ธรรมรัก
ความรักกับความทุกข์ โดยท่าน ว.วชิรเมธี

          ความรักกับความทุกข์ อาตมภาพคิดว่าคำๆนี้ เมื่อถูกพูดขึ้นมา ไม่ว่าจะพูดโดยผู้ชายหรือผู้หญิง หรือใครก็ตาม บริบทของคำว่าความรักกับความทุกข์ หรือความรักคือความทุกข์มักจะเป็นบริบทของความรักในเชิงชู้สาวเสียมากกว่า เรื่องนี้ในทรรศนะของพระพุทธศาสนามองว่าอย่างไร ในทรรศนะของพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า "ทุกๆ การยึดติดถือมั่น มีค่าเป็นความทุกข์เสมอ" ภาษาของอาตมภาพแปลเสียใหม่ว่า "ที่ใดมีกอด ที่นั่นมีกัด" ทุกๆการครอบครอง มีค่าเท่ากับการขาดอิสรภาพในทรรศนะของมนุษย์ ทุกครั้งที่เราครอบครองสิ่งใดสิ่งหนึ่งก็มักภูมิใจว่าฉันเป็นเจ้าของแล้ว เช่น ฉันมีรถเบนซ์ มีบ้าน มีแฟน ก็คิดว่าเป็นเจ้าของรถ เจ้าของบ้าน เจ้าของแฟนสาว หารู้ไม่ว่าทันทีที่ยอมรับสิ่งเหล่านั้นว่าเป็นของๆเรา เราก็ตกเป็นทาสสิ่งเหล่านั้นเรียบร้อยแล้ว เช่น จอดรถเบนซ์ไว้นอกบ้าน พอฝนตกเราก็นอนไม่หลับแล้ว เห็นไหม หรือมีบ้านหลังหนึ่ง พอน้ำประปารั่ว ปลวกขึ้นบ้าน เราก็ใช้ชีวิตไม่มีความสุขแล้ว หรือมีแฟนสักคนหนึ่ง ส่ง sms ไปแล้วเขาหายไป 3 วัน ชีวิตก็ไม่รื่นรมย์แล้ว เห็นหรือยังว่าเราครอบครองเขาหรือตกเป็นทาสเขากันแน่ ดังนั้น "ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์"จึงเป็นสัจธรรมสากลถูกต้องที่สุด พระพุทธเจ้าตรัสไว้ตั้ง 2,500 กว่าปี ถึงตอนนี้เราไม่ต้องเปลี่ยนแปลงคำกล่าวของพระองค์ท่าน แล้วทำไมมนุษย์โดยมากจึงมักบอกว่าที่ใดมีรักที่นั่นมีสุข เพราะเขายังไม่ได้เรียนรู้ความรักตั้งแต่ต้นสายถึงปลายทาง คนที่บอกว่าที่ใดมีรักที่นั่นมีสุข โดยมากมักเริ่มต้นแค่รู้จักความรักช่วงก่อนโปรโมชั่น พูดประโยคอย่างนี้กันทั้งนั้น พอเริ่มเรียนรู้ที่จะรักไปสักพักหนึ่ง ถ้าสังเกตอย่างละเมียดละไมก็จะเห็นว่ามันเริ่มสุขๆ ทุกข์ๆ ปนกันโดยตลอด
 
          หลังจากนั้นเมื่อหลวมตัวแต่งงานไป วันเวลาส่วนใหญ่เป็นเรื่องของความทุกข์มากกว่าความสุขแล้ว ฉะนั้นความสุขซึ่งเกิดจากการมีความรักเชิงชู้สาวนั้น แท้ที่จริงก็คือความทุกข์ที่รอเวลาอยู่เท่านั้นเอง มันคือความสุขที่แท้ที่จริงคือเจ้าความทุกข์ที่รอเวลาแสดงตัว คนหนุ่มคนสาวจำนวนมากไม่รู้ก็เลยคิดว่าความรักนั้นช่างหอมหวานเหลือเกิน จริงอยู่ความรักเป็นความหอมหวาน แต่เป็นความหอมหวานของเนื้อทุเรียนซึ่งมีเปลือกที่แสนขรุขระ ใช่ไหมล่ะ อาตมภาพเห็นด้วยกับพระพุทธเจ้า ที่พระองค์ตรัสว่า "ที่ใดมีรัก ที่นั่นมีโศก ที่ใดมีโศก ที่นั่นก็มีภัย ที่ใดไร้รักไร้โศก ที่นั้นก็พ้นโศกพ้นภัย" ฉะนั้นถ้าคุณรักแล้วอยากจะปฏิเสธทกข์ อย่าทำเลย ไม่มีทาง ถ้าคุณมีโศก ก็หมายความว่าคุณยึดติด แล้วจะปฏิเสธความเศร้าที่ตามมา ไม่มีทาง ใครทุกคนที่เริ่มมีความรัก ขอให้เรียนรู้กติกาของความรักเอาไว้เลยว่า ความรักมีความทุกข์เป็นของแถม เหมือนกับเราหยิบเหรียญกษาปณ์ขึ้นมา 1 เหรียญ ถ้าด้านปรากฎต่อเราคือด้านหัว ด้านตรงข้ามก็คือด้านก้อย เช่นเดียวกันเมื่อเรายกหน้ามือขึ้นมาพินิจ หลังมือก็ติดมาพร้อมๆ กันนั่นแหละ ความรักกับความทุกข์จึงเป็นของคู่กันมาตั้งแต่ต้นจนจบ แต่การที่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นก็เพราะเขายังถูกความรักบังตา เช่นเดียวกับในหลวงรัชกาลที่ 6 ทรงพระราชนิพนธ์เอาไว้ว่า "ความรักเหมือนโรคา บันดาลตาให้มืดมน ไม่ยินและไม่ยล อุปสรรคใดใด ความรักเหมือนโคถึก กำลังคึกผิขังไว้ ก็โลดและแล่นไป บ ยอมอยู่ ณ ที่ขัง ถึงแม้จะผูกไว้ ก็โลดไปด้วยกำลัง ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง บ หวนคิดถึงเจ็บกาย" นี้เป็นสัจธรรมที่อยู่ในกวีนิพนธ์

