ธรรมรัก
ความรักกับความทุกข์ โดยท่าน ว.วชิรเมธี

          ความรักกับความทุกข์ อาตมภาพคิดว่าคำๆนี้ เมื่อถูกพูดขึ้นมา ไม่ว่าจะพูดโดยผู้ชายหรือผู้หญิง หรือใครก็ตาม บริบทของคำว่าความรักกับความทุกข์ หรือความรักคือความทุกข์มักจะเป็นบริบทของความรักในเชิงชู้สาวเสียมากกว่า เรื่องนี้ในทรรศนะของพระพุทธศาสนามองว่าอย่างไร ในทรรศนะของพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า "ทุกๆ การยึดติดถือมั่น มีค่าเป็นความทุกข์เสมอ" ภาษาของอาตมภาพแปลเสียใหม่ว่า "ที่ใดมีกอด ที่นั่นมีกัด" ทุกๆการครอบครอง มีค่าเท่ากับการขาดอิสรภาพในทรรศนะของมนุษย์ ทุกครั้งที่เราครอบครองสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็มักภูมิใจว่าฉันเป็นเจ้าของแล้ว เช่น ฉันมีรถเบนซ์ มีบ้าน มีแฟน ก็คิดว่าเป็นเจ้าของรถ เจ้าของบ้าน เจ้าของแฟนสาว หารู้ไม่ว่าทันทีที่ยอมรับสิ่งเหล่านั้นว่าเป็นของๆเรา เราก็ตกเป็นทาสสิ่งเหล่านั้นเรียบร้อยแล้ว เช่น จอดรถเบนซ์ไว้นอกบ้าน พอฝนตกเราก็นอนไม่หลับแล้ว เห็นไหม หรือมีบ้านหลังหนึ่ง พอน้ำประปารั่ว ปลวกขึ้นบ้าน เราก็ใช้ชีวิตไม่มีความสุขแล้ว หรือมีแฟนสักคนหนึ่ง ส่ง sms ไปแล้วเขาหายไป 3 วัน ชีวิตก็ไม่รื่นรมย์แล้ว เห็นหรือยังว่าเราครอบครองเขาหรือตกเป็นทาสเขากันแน่ ดังนั้น "ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์"จึงเป็นสัจธรรมสากลถูกต้องที่สุด พระพุทธเจ้าตรัสไว้ตั้ง 2,500 กว่าปี ถึงตอนนี้เราไม่ต้องเปลี่ยนแปลงคำกล่าวของพระองค์ท่าน แล้วทำไมมนุษย์โดยมากจึงมักบอกว่าที่ใดมีรักที่นั่นมีสุข เพราะเขายังไม่ได้เรียนรู้ความรักตั้งแต่ต้นสายถึงปลายทาง คนที่บอกว่าที่ใดมีรักที่นั่นมีสุข โดยมากมักเริ่มต้นแค่รู้จักความรักช่วงก่อนโปรโมชั่น พูดประโยคอย่างนี้กันทั้งนั้น พอเริ่มเรียนรู้ที่จะรักไปสักพักหนึ่ง ถ้าสังเกตอย่างละเมียดละไมก็จะเห็นว่ามันเริ่มสุขๆ ทุกข์ๆ ปนกันโดยตลอด
 
          หลังจากนั้นเมื่อหลวมตัวแต่งงานไป วันเวลาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความทุกข์มากกว่าความสุขแล้ว ฉะนั้นความสุขซึ่งเกิดจากการมีความรักเชิงชู้สาวนั้น แท้ที่จริงก็คือความทุกข์ที่รอเวลาอยู่เท่านั้นเอง มันคือความสุขที่แท้ที่จริงคือเจ้าความทุกข์ที่รอเวลาแสดงตัว คนหนุ่มคนสาวจำนวนมากไม่รู้ก็เลยคิดว่าความรักนั้นช่างหอมหวานเหลือเกิน จริงอยู่ความรักเป็นความหอมหวาน แต่เป็นความหอมหวานของเนื้อทุเรียนซึ่งมีเปลือกที่แสนขรุขระ ใช่ไหมล่ะ อาตมภาพเห็นด้วยกับพระพุทธเจ้า ที่พระองค์ตรัสว่า "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีโศก