ข่าว
พฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของนักศึกษา
ที่มา: มติชน

ขณะที่หลายฝ่ายได้พยายามผลักดันให้นักเรียน นักศึกษาบ้านเราได้มีโอกาสได้ค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติม จากการเรียนการสอนในแต่ละวันทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งทางภาครัฐ เอกชน หรือรัฐวิสาหกิจ ที่มองเห็นช่องทางในอนาคต ได้ร่วมกันสนับสนุนเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นการขอเลขหมายโทรศัพท์พร้อมโปรโมชั่นพิเศษ เล่นอินเตอร์เน็ตฟรี หรือจะเป็นแพ็กเกจชั่วโมง ปัจจุบันได้ลดราคาแข่งกันชนิดที่เรียกว่าแทบจะต่างกันในระดับ สตางค์ต่อนาทีเลยทีเดียว หรือว่าจะเป็นการขยายความกว้างของสัญญาณ(แบนด์วิธ) ระหว่างประเทศ เร่งการโหลดข้อมูลทั้งภาพและเสียง มายังอุปกรณ์ต่อพ่วงที่พัฒนากันไม่หยุด

ล่าสุด ก็เคเบิลโมเด็ม, ADSL หรือ GPRS ที่โฆษณาว่าเร็วกระจาย ทะลุจอ ไม่ต้องง้อทีวี ทำให้ผู้ใช้อินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่ได้มีโอกาสเลือกเวลาในการท่องอินเตอร์เน็ตตามความต้องการ หรือความเป็นส่วนตัวกันมากขึ้น โดยอาจจะไม่ต้องมารอนั่งเล่นอินเตอร์เน็ตกลางดึกกันอีกแล้ว

ทั้งนี้ ในอีกแง่มุมหนึ่งที่ทางผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตทั้งหลายยังคงไม่ยอมควบคุมลักษณะข้อมูลที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชน ทั้งที่ทำได้โดยไม่ยาก ต่อให้จะป้องกันได้ไม่ถึง 100% แต่อาจเป็นเพราะ "เหตุผลทางด้านการตลาด" แล้ว ทำให้บรรดาผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตทั้งหลาย หรือแม้จะเป็นในสถาบันการศึกษาชื่อดังของรัฐ หรือเอกชนก็ตาม ได้เลือกที่จะให้ความเป็นอิสระในสิทธิมนุษยชน(ตามฝรั่ง) ต่อผู้ใช้อินเตอร์เน็ตได้เป็นคนเลือกบริโภคข้อมูลข่าวสารกันเอง

ดังนั้น องค์กรทางสังคมต่างๆ ที่เห็นควรว่าตนเองน่าจะระวัง หรือมีสำนึกที่เกี่ยวข้องต่อความรับผิดชอบกับปัญหาสังคมที่จะเกิดตามมา จึงควรที่จะพิจารณาศึกษาลักษณะพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตของประชาชนไว้เพื่อเป็นประโยชน์ต่อไป

สำนักวิจัยเอแบค-เคเอสซี อินเตอร์เน็ตโพลล์(เอแบคโพลล์)

ได้ออกแบบสอบถามเบื้องต้นเพื่อศึกษาประเด็นดังกล่าว และเก็บไว้อ้างอิงและพัฒนาลักษณะการสอบถามในประเด็นลึกซึ้งที่เกี่ยวข้องต่อไป

จากการออกแบบสอบถาม การติดตามพฤติกรรมการใช้อินเตอร์เน็ตเฉพาะนักศึกษาในระดับปริญญาตรีทุกระดับชั้นปีในภาครัฐบาล เป็นจำนวน 1,533 ชุด เฉพาะในเขต กรุงเทพฯและจังหวัดใกล้เคียง โดยมีสัดส่วนผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศชาย ร้อยละ 49.5 และเพศหญิง ร้อยละ 50.5 มีนักศึกษาจำนวนร้อยละ 32.1 ระบุว่าใช้เวลาเล่นอินเตอร์เน็ตประมาณ 4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ การใช้อินเตอร์เน็ตในช่วงเวลา 20.01-24.00 มากที่สุด ซึ่งคิดเป็น 58.2% รองลงมาคือในช่วงเวลา 16.01-20.00 ซึ่งคิดเป็น 38.1%

จากข้อมูลขั้นต้น กองบรรณาธิการที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ทางด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า สัดส่วนการใช้อินเตอร์เน็ตในจังหวัดที่ไกลออกไปจากภาคกลาง ซึ่งประกอบไปด้วยกรุงเทพฯและปริมณฑล อาจจะมีค่าซึ่งผิดแปลกออกไปจากที่ได้จากการสำรวจในครั้งนี้ เพราะในต่างจังหวัดกลุ่มผู้ที่มีความสามารถเป็นเจ้าของคอมพิวเตอร์ส่วนตัวนั้นน่าจะมีน้อยลง ตามการกระจายตัวของเศรษฐกิจ และอาจจะมีความคล้ายคลึงกันตามหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ สงขลา หรือนครราชสีมา เป็นต้น

เหตุผลหลักในการที่นักศึกษาเข้าไปใช้อินเตอร์เน็ตระบุว่า ใช้ไอซีคิวในการสนทนาบนอินเตอร์เน็ต ซึ่งคิดเป็น 41.0% หัวข้อสนทนาที่นักศึกษาใช้สนทนาบ่อยที่สุดระบุว่าคุยเรื่องทั่วๆ ไป ซึ่งคิดเป็น 49.2% เหตุผลรองลงมาที่นักศึกษาใช้อินเตอร์เน็ตคือ 27.8% ระบุว่าใช้เพื่อตรวจสอบอี-เมล

ส่วนช่องทางที่ใช้ในการใช้รับส่งอี-เมลเป็นประจำนั้น 55.1% ระบุว่า ใช้ Hotmail และ 25.0% ระบุว่าใช้ Yahoo มีข้อสังเกตว่า มีแค่ 1.9% ที่ระบุว่าใช้ MS Outlook ซึ่งนอกนั้นจะเห็นว่าส่วนใหญ่เป็น e-mail ที่เปิดให้ใช้โดยไม่คิดค่าบริการ

ในส่วนของสถานที่ที่นักศึกษาเข้าใช้อินเตอร์เน็ตมากที่สุด ระบุว่าเป็นสถานศึกษา และที่บ้าน โดยมีจำนวนใกล้เคียงกัน รองลงมาคืออินเตอร์เน็ตคาเฟ่ หรือตามสถานที่ให้บริการทั่วไป วัตถุประสงค์ในการใช้อินเตอร์เน็ตส่วนใหญ่คือเพื่อความบันเทิง และเพื่อค้นหาข้อมูลซึ่งมีจำนวนใกล้เคียงกัน ส่วนที่เหลือระบุว่าค้นหาเพื่อนใหม่

อินเตอร์เน็ต แพ็กเกจที่ใช้ที่บ้าน จำนวน 31.1% ระบุว่า เคเอสซี, 22.3% ระบุว่าซีเอส 11.1% ระบุว่า Asia net โดยมีผู้ไม่ตอบในข้อนี้ 27.1%
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
17289163