          พระพุทธเจ้าก็ตรัสเอาไว้แบบนี้แหละ คนที่มีความรักนั้นมีกำลังนับร้อยเท่านับพันเท่า โลดแล่นโจนทะยานออกไป บางครั้งโจนทะยานออกจากอกพ่ออกแม่เพื่อมาค้นพบภายหลังว่า คนที่รักเราแท้ที่สุดก็คือพ่อคือแม่นั่นเอง ฉะนั้นทุกครั้งที่เราเริ่มต้นมีความรัก สิ่งหนึ่งซึ่งควรมาคู่กันกับการมีความรักก็คือความเข้าใจในธรรมชาติของความรัก ถ้าเราไม่ประสบความสำเร็จในชีวิตคู่ หรือรักกันมานานตั้งห้าหกปีแล้วสุดท้ายก็เลิกกัน หรือแต่งงานมาสิบปีแล้วสุดท้ายก็เลิกกัน คนที่เจ็บปวดจากความไม่สมหวังในความรักจากการใช้ชีวิตคู่ ควรมองออกไปให้กว้างว่าขาดเขาแล้วเราไม่ตาย เพราะก่อนจะมีเขาเรายังอยู่มาได้ เมื่อย้อนกลับไปไม่มีเขาอีกครั้งหนึ่ง เราก็กลับไปยืนอยู่ ณ จุดเดิม ก็ต้องอยู่ต่อไปให้ได้ แล้วอย่าทำร้ายชีวิต อย่าทำร้ายตัวเอง แต่ให้มองว่าการที่เราเกิดเป็นคนแล้ว ไม่ได้ทุกอย่างดังใจหวังนั้น เป็นบทเรียนอีกขึ้นหนึ่งของชีวิต เป็นบันไดขั้นหนึ่งของชีวิตที่ต้องก้าวขึ้นไปเรื่อยๆ

          " ในชีวิตของมนุษย์เรามีบทเรียนอยู่สองบทเรียน หนึ่ง บทเรียนที่ยาก และสอง บทเรียนที่ง่าย บทเรียนที่ง่ายก็คือทำอะไรก็สมหวังไปเสียทุกอย่าง แต่พอสมหวังไปเสียทุกอย่าง มนุษย์มักจะหลงตัวเอง พอหลงตัวเอง นั่นคือ ต้นทางของความผิดพลาด "
 
          บทเรียนที่ยากมักจะช่วยขัดเกลาฝึกปรือเราให้เข้มแข็ง เหมือนคนบางคนที่เกิดมายากจนจึงเรียนรู้ที่จะต่อสู้ และเมื่อพยายามต่อสู้ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จกลายเป็นคนมั่งคั่งพรั่งพร้อมได้ คนจำนวนมากที่สามารถสร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาได้แล้วกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่ของโลกนั้นเพราะเขาไม่ปฎิเสธบทเรียนที่ยาก แต่กลับถือว่าเป็นบทเรียนที่เปรียบเสมือนหินลองทอง หรือเปรียบเสมือนหินลับมีด หรือบางทีเปรียบเสมือนกระดาษทรายที่ทำหน้าที่ขัดสีฉวีวรรณให้ชีวิตของเราผุดผ่องแวววาวทอประกายเจิดจรัสงดงามยิ่งขึ้น
ฉะนั้นการที่เราล้มเหลวในเรื่องความรัก ในเรื่องชีวิตคู่ ขอให้ถือว่าความล้มเหลวนั่นแหละคือบทเรียนแสนยากที่เป็นบันไดขั้นหนึ่งซึ่งเราต้องก้าวข้ามไป พอเราก้าวข้ามไปได้ ชีวิตของเราก็จะมีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น ผู้รู้ท่านหนึ่งบอกว่าชีวิตที่ไม่ผ่านการต่อสู้เป็นชีวิตที่ไม่ควรค่าแก่การยกย่อง เห็นไหม เรามีหน้าที่สู้ชีวิต มีหน้าที่ก้าวข้ามความยากลำบาก ไม่ได้มีหน้าที่มาจมปลักอยู่กับความยากลำบากแล้วก็ทำร้ายทำลายตัวเอง ทุกครั้งที่เจอบทเรียนแสนยาก บอกตัวเองว่าต้องก้าวข้ามมันไป ไม่ใช่ฝังตัวเองอยู่กับบทเรียนแสนยาก บทเรียนยากๆ ทั้งหลายนั้นเปรียบเสมือนบันได ซึ่งเรามีหน้าที่ต้องก้าวผ่านบันไดเหล่านั้นไป ไม่ใช่ไปนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ตรงบันไดแล้วบอกว่าพอแล้วสำหรับชีวิตฉัน
 