ที่ใดมีโศก ที่นั่นก็มีภัย ที่ใดไร้รักไร้โศก ที่นั้นก็พ้นโศกพ้นภัย" ฉะนั้นถ้าคุณรักแล้วอยากจะปฏิเสธทกข์ อย่าทำเลย ไม่มีทาง ถ้าคุณมีโศก ก็หมายความว่าคุณยึดติด แล้วจะปฏิเสธความเศร้าที่ตามมา ไม่มีทาง ใครทุกคนที่เริ่มมีความรัก ขอให้เรียนรู้กติกาของความรักเอาไว้เลยว่า ความรักมีความทุกข์เป็นของแถม เหมือนกับเราหยิบเหรียญกษาปณ์ขึ้นมา 1 เหรียญ ถ้าด้านปรากฎต่อเราคือด้านหัว ด้านตรงข้ามก็คือด้านก้อย เช่นเดียวกันเมื่อเรายกหน้ามือขึ้นมาพินิจ หลังมือก็ติดมาพร้อมๆ กันนั่นแหละ ความรักกับความทุกข์จึงเป็นของคู่กันมาตั้งแต่ต้นจนจบ แต่การที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นก็เพราะเขายังถูกความรักบังตา เช่นเดียวกับในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์เอาไว้ว่า "ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน ไม่ยินและไม่ยล อุปสรรคใดใด ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้ ก็โลดและแล่นไป บ ยอมอยู่ ณ ที่ขัง ถึงแม้จะผูกไว้ ก็โลดไปด้วยกำลัง ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง บ หวนคิดถึงเจ็บกาย" นี้เป็นสัจธรรมที่อยู่ในกวีนิพนธ์

          พระพุทธเจ้าก็ตรัสเอาไว้แบบนี้แหละ คนที่มีความรักนั้นมีกำลังนับร้อยเท่านับพันเท่า โลดแล่นโจนทะยานออกไป บางครั้งโจนทะยานออกจากอกพ่ออกแม่เพื่อมาค้นพบภายหลังว่า คนที่รักเราแท้ที่สุดก็คือพ่อคือแม่นั่นเอง ฉะนั้นทุกครั้งที่เราเริ่มต้นมีความรัก สิ่งหนึ่งซึ่งควรมาคู่กันกับการมีความรักก็คือความเข้าใจในธรรมชาติของความรัก ถ้าเราไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ หรือรักกันมานานตั้งห้าหกปีแล้วสุดท้ายก็เลิกกัน หรือแต่งงานมาสิบปีแล้วสุดท้ายก็เลิกกัน คนที่เจ็บปวดจากความไม่สมหวังในความรักจากการใช้ชีวิตคู่ ควรมองออกไปให้กว้างว่าขาดเขาแล้วเราไม่ตาย เพราะก่อนจะมีเขาเรายังอยู่มาได้ เมื่อย้อนกลับไปไม่มีเขาอีกครั้งหนึ่ง เราก็กลับไปยืนอยู่ ณ จุดเดิม ก็ต้องอยู่ต่อไปให้ได้ แล้วอย่าทำร้ายชีวิต อย่าทำร้ายตัวเอง แต่ให้มองว่าการที่เราเกิดเป็นคนแล้ว ไม่ได้ทุกอย่างดังใจหวังนั้น เป็นบทเรียนอีกขึ้นหนึ่งของชีวิต เป็นบันไดขั้นหนึ่งของชีวิตที่ต้องก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ

          " ในชีวิตของมนุษย์เรามีบทเรียนอยู่สองบทเรียน หนึ่ง บทเรียนที่ยาก และสอง บทเรียนที่ง่าย บทเรียนที่ง่ายก็คือทำอะไรก็สมหวังไปเสียทุกอย่าง แต่พอสมหวังไปเสียทุกอย่าง มนุษย์มักจะหลงตัวเอง พอหลงตัวเอง นั่นคือ ต้นทางของความผิดพลาด "
 
