดปกติ
   
หรือจะเรียกว่าพวก “กามวิตถาร” ก็ไม่ผิด!!
   
โดยอยู่ในกลุ่มของผู้ที่มีอาการที่เรียกว่า “โบโยริซึ่ม (Boyorism)” ซึ่งพฤติกรรม แอบถ่าย อาจจะเป็นพฤติกรรมที่พัฒนาจากการชอบแอบดู หรือถ้ำมอง พัฒนาเป็นแอบถ่ายภาพนิ่ง ถ่ายคลิป เพื่อใช้สนองอารมณ์ของตนเอง และก็มีพวกที่นำไปเผยแพร่ต่ออีกด้วย โดยผู้ที่มีอาการที่เรียกว่าโบโยริซึ่มนั้น การแอบถ่ายเป็นการสร้างความตื่นเต้น ทำแล้วมีความสุข เป็นการกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศ
   
“ในปัจจุบันประเทศไทยมีแนวโน้มการแอบดู แอบถ่าย เพิ่มมากขึ้นเป็น 2 เท่า ในช่วงประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา เนื่องจากปัจจุบันสังคมบ้านเรามีการเปิดกว้างมากขึ้น ผู้หญิงแต่งตัวอวดรูปร่างทรวดทรงกันมากขึ้น ซึ่งผู้หญิงแต่งตัวก็เพื่ออวดความงามของรูปร่าง อาจไม่ได้มองว่าเป็นเรื่องเพศ แต่สำหรับผู้ชายแล้วจะมองเป็นเรื่องเพศ จึงเป็นการกระตุ้นให้ผู้ชายชอบแอบดู แอบถ่าย มากขึ้น” ...ดร.วัลลภระบุ
   
พร้อมทั้งบอกต่ออีกว่า... ในปัจจุบันมีสื่อต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นวีซีดี ดีวีดี อินเทอร์เน็ต ที่สามารถเสาะหาดูภาพลามกอนาจาร ภาพแอบถ่ายได้ง่าย แต่ถามว่าการเข้าถึงสื่อลามกอนาจารได้ง่ายขึ้นทำไมไม่ทำให้พฤติกรรมการแอบถ่ายแอบดูลดลง?? จุดนี้ก็เป็นเพราะ... สื่อลามกอนาจารที่หาดูได้ง่ายนั้น ยิ่งทำให้มีคนที่มีพฤติกรรมแอบถ่ายเพิ่มมากขึ้น เพราะยิ่งดูก็จะยิ่งเสพติดเรื่องเพศ กลายเป็นนิสัยไม่ดูไม่ได้ และที่สำคัญคือ ยิ่งดูก็ยิ่งทำให้มีความรู้สึกว่าอยากจะดูแบบที่แปลกใหม่มากขึ้นไปอีก
   
“จึงต้องหาสิ่งที่แปลกใหม่โดยการแอบถ่าย ซึ่งส่วนใหญ่พวกที่มีพฤติกรรมแบบนี้จะเป็นพวกที่มีความเก็บกด ขี้อาย ขี้กลัว แต่ปัจจุบันพวกที่เชื่อมั่นตัวเอง พวกที่มีแฟนแล้ว ก็มีพฤติกรรมชอบแอบดูแอบถ่ายด้วย”
   
สำหรับพวกที่ชอบแอบถ่ายผู้หญิงที่กำลังทำธุระส่วนตัวในห้องสุขา ซึ่งคงจะมีคนคิด ๆ อยู่ว่าเป็นภาพที่กระตุ้นอารมณ์ทางเพศล่ะหรือ?? ประเด็นนี้ ดร.วัลลภบอกว่า... ก็เป็นเรื่องของพวกที่ผิดปกติทางเพศ พวกที่หมกมุ่นกับเรื่องแบบนี้ พอมาก ๆ เข้าก็ทำให้เกิดความเบื่อหน่ายกับการได้ดูแบบเดิม ๆ ดูแล้วไม่สามารถกระตุ้นให้เกิดอารมณ์ทางเพศได้ กลายเป็นภาพที่ธรรมดา จึงทำให้พวกนี้ต้องการ  ความแปลกใหม่ แหวกแนว
   
ทำให้เกิดพฤติกรรมแอบถ่ายผู้หญิงที่ทำธุระในห้องสุขา
   
ทั้งนี้ ทิ้งท้ายกับการแก้ปัญหานี้ เพื่อมิให้ปัญหานี้ “หยุดไม่อยู่” บานปลายไปเรื่อย ๆ ดร.วัลลภบอกว่า... จำเป็น ต้องสร้างภูมิต้านทานทางจิตใจให้กับคนไทยตั้งแต่วัยเด็ก โดยการเปิดสอนและให้ความรู้ในเรื่องเพศ สอนให้รู้และเข้าใจ ไม่ให้หมกมุ่นในเรื่องพวก นี้จนเกินไป ต้องสอน ต้องอบรม ให้เข้าใจในทุก ๆ ด้าน
   
ต้องป้องกันไม่ให้เกิด “พฤติกรรมเสพติดเรื่องเพศ”
   
ที่นำสู่ปัญหาทางเพศ และปัญหาอื่น ๆ มากมาย!!!

ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
20403245