ความคิดเห็น
หน้าที่
ความคิดเห็นที่ 71
แปดเดือนแล้วค่ะ รู้ว่าทุกอย่างไม่มีทางเหมืนเดิม
แต่ยังคิดถึงจะโหยหาเขาคนเดิมที่ไม่มีทางกลับมาได้
ทรมานมากๆเลยค่ะ คิดอยากจะหายไปจากโลกนี้หลายๆครั้ง
ไม่รู้จะรอด ผ่านบทเรียนนี้ไหม
man
(10 พฤศจิกายน 2559  เวลา 13:36:40)
ความคิดเห็นที่ 70
มันจะทุก เสมอถ้าเราไปอยู่แต่ในโลกของเค้า เราจะอ่อนแอ้ไม่เป็นตัวเอง
จะยอมไปทุกอย่าง ทำแต่เพื่อเค้า ลืมมองตัวเองว่าจะเจ็บและจบแบบไหน
ไม่ว่าจะอ้วนแล้วมาผอมลง ไม่ว่ารับปากไรแล้วทำได้ทุกอย่าง เหมือนสุขแต่ก็ทุกเสมอ
เพราะเค้า แค่เข้ามาผ่านเวลา และกลับไปหาคนอื่นเสมอ ต่อให้มีครบตามต้องการ
ก็หยุดตัวเค้าไม่ได้ ผมพร้อมให้เค้าเดินจากไปดีกว่า ไม่ว่าคนรอบข้างจะมองเราไม่เหมือนเดิม
พี่สาวจะห่วงแค่ไหน ผมขอทำในสิ่งที่ตัวเองชอบ อยากทำไร ทำเลย ไม่แคร์ใคร
เที่ยวกินดื่ม ซื้อกินให้เต็ม แล้วมาลุยงานต่อ เป็นคนบ้างานเหมือนเดิม
พอเต็มแล้วหันมาหาครอบครัว ใช้เวลาเพื่อลืมไม่ได้ เพราะคนเราไม่ได้ความจำสั่นสะนิดเลย
หมดทุกพลัง จะไปจีบใคร หรือไปรับไปส่งใคร เบื่อทุกคนที่เข้ามาในกรอบของเรา
kun
(19 ตุลาคม 2559  เวลา 20:29:53)
ความคิดเห็นที่ 69
การได้ใช้ชีวิตรวมกับใครเเล้วไปกันไม่ได้ ถ้ายอมรับเเละเข้มเเข็งอย่างที่ได้อ่าน
ก็คงจะดี เเต่กับบางคนเลือกที่จะยอมเเพ้ เเล้วเอาความคิดตัวเองเป็นที่ตั้ง มันจึงเป็นเรื่อง
เจ็บปวดทั้งคนที่ทำเเละคนที่เขาคิดว่าเป็นสาเหตุด้วย
กันเนอร์
(24 กันยายน 2559  เวลา 16:45:15)
ความคิดเห็นที่ 68
ผ่านจุดนี้มาแล้วค่ะ ทุกข์เพราะรักที่ไม่มีทางเป็นไปได้ ยึดติดและจมปลัก ไม่ยอมรับความเป็นจริง อยากครอบครองเป็นเจ้าของจนทำให้ตัวเองทุกข์ ธรรมะช่วยดึงสติและทำให้รู้ตื่น เข้าใจและยอมรับความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ตอนนี้คือปล่อยวางแล้ว ทำสิ่งที่ถูกต้อง และอยู่กับมันอย่างเข้าใจ "ความรักมักมาพร้อมกับความทุกข์" เป็นสัจจะธรรมที่เราควรตระหนักและระลึกถึงเสมอเมื่อวันหนึ่งวันใดเกิดมีความรักขึ้นมาอีกครั้ง
ขอเป็นกำลังให้ผู้ที่กำลังประสบกับความทุกข์เพราะรักอยู่ในขณะนี้จงพบกับทางสว่างโดยเร็วพลัน สาธุ...
Living Life
(23 กันยายน 2559  เวลา 14:48:09)
ความคิดเห็นที่ 67
เราเป็นคนนึงที่ถูกบอกเลิกทั้งๆที่เค้ายังบอกว่ารักเรามากแต่เค้าไม่เคยรู้สึกว่าเรารักเค้าเลย...เราเองไม่เคยเข้าใจจนถึงทุกวันนี้ผ่านมาจะ 9เดือนแล้วจริงๆเรารักเค้ามากๆไม่ว่าจะทำยังไงเค้าก็ไม่กลับมา แต่ถ้านัดเจอกันพบกันเค้าคนนั้นก็จะมาหาบ้างแต่ไม่ให้ความสนิทสนมเหมือนเดิม..มันทำให้เรารู้สึกเจ็บปวดเหมือนตัดกันไม่ขาดสุดท้ายก็ไม่มีอะไรชัดเจนจะไปหรือจะอยู่เป็นแบบนี้มา จะ 9เดือนแล้วตอนนี้เราพยายามทำใจและทำใจ คิดว่าเราไม่ควีเจอกันอีกยิ่งมารู้ว่าเค้าคุยกับผู้ชายคนอื่นที่เพื่อนเค้าแนะนำให้เราแทบไม่อยากจะเชื่อว่าเค้าที่เราเคยรู้จักจะเป็นคนแบบนั้น    เราผิดหวังไม่รู้จะเท่าไหร่คงจะชดใช้กันหมดแล้วกับสิ่งที่เค้าเคยบอกว่าเราทำไม่ดีกับเค้า   เราขอชดใช้ให้ต่อไปนี้ให้เรา ตัดกรรม สิ้นสุดกันแค่นี้ ถ้าเรายังมีบุญร่วมกันจริงเราคงกลับมาได้รักกันอีก...