          บทเรียนที่ยากมักจะช่วยขัดเกลาฝึกปรือเราให้เข้มแข็ง เหมือนคนบางคนที่เกิดมายากจนจึงเรียนรู้ที่จะต่อสู้ และเมื่อพยายามต่อสู้ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จกลายเป็นคนมั่งคั่งพรั่งพร้อมได้ คนจำนวนมากที่สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้แล้วกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของโลกนั้นเพราะเขาไม่ปฎิเสธบทเรียนที่ยาก แต่กลับถือว่าเป็นบทเรียนที่เปรียบเสมือนหินลองทอง หรือเปรียบเสมือนหินลับมีด หรือบางทีเปรียบเสมือนกระดาษทรายที่ทำหน้าที่ขัดสีฉวีวรรณให้ชีวิตของเราผุดผ่องแวววาวทอประกายเจิดจรัสงดงามยิ่งขึ้น
ฉะนั้นการที่เราล้มเหลวในเรื่องความรัก ในเรื่องชีวิตคู่ ขอให้ถือว่าความล้มเหลวนั่นแหละคือบทเรียนแสนยากที่เป็นบันไดขั้นหนึ่งซึ่งเราต้องก้าวข้ามไป พอเราก้าวข้ามไปได้ ชีวิตของเราก็จะมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผู้รู้ท่านหนึ่งบอกว่าชีวิตที่ไม่ผ่านการต่อสู้เป็นชีวิตที่ไม่ควรค่าแก่การยกย่อง เห็นไหม เรามีหน้าที่สู้ชีวิต มีหน้าที่ก้าวข้ามความยากลำบาก ไม่ได้มีหน้าที่มาจมปลักอยู่กับความยากลำบากแล้วก็ทำร้ายทำลายตัวเอง ทุกครั้งที่เจอบทเรียนแสนยาก บอกตัวเองว่าต้องก้าวข้ามมันไป ไม่ใช่ฝังตัวเองอยู่กับบทเรียนแสนยาก บทเรียนยากๆ ทั้งหลายนั้นเปรียบเสมือนบันได ซึ่งเรามีหน้าที่ต้องก้าวผ่านบันไดเหล่านั้นไป ไม่ใช่ไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ตรงบันไดแล้วบอกว่าพอแล้วสำหรับชีวิตฉัน
 

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 44
พ่อปลุกฝังตลอด ให้อยู่คนเดียวอย่าไปมีเลยเมียมีแต่ทุกข์ พ่อบอกว่าตอนบว ถ้าปู่เองไม่ข้อร้องให้ช่วยไปทำไร่ปานนี้ไม่สึกแล้ว ใจอ่อนเองถึงมีเรามาได้ ในเมื่อมันหลวมตัวมาแล้วก้ต้องอยู่ไป แต่เรามีสิทธิ์เลือก ณ ตอนนี้ผมสับสนมากเพราะคำพูดพ่อ เลยต้องข่มตัวเอง ห้ามมีความรักห้ามมีครอบครัวมันคือทุกข์ จนมองผู้หญิงเป็นศัตรูไปหมด ทำหน้าเข้ม ทำตัวแบบคนไม่รู้สึกรู้สา เห็นคนมีความรักแล้วเบื่อหนาย ข่มราคะในตัว สู้กับความเหงาสาหัสพอสมควร คิดทุกครั้งต้องทำให้ตัวเองแข็งแกร่งถึงแข็งกระดาง ต้องสู้กับมันให้ได้ รักคือทุกข์ห้ามมี ผมสับสน แต่ยังไงซะมันก็คือความจริงจะปฏิเสธก้คือหลอกตัวเอง สับสนมาก เหมือนต้องอยู่เป้นโสดเพื่อไม่ให้พ่อผิดหวังยังไงยังงั้น เพราะแก่จะพูดเสมอ ว่าเพราะกิเลสเหมือนมูล คูธ สกปรก
เรื่องจริง
(19 กันยายน 2557  เวลา 03:21:54)
ความคิดเห็นที่ 43
เข้าใจชัดเจน ใจเยนเปนสุขชะที.