ฉันเหนื่อย
(19 กันยายน 2559  เวลา 23:04:15)
ความคิดเห็นที่ 66
เคยเป็น
แสง
(19 กันยายน 2559  เวลา 22:54:21)
ความคิดเห็นที่ 65
เพราะ รักถึงต้องปล่อย ความรักคือ คน 2 คนต้องมีใจต่อกัน  หากวันใดวันหนึง คนหนึ่งคนหมดรัก  อีกคนที่ยังรักถ้ายึดไว้ก็จะทุกข์ ยังไงหรือ เพราะคนหมดรักจะแสดงทุกวิ๔ีทางที่ไม่ดีกับเรา  คนรักกัน จะรู้จุดอ่อนของกันและกัน  เมื่อหมดรักก็จะเอาจุดอ่อนมาถิ่มแทง ตอกย้ำให้เจ็บปวด จนจะขาดใจ  หากทำใจได้ก็ต้องปล่อยเขาไป ถ้าไม่อยากเจ็บปวด  เพราะฉนั้น ถ้าคิดว่าเรารักเขาแล้วเขาไม่รักเรา  เราต้องปล่อยเขาไป เขาถึงจะไม่ทุกข์  และเราก็จะสุขเช่นกัน  นี่ปล่อยไปจะ 4 ปีแล้ว  พอเลิกกันเหมือนปลดอะไรที่หักสุดๆๆๆ ออกไป ทุกวันนี้ถ้าเกี่ยวกะคู่ก็มีความสุขน่ะ  ถ้าถ้าเรื่องการดำเนินชีวิตก็สุขบ้าง ทุกข์บ้างเป็นเรื่องธรรมดา   สุขหรือทุกข์มันอยู่ที่ใจจริงๆๆๆค่ะ
ผีน้อย
(24 สิงหาคม 2559  เวลา 01:17:21)
ความคิดเห็นที่ 64
คบกันมา 4 ปี กว่า ตกลงแต่งงานกัน แต่สุดท้ายก้อไปกันไม่รอด แต่งงานกัน ได้ 6 เดือน ช่วงคบกันเค้าดีมาก เราวางแผนกันไว้อย่างสวยหรู แต่สิ่งที่วางไว้หายในพริบตา เพราะการกระทำของเราในอดีตที่ผ่านมา ทุกคนย่อมมีอดีตที่เลวร้ายกันทุกคน แต่อดีตของเราเค้าก้อรับรู้นะ ไม่ใช่พึ่งมารู้ พอแต่งงาน ก้อเกิดการทะเลาะกันใหญ่โต พูดอะไรก้อผิด ทำอะไรก้อผิด สุดท้ายความรักครั้งนี้ก้อไม่ได้ไปต่อ เค้าบอกว่าจะให้โอกาส แต่การให้โอกาสของเค้าคือการเฉยชา ด่าทอ ทำเหมือนคนไมรู้จักกัน พูดจาทำร้ายจิตใจเราตลอด จนเราทนไม่ไหว เราเลยถอยออกมา เพื่อนให้เค้ามีความสุข กับครอบครัวเค้า นี้หรือการให้โอกาสคนอื่น เสียใจที่สุดของชีวิตลูกผู้หญิง
ppppp
(21 สิงหาคม 2559  เวลา 09:31:11)
ความคิดเห็นที่ 63
ไม่ยึดติด ไม่เจ็บปวด
ความรัก มักมีทุกข์เป็นของแถม
เก๋
(15 สิงหาคม 2559  เวลา 23:53:19)
ความคิดเห็นที่ 62
ผมก็รักคนๆหนึ่ง ตอนนี้รู้แล้วว่าไม่เหมาะ เพราะเขามีคู่อยู่แล้ว เลยอกหัก  อยู่ในช่วงบังคับตนเองให้ทำใจ
ไม่ไลน์ ไม่โทรหา จะพยายามทำในสิ่งที่ถูกต้อง  ไม่อยากให้ใครเจ็บช้ำ เก็บไว้คนเดียวดีกว่า
หากสิ่งที่กำลังทำอยู่นี้เป็นบุญกุศล ก็ขอให้ชีวิตจิตใจผมดีขึ้นทีเถอะ
สุดท้ายนี้ ขอเป็นกำลังใจให้คนที่เป็นแบบเดียวกับผมด้วย เชื่อว่าสักวันสิ่งที่ดีๆจะเข้ามาหาเราบ้าง
ด้วยความเคารพ ในคุณพระรัตนตรัย
sitti(แขก)
(4 สิงหาคม 2559  เวลา 14:13:49)
ความคิดเห็นที่ 61
เพิ่งโดนบอกเลิกเมื่อวาน แฟนให้เหตุผลว่าทนเรามามาแล้ว เราชอบควบคุม แล้วว่าเค้าเรื่องมีผู้หญิงคนอื่น ตอนนี้แฟนเราหลุดโลกไปเลย
รู้สึกผิดและเสียใจ แต่กลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว ขอโอกาสกับแฟนแล้วแต่เค้าไม่ให้  ไม่คุย ไม่รับโทรศัพท์ บล็อคไลน์
เราได้แต่ส่งข้อความไปขออโหสิกรรม แต่เค้าไม่ตอบกลับมา (ในใจหวังว่าเค้าจะอโหสิกรรมให้เรา)
จะได้ไม่มีเวรกรรมต่อกัน
 ปล.สวดมนต์แผ่เมตตาทุกวัน หวังให้ตัวเราและแฟนหลุดพ้นจากความทุกข์
บูเม่
(8 กรกฎาคม 2559  เวลา 08:52:02)
ความคิดเห็นที่ 60
ตอนนี้ที่ได้เข้ามาเว็ปนี้เพราะทุกข์มากๆค่ะ ยังคงคิดสับสนวุ่นวายกับเกิดที่เกิดขึ้นตรงหน้า
แต่พอเริ่มอ่านที่ทำให้ปลงกับความรักตอนนี้ยิ้มออก พริ้มหวานเชียวค่ะ
ในเมื่อมีสิ่งต่างมาให้เราเดินผ่านหรือกระโดดข้ามมันไป ตอนนี้หนูพร้อมจะสู้และเผชิญกับสิ่งที่อยู่ข้างหน้าและสิ่งต่างที่กำลังจะเริ่ม
ขอบคุณพระคุฯธรรมะในแง่คิดดีๆ จากท่าน ว.วชิรเมธี
และได้อ่านความคิดเห็นของทุกๆคนแล้วได้คิดออกไปหลายด้านจนตอนนี้จิตใจชุ่มช่ำร่มเย็นพอสมควร
นิว/มิน ชุมแพ
(15 มิถุนายน 2559  เวลา 07:59:03)
ความคิดเห็นที่ 59
การยอมรับในการเลิกชีวิตคู่ที่เราอยู่ร่วมกันมายี่สิบกว่าปีเป็นอะไรที่ทำใจลำบากมาก
มันมีแต่ความทุกข์ คอยบั่นทอนจิตใจให้ห่อเหี่ยวไม่มีเรี่ยวแรงในการดำเนินชีวิตต่อ
เพราะการที่เรารักเขามากกว่าตัวเอง   จึงทำให้เราทุกข์มาก  ทุกวันนี้จึงต้องพยายาม
ไข่วคว้าหาพระธรรมมาช่วยปลดทุกข์ของจิตใจ  
คนหมดหวังในชึวิตคู่
(14 มิถุนายน 2559  เวลา 10:15:59)
ความคิดเห็นที่ 58
กำลังใช้ความพยายามให้ตัวเองพ้นทุกข์เพราะความรักเหมือนกันค่ะ
่เจ
(24 พฤษภาคม 2559  เวลา 11:55:51)
ความคิดเห็นที่ 57
ทุกวันนี้พยายามหาอ่านธรรมะเพื่อให้จิตใจสงบเผื่อให้ก้าวผ่านความทุกข์ของชีวิตคู่...ได้แต่หวังว่าธรรมะและเวลาจะทำให้เราก้าวผ่านความทุกข์นี้ไปได้...ภาวนาสาธุ
สับสน
(19 เมษายน 2559  เวลา 15:39:58)
ความคิดเห็นที่ 56
ผมคือคนนึกที่หง แต่เพราะความรักทำไห้มีจิดใจที่พองดตมากขึ้น  แต่ผมรู้สึกว่ามันมีรูโหว่ตรงกลางใจ ผมไม่รู้ว่าผมขาดอะไรไป จริงอยู่ที่ถ้าไม่มีรักเราก็อยู่ได้  แต่มันจะทำไม่จิดใจผมค่อยคายไปครับ (ไม่ไช่ตัวผมไม่มีไครรุ้ ผมเองก็คิดว่า ผมไม่ไช่เค้า ผมก็ไม่รู้เหมือนกันปลงในความรัก ผมเคยคิดว่าผมอยู่ไำม่ได้ถ้าขาดความรัก เพราะครอบครัวก็ไม่ค่อยรักกัน ทำไห้จิตใจผมเริ่มพั
ไม่รู้สิ
(14 เมษายน 2559  เวลา 00:27:47)
ความคิดเห็นที่ 55
การมีชีวิตคู่ถือว่ามีความสุข (แต่พอมีคนภายนอกเข้ามาวุ่นวาย)ความทุกข์ยิ่งมากว่า  ทุกสิ่งมันไม่ใช่ของเราหรืออาจจะไม่ใช่ของเราตั้งแต่แรก ถ้ามันจะเป็นบทเรียนที่จะต้องทำให้เราต้องเข้มแข็ง เป็นบทความที่ดีค่ะทุกสิ่งอยู่ที่ตัวเราจริง
blueberry
(12 มีนาคม 2559  เวลา 11:21:09)
ความคิดเห็นที่ 54
ชอบมาก อ่านแล้วได้ความรุ้ดีค่ะ
ไก่
(11 มกราคม 2559  เวลา 19:02:29)
ความคิดเห็นที่ 53
อ่านข้อความต่างๆๆๆ  ดีคะ  ต่อสู้นะคะ  ชีวิตต้องดำเนิน แม้เราจะเจ็บปวดมากแค่ไหน
ถ้าคนที่เรารักได้ไปดีมีความสุข เราควรยินดีกับเขาคะ  ลาก่อน ขอให้โชคดี  สู้ๆๆๆ
เอ๋
(12 ธันวาคม 2558  เวลา 11:09:30)
ความคิดเห็นที่ 52
สาธุค่ะ เป็นบทความที่ดีมากๆเลยค่ะ
บุ๋ย
(24 ตุลาคม 2558  เวลา 20:59:34)
ความคิดเห็นที่ 51