เข้าใจชัดเจนดี.
(12 กันยายน 2557  เวลา 00:55:42)
ความคิดเห็นที่ 42
คนที่มีความทุกเลื่องความรักยู่ ต้องสู้ต่อไป ยู่กับปะจุบันให้ได้ สักวันหนี่งกอผ่านไปได้เอง
คนไม่มีรัก
(3 กันยายน 2557  เวลา 15:32:38)
ความคิดเห็นที่ 41
โมทนาค่ะ ชอบมากค่ะ "ชีวิตที่ไม่ผ่านการต่อสู้เป็นชีวิตที่ไม่ควรค่าแก่การยกย่อง" ฟังแล้วทำให้ได้แง่คิดและช่วยเตือนสติ ได้มาก วันนี้ถือว่าโชคดีมาก ที่ได้อ่านบทความของท่าน ว.วชิรเมธี  และเพื่อนๆ ทุกคน ก็คงคิดเหมือนเราเช่นกัน ความรักแท้ ไม่สู้รักของพ่อแม่
เพื่อนร่วมวัฎสงสาร
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 22:23:38)
ความคิดเห็นที่ 40
สาธุ ได้ข้อคิดดีมากๆค่ะ
คนมีความรัก
(29 กรกฎาคม 2557  เวลา 22:11:59)
ความคิดเห็นที่ 39
ความรักเหมือนอย่างว่าเลยมีความรักก็ต้องมีความทุกข์ถ้าไม่อยากมีความทุกข์ก็อย่าได้รักถ้าคิดจะรักต้องควบคุมตัวเองให้ได้เอาชนะใจตนเองให้ได้ คนที่เล่นกับความรักก็เหมือนคุณกำลังเล่นกับไฟ ร้อนรน แต่ทุกข์อย่างจะผ่านไปด้วยดีเพราะสักวันไฟก็
มอดลงและดับสนิดได้ตราบใดทีไฟดับได้ความรักของเราก็จืดจางได้เช่นกัน
อริษา
(21 กรกฎาคม 2557  เวลา 19:00:29)
ความคิดเห็นที่ 38
ดีมากเลยคะได้เข้าได้กำลังใจเมื่อรักเขาก็ต้องอยากใหิเขามีความสุขอย่าสร้างความทุกข์ให้เขาจงดีใจที่มีโอกาศมารักกันรักไม่จำเป็นต้องครอบครอง
อริษา
(21 กรกฎาคม 2557  เวลา 18:49:05)
ความคิดเห็นที่ 37
เป็นบทความที่ดีมากๆ เรย
แต่เรายังไม่หลุดพ้นเรย ยังยึดติดกับสิ่งนั้นอยู่เรย ทั้งที่พยายามแล้วก็ตาม
ให้ลืมภาพที่เคยมีด้วยกันมันยากจริงๆ
หมิว
(1 มีนาคม 2557  เวลา 16:21:46)
ความคิดเห็นที่ 36
วันนี้ทุกข์เพราะใจยึดติด เพราะใจอยากครอบครอง เพราะใจเรียกร้องต้องการเขา
แต่หารู้ไม่ว่า...ความสุขที่แท้จริงของความรัก คือการได้รักได้เห็นเขามีความสุข
มีความปราถนาดีต่อกัน ทำให้้อย่างไม่คาดหวังการตอบแทน
หากเมื่อไหร่....ตั้งสติได้ก็พ้นทุกข์
หนึ่งในทุกข์ จนพ้นทุกข์
(3 ธันวาคม 2556  เวลา 23:52:19)
ความคิดเห็นที่ 35
ตอนนี้ทุกข์มากไม่รู้จะเริ่มต้นแก้ปัญหาอย่างไรดี
สงขลา
(17 กรกฎาคม 2556  เวลา 14:14:19)