สาธุ จิงแท้เลยค่ะ ... ที่ใดมีรักที่นั่นมีทุกข์ พอไม่มีคนรัก ชีวิตไม่ต้องยึดติดกับอะไร ไม่ต้องคิดว่าอยู่ไหนทำอะไร เหมือนพ้นทุกข์ยังไงยังงั้นค่ะ ^3^
แต่ถ้าเลือกไม่มีไม่ได้ มีแล้วก้อต้องปล่อยวาง อย่าครอบครอง เราก้อจะไม่ทุกข์ (แต่น่าจะยาก ความคิดมันห้ามยาก ต้องฝึกจิตบ่อยๆให้อยู่กับปัจจุบัน)
lol พ้นรักพ้นทุกข์แล้ว อิอิ
(8 สิงหาคม 2558  เวลา 18:35:15)
ความคิดเห็นที่ 50
ความคิดผมเหมือนคห44 ทรมารจริงๆที่ต้องข่มใจห้ามมีรัก ผมเจอแต่คนสวยๆทั้งนั้นกิเลสส่งมาให้เลือก ทั้งสับสนทรมารสุดๆ
ผมตั้งใจจะบวชตลอดชีวิตขอสู่พระนิพานเท่านั้น และอายุเพิ่งจะ26 ต้องทนกับกิเลสอีกแสนนาน นึกถึงพระพุทธเจ้าเลยกว่าท่านจะตัดกิเลสได้ท่านคงจะแสนทรมารน่าดู สาธุ    ผมต้องข่มใจให้ได้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
คนอยากหลุดพ้น
(18 กรกฎาคม 2558  เวลา 11:42:34)
ความคิดเห็นที่ 49
ในเมื่อเลือกแล้วต้องทนให้ได้
มุมิก
(7 กรกฎาคม 2558  เวลา 22:24:47)
ความคิดเห็นที่ 48
ขอบคุณมากๆค่ะ
เจ้าหญิงหยากไย่
(16 มิถุนายน 2558  เวลา 10:03:40)
ความคิดเห็นที่ 47
เราทำทุกอย่างหาเงินเหนื่อยคนเดียวเราเป็นคนเก่งและโชคดีจึงทำให้ฐานะดีขึ่นมากๆสามีไม่ต้องทำอะไรและความเหนื่อยของเราสร้างให้แม่สามีสบายไแด่วยเธอไม่เคยแม้แต่เห็นใจฉัน ฉันไม่มีพ่อ ไม่มีแม่ ไม่มีลูก ไม่มีเพื่อน เหมือนอยู่คนเดียว อยากทำอะไรก็ไม่ได้เพราะฉัยจะคำนึงถึงความรู้สึกของสามีทั้งไที่เขาไม่เคยคิดที่จะหาความสุขให้ฉัน ฉันเหนื่อยกับชีวิตเช่นนี้มากๆ
เอส
(15 พฤษภาคม 2558  เวลา 20:59:26)
ความคิดเห็นที่ 46
คนไม่เคยมีรักไม่เคยมีคู่ไม่เคยใช้ชีวิตคู้อาจมองว่ารักหอมหวาน แต่เมื่อคุณลองใช้ชีวิตคู้อยู่ด้วยกันแล้วมันไม่ใช่เลยคะ สำหรับดิฉัน มันคือทุกข์อย่างที่ท่าน วชิรเมธีว่าจริงๆคะ
รักในพระพุทธศาสนาดีที่สุด
(24 มีนาคม 2558  เวลา 00:36:41)
ความคิดเห็นที่ 45
ให้ข้อคิดดีมากเลยคะ...สาธุ
Supapit
(12 ธันวาคม 2557  เวลา 21:04:25)
ความคิดเห็นที่ 44
พ่อปลุกฝังตลอด ให้อยู่คนเดียวอย่าไปมีเลยเมียมีแต่ทุกข์ พ่อบอกว่าตอนบว ถ้าปู่เองไม่ข้อร้องให้ช่วยไปทำไร่ปานนี้ไม่สึกแล้ว ใจอ่อนเองถึงมีเรามาได้ ในเมื่อมันหลวมตัวมาแล้วก้ต้องอยู่ไป แต่เรามีสิทธิ์เลือก ณ ตอนนี้ผมสับสนมากเพราะคำพูดพ่อ เลยต้องข่มตัวเอง ห้ามมีความรักห้ามมีครอบครัวมันคือทุกข์ จนมองผู้หญิงเป็นศัตรูไปหมด ทำหน้าเข้ม ทำตัวแบบคนไม่รู้สึกรู้สา เห็นคนมีความรักแล้วเบื่อหนาย ข่มราคะในตัว สู้กับความเหงาสาหัสพอสมควร คิดทุกครั้งต้องทำให้ตัวเองแข็งแกร่งถึงแข็งกระดาง ต้องสู้กับมันให้ได้ รักคือทุกข์ห้ามมี ผมสับสน แต่ยังไงซะมันก็คือความจริงจะปฏิเสธก้คือหลอกตัวเอง สับสนมาก เหมือนต้องอยู่เป้นโสดเพื่อไม่ให้พ่อผิดหวังยังไงยังงั้น เพราะแก่จะพูดเสมอ ว่าเพราะกิเลสเหมือนมูล คูธ สกปรก
เรื่องจริง
(19 กันยายน 2557  เวลา 03:21:54)
ความคิดเห็นที่ 43
เข้าใจชัดเจน ใจเยนเปนสุขชะที.