ความคิดเห็นที่ 34
เคยถูกผู้ชายคนหนึ่งหลอกให้หลงรัก หลังจากน้ันเค้าไม่สนใจเรา ตอนนี้เค้าสนใจคนอื่น อยากจะลืมเค้าให้ได้ ต้องทำอย่างไรคะ
คนเคยถูกทิ้ง
(24 พฤษภาคม 2556  เวลา 17:54:45)
ความคิดเห็นที่ 33
ความรัก ความใคร่..มันก็คือของร้อน..ดีๆ..นี้เเหละ...ถอยมาอยู่กับตัวเองคนเดียวดีที่สุด..ทาน..ศีล..ภาวนา..ทำให้มันสุดๆไปโล้ดเเน่
mantra love
(21 พฤษภาคม 2556  เวลา 11:08:46)
ความคิดเห็นที่ 32
ต้องช้ำใจปล่อยรักไปหยุดดวงใจใฝ่รักคุณ จากกันไกลขอไม่มีคุณว้าวุ่นวายใจ...(ขอให้เป็นสุข พบความสงบ กันทุกทุกคนนะคร้าบบ)
Ken
(29 มีนาคม 2556  เวลา 22:53:39)
ความคิดเห็นที่ 31
ถ้าความรักเป็นความทุกข์งั้นก็อย่าไปมีมันดีกว่า อยู่คนเดียวน่าจะมีความสุขที่สุดแล้ว
กฎกวัลก์
(14 มีนาคม 2556  เวลา 10:16:28)
ความคิดเห็นที่ 30
อ่านแล้วเข้าใจแต่ทำยังไงก็ทำไม่ได้ได้แต่ถอยตัวเข้าไปอยู่กับมันจมอยู่กับความทุกข์
oh
(10 มีนาคม 2556  เวลา 13:10:07)
ความคิดเห็นที่ 29
สาธุ เราเคยผ่านแล้วทางนี้กว่าจะลุกได้ก็ด้วยศึกษาพระธรรมและฝึกปฏิบัติจิต คอยจับจิตตัวเอง และเข้าใจว่าความรักมีทุกๆวัน ทุกๆคนได้ความรัก จากพ่อ แม่ พี่ น้อง ต้นไม้ทุกสิ่งที่รอบตัว ขอแค่รักเป็นเราก็จะไม่ทุกข์ ถ้ารักอยากครอบครองเมื่อไหร่จะทุกข์ ถ้ารักเพื่อความใคร่ก็จะทุกข์ รักที่ไม่ทุกข์คือยินดีเมื่อทุกคนมีความสุข ทุกวันนี้เราก็ยังรักอดีตสามี แต่ไม่ทุกข์เพราะไม่อยากครอบครองและยินดีที่เค้าได้เลือกทางที่เขาชอบ
ผู้เดินผ่าน
(6 มีนาคม 2556  เวลา 23:27:00)
ความคิดเห็นที่ 28
อยากละทิ้งความรักที่ผูกพันแบบนี้ได้บ้าง
ไม่มีใครรักเราได้เท่าพ่อแม่แล้ว
เจ็บจากใจ
(27 กุมภาพันธ์ 2556  เวลา 13:54:25)
ความคิดเห็นที่ 27
คะพอก้าวผ่านมาได้ สุขเกิดขึ้นจริงๆ ^^
คนที่รักพ่อแม่ที่สุดในโลก
(22 มกราคม 2556  เวลา 21:17:09)
ความคิดเห็นที่ 26
เป็นหลักการคิดที่ทำให้เรามีสติระลึกรู้ในการดำเนินชีวิตคู่และชีวิตการทำงานที่ดีมากค่ะ บางอย่างเรามองข้ามไปพอมาอ่านแล้วทำให้เราทบทวนตัวเองอีกครั้ง
Aor
(1 มกราคม 2556  เวลา 13:59:46)
ความคิดเห็นที่ 25