เข้าใจชัดเจนดี.
(12 กันยายน 2557  เวลา 00:55:42)
ความคิดเห็นที่ 42
คนที่มีความทุกเลื่องความรักยู่ ต้องสู้ต่อไป ยู่กับปะจุบันให้ได้ สักวันหนี่งกอผ่านไปได้เอง
คนไม่มีรัก
(3 กันยายน 2557  เวลา 15:32:38)
ความคิดเห็นที่ 41
โมทนาค่ะ ชอบมากค่ะ "ชีวิตที่ไม่ผ่านการต่อสู้เป็นชีวิตที่ไม่ควรค่าแก่การยกย่อง" ฟังแล้วทำให้ได้แง่คิดและช่วยเตือนสติ ได้มาก วันนี้ถือว่าโชคดีมาก ที่ได้อ่านบทความของท่าน ว.วชิรเมธี  และเพื่อนๆ ทุกคน ก็คงคิดเหมือนเราเช่นกัน ความรักแท้ ไม่สู้รักของพ่อแม่
เพื่อนร่วมวัฎสงสาร
(7 สิงหาคม 2557  เวลา 22:23:38)
ความคิดเห็นที่ 40
สาธุ ได้ข้อคิดดีมากๆค่ะ
คนมีความรัก
(29 กรกฎาคม 2557  เวลา 22:11:59)
ความคิดเห็นที่ 39
ความรักเหมือนอย่างว่าเลยมีความรักก็ต้องมีความทุกข์ถ้าไม่อยากมีความทุกข์ก็อย่าได้รักถ้าคิดจะรักต้องควบคุมตัวเองให้ได้เอาชนะใจตนเองให้ได้ คนที่เล่นกับความรักก็เหมือนคุณกำลังเล่นกับไฟ ร้อนรน แต่ทุกข์อย่างจะผ่านไปด้วยดีเพราะสักวันไฟก็
มอดลงและดับสนิดได้ตราบใดทีไฟดับได้ความรักของเราก็จืดจางได้เช่นกัน
อริษา
(21 กรกฎาคม 2557  เวลา 19:00:29)
ความคิดเห็นที่ 38
ดีมากเลยคะได้เข้าได้กำลังใจเมื่อรักเขาก็ต้องอยากใหิเขามีความสุขอย่าสร้างความทุกข์ให้เขาจงดีใจที่มีโอกาศมารักกันรักไม่จำเป็นต้องครอบครอง
อริษา
(21 กรกฎาคม 2557  เวลา 18:49:05)
ความคิดเห็นที่ 37
เป็นบทความที่ดีมากๆ เรย
แต่เรายังไม่หลุดพ้นเรย ยังยึดติดกับสิ่งนั้นอยู่เรย ทั้งที่พยายามแล้วก็ตาม
ให้ลืมภาพที่เคยมีด้วยกันมันยากจริงๆ
หมิว
(1 มีนาคม 2557  เวลา 16:21:46)
ความคิดเห็นที่ 36
วันนี้ทุกข์เพราะใจยึดติด เพราะใจอยากครอบครอง เพราะใจเรียกร้องต้องการเขา
แต่หารู้ไม่ว่า...ความสุขที่แท้จริงของความรัก คือการได้รักได้เห็นเขามีความสุข
มีความปราถนาดีต่อกัน ทำให้้อย่างไม่คาดหวังการตอบแทน
หากเมื่อไหร่....ตั้งสติได้ก็พ้นทุกข์
หนึ่งในทุกข์ จนพ้นทุกข์
(3 ธันวาคม 2556  เวลา 23:52:19)
ความคิดเห็นที่ 35
ตอนนี้ทุกข์มากไม่รู้จะเริ่มต้นแก้ปัญหาอย่างไรดี
สงขลา
(17 กรกฎาคม 2556  เวลา 14:14:19)
ความคิดเห็นที่ 34
เคยถูกผู้ชายคนหนึ่งหลอกให้หลงรัก หลังจากน้ันเค้าไม่สนใจเรา ตอนนี้เค้าสนใจคนอื่น อยากจะลืมเค้าให้ได้ ต้องทำอย่างไรคะ
คนเคยถูกทิ้ง
(24 พฤษภาคม 2556  เวลา 17:54:45)
ความคิดเห็นที่ 33
ความรัก ความใคร่..มันก็คือของร้อน..ดีๆ..นี้เเหละ...ถอยมาอยู่กับตัวเองคนเดียวดีที่สุด..ทาน..ศีล..ภาวนา..ทำให้มันสุดๆไปโล้ดเเน่
mantra love
(21 พฤษภาคม 2556  เวลา 11:08:46)
ความคิดเห็นที่ 32