มีสติ มีปัญญา มีความคิด ล่่ะความโลป สุขเท่าที่ตัวมี เป็นลาปอันประเสริฐ
อิท
(23 ธันวาคม 2555  เวลา 21:21:18)
ความคิดเห็นที่ 24
อ่านแล้วดีจัง  ขออนุญาตแชร์นะคะ  " คนที่มีความรักนั้นมีกำลังนับร้อยเท่านับพันเท่า โลดแล่นโจนทะยานออกไป บางครั้งโจนทะยานออกจากอกพ่ออกแม่เพื่อมาค้นพบภายหลังว่า คนที่รักเราแท้ที่สุดก็คือพ่อคือแม่นั่นเอง    
ฉะนั้นทุกครั้งที่เราเริ่มต้นมีความรัก สิ่งหนึ่งซึ่งควรมาคู่กันกับการมีความรักก็คือความเข้าใจในธรรมชาติ ของความรัก   ให้เรียนรู้กติกาของความรักเอาไว้เลยว่า ความรักมีความทุกข์เป็นของแถม เหมือนกับเราหยิบเหรียญกษาปณ์ขึ้นมา 1 เหรียญ ถ้าด้านปรากฎต่อเราคือด้านหัว ด้านตรงข้ามก็คือด้านก้อยแน่นอน
nat
(10 ธันวาคม 2555  เวลา 13:17:15)
ความคิดเห็นที่ 23
ได้หนทางหลุดพ้น
ดีมากเลยคับ
หน่มอุบล
(8 ตุลาคม 2555  เวลา 09:11:07)
ความคิดเห็นที่ 22
"ชีวิตที่ไม่ผ่านการต่อสู้เป็นชีวิตที่ไม่ควรค่าแก่การยกย่อง" ชอบมากเลยค่ะคำนี้ มีกำลังใจต่อสู้ความทุกข์จากรัก และความทุกข์ต่ออุปสรรคในงานค่ะ
bobo
(18 กันยายน 2555  เวลา 14:46:38)
ความคิดเห็นที่ 21
เตือนสติดีมากเลยครับ ถ้าผู้อ่านแล้วคิดด้วยก็พบความจริง ชีวิตคนเราลิขิตมาแล้วกรรมย่อมเป็นไปตามกรรม สิ่งที่ผ่านไปแล้วผ่านไป ปัจจุบ้นต้องเดินต่อไปให้ทำนุญกุศลตวามดีไว้ เพื่อชาติหน้าได้พบกันถิงแม้นชาตินี้พลัดพรากจากกัน ถือว่าเป๊นกรรมของเรา บุญวาสนาน้อย จงภูมิใจที่เรารักเขาให้คนที่เรารักมีสุขเถิด ชาติหน้าพบกันใหม่
chartchai
(27 สิงหาคม 2555  เวลา 09:00:48)
ความคิดเห็นที่ 20
ชีวิตคนมันก็แค่  โลงหนึ่งใบยังเอาไปไม่  ดัดเลย
คนเดินทาง
(14 สิงหาคม 2555  เวลา 17:29:35)
ความคิดเห็นที่ 19
ดีค่ะ ชอบมากๆเลยค่ะ
ตลอดเวลาที่ผ่านมารักทีไรมีแต่ความทุกข์เพราะว่ายึดติดกับมัน
เลยมีแต่ความเจ็บปวด แต่ตอนนี้เข้าใจแล้วค่ะ ว่าควรปล่อยว่าง สิ่งใดที่เป็ฯของเรา
ยังไงก็เป็นของเราอยู่วันยังคล้ำ แต่สิ่งใดที่ไม่ใช่ ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่ใช่ค่ะ
พอได้อ่านบทความของท่าน ทำให้คิดได้ขึ้นเยอะเลยค่ะ
ขอบคุณมากนะค่ะ
เจ็บมากในความรัก
(28 กรกฎาคม 2555  เวลา 19:54:59)