ต้องช้ำใจปล่อยรักไปหยุดดวงใจใฝ่รักคุณ จากกันไกลขอไม่มีคุณว้าวุ่นวายใจ...(ขอให้เป็นสุข พบความสงบ กันทุกทุกคนนะคร้าบบ)
Ken
(29 มีนาคม 2556  เวลา 22:53:39)
ความคิดเห็นที่ 31
ถ้าความรักเป็นความทุกข์งั้นก็อย่าไปมีมันดีกว่า อยู่คนเดียวน่าจะมีความสุขที่สุดแล้ว
กฎกวัลก์
(14 มีนาคม 2556  เวลา 10:16:28)
ความคิดเห็นที่ 30
อ่านแล้วเข้าใจแต่ทำยังไงก็ทำไม่ได้ได้แต่ถอยตัวเข้าไปอยู่กับมันจมอยู่กับความทุกข์
oh
(10 มีนาคม 2556  เวลา 13:10:07)
ความคิดเห็นที่ 29
สาธุ เราเคยผ่านแล้วทางนี้กว่าจะลุกได้ก็ด้วยศึกษาพระธรรมและฝึกปฏิบัติจิต คอยจับจิตตัวเอง และเข้าใจว่าความรักมีทุกๆวัน ทุกๆคนได้ความรัก จากพ่อ แม่ พี่ น้อง ต้นไม้ทุกสิ่งที่รอบตัว ขอแค่รักเป็นเราก็จะไม่ทุกข์ ถ้ารักอยากครอบครองเมื่อไหร่จะทุกข์ ถ้ารักเพื่อความใคร่ก็จะทุกข์ รักที่ไม่ทุกข์คือยินดีเมื่อทุกคนมีความสุข ทุกวันนี้เราก็ยังรักอดีตสามี แต่ไม่ทุกข์เพราะไม่อยากครอบครองและยินดีที่เค้าได้เลือกทางที่เขาชอบ
ผู้เดินผ่าน
(6 มีนาคม 2556  เวลา 23:27:00)
ความคิดเห็นที่ 28
อยากละทิ้งความรักที่ผูกพันแบบนี้ได้บ้าง
ไม่มีใครรักเราได้เท่าพ่อแม่แล้ว
เจ็บจากใจ
(27 กุมภาพันธ์ 2556  เวลา 13:54:25)
ความคิดเห็นที่ 27
คะพอก้าวผ่านมาได้ สุขเกิดขึ้นจริงๆ ^^
คนที่รักพ่อแม่ที่สุดในโลก
(22 มกราคม 2556  เวลา 21:17:09)
ความคิดเห็นที่ 26
เป็นหลักการคิดที่ทำให้เรามีสติระลึกรู้ในการดำเนินชีวิตคู่และชีวิตการทำงานที่ดีมากค่ะ บางอย่างเรามองข้ามไปพอมาอ่านแล้วทำให้เราทบทวนตัวเองอีกครั้ง
Aor
(1 มกราคม 2556  เวลา 13:59:46)
ความคิดเห็นที่ 25
มีสติ มีปัญญา มีความคิด ล่่ะความโลป สุขเท่าที่ตัวมี เป็นลาปอันประเสริฐ
อิท
(23 ธันวาคม 2555  เวลา 21:21:18)
ความคิดเห็นที่ 24
อ่านแล้วดีจัง  ขออนุญาตแชร์นะคะ  " คนที่มีความรักนั้นมีกำลังนับร้อยเท่านับพันเท่า โลดแล่นโจนทะยานออกไป บางครั้งโจนทะยานออกจากอกพ่ออกแม่เพื่อมาค้นพบภายหลังว่า คนที่รักเราแท้ที่สุดก็คือพ่อคือแม่นั่นเอง    
ฉะนั้นทุกครั้งที่เราเริ่มต้นมีความรัก สิ่งหนึ่งซึ่งควรมาคู่กันกับการมีความรักก็คือความเข้าใจในธรรมชาติ ของความรัก   ให้เรียนรู้กติกาของความรักเอาไว้เลยว่า ความรักมีความทุกข์เป็นของแถม เหมือนกับเราหยิบเหรียญกษาปณ์ขึ้นมา 1 เหรียญ ถ้าด้านปรากฎต่อเราคือด้านหัว ด้านตรงข้ามก็คือด้านก้อยแน่นอน
nat
(10 ธันวาคม 2555  เวลา 13:17:15)
ความคิดเห็นที่ 23
ได้หนทางหลุดพ้น
ดีมากเลยคับ
หน่มอุบล
(8 ตุลาคม 2555  เวลา 09:11:07)
ความคิดเห็นที่ 22
"ชีวิตที่ไม่ผ่านการต่อสู้เป็นชีวิตที่ไม่ควรค่าแก่การยกย่อง" ชอบมากเลยค่ะคำนี้ มีกำลังใจต่อสู้ความทุกข์จากรัก และความทุกข์ต่ออุปสรรคในงานค่