ความคิดเห็นที่ 18
ดีครับ
สุ1000
(6 กรกฎาคม 2555  เวลา 15:30:30)
ความคิดเห็นที่ 16
55555555555555555+
ควย
(6 กรกฎาคม 2555  เวลา 15:03:36)
ความคิดเห็นที่ 15
555555255555++
น้องฟลอย
(6 กรกฎาคม 2555  เวลา 15:03:13)
ความคิดเห็นที่ 14
ดีค่ะพี่
นาza
(6 กรกฎาคม 2555  เวลา 15:02:56)
ความคิดเห็นที่ 13
55555
เบจมาญ555+
(6 กรกฎาคม 2555  เวลา 15:02:28)
ความคิดเห็นที่ 12
555+
คลองza
(6 กรกฎาคม 2555  เวลา 15:00:48)
ความคิดเห็นที่ 11
อิอิ
uit7yt978yo0
(6 กรกฎาคม 2555  เวลา 14:58:56)
ความคิดเห็นที่ 10
ซึ้งในรสพระธรรม
เม
(11 มิถุนายน 2555  เวลา 11:20:40)
ความคิดเห็นที่ 9
ถ้าแฟนเรามีคนใหม่ เราจะต้องทำตัวอย่างไร จึงจะไม่ให้ตัวเองเป็นทุกข์
ขอนแก่น
(2 พฤษภาคม 2555  เวลา 13:35:53)
ความคิดเห็นที่ 8
เรายังคิดไม่ตกเลยพยายามเท่าไหร่ก็ยังทุกข์อยู่ดี หนึ่งปีที่เรารู้เค้ามีคนใหม่มันเจ็บใจจริงๆ
white
(20 เมษายน 2555  เวลา 00:27:22)
ความคิดเห็นที่ 7
ขอบพระคุณพระคุณเจ้า ว.วชิรเมธี มากๆค
takiramsa
(2 เมษายน 2555  เวลา 12:08:17)
ความคิดเห็นที่ 6
เตือนสติคนรักได้ดีมาก คนกำลังมีความรักน่าจะอ่านที่สุด
amporn
(17 มีนาคม 2555  เวลา 05:49:44)
ความคิดเห็นที่ 5
ชอบม๊าก มากค่ะ
ขอนแก่น
(26 กุมภาพันธ์ 2555  เวลา 12:20:56)
ความคิดเห็นที่ 4
 บทเรียนที่ยากมักจะช่วยขัดเกลาฝึกปรือเราให้เข้มแข็ง เหมือนคนบางคนที่เกิดมายากจนจึงเรียนรู้ที่จะต่อสู้ และเมื่อพยายามต่อสู้ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จกลายเป็นคนมั่งคั่งพรั่งพร้อมได้
jongsawhang
(10 มกราคม 2555  เวลา 11:18:06)
ความคิดเห็นที่ 3
เราเองคือผู้สร้างประสบการณ์ ดัง นั้น เรา ควร เลือก แต่ เรื่อง ที่ ดี ด้วย สติ ตั้ง มั่น
rebellion_ryo31
(10 มกราคม 2555  เวลา 11:09:13)
ความคิดเห็นที่ 2
เตือนสติได้ดีมากค่ะ จะก๊อปปี้ไปจัดป้ายนิเทศให้เด็กวัยรุ่นได้อ่าน
ญาติโยม จ.เลย
(9 มกราคม 2555  เวลา 14:29:57)
ความคิดเห็นที่ 1
ดีมากค่ะ อยากให้มีอีกค่ะ
amporn
(26 ธันวาคม 2554  เวลา 14:53:34)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
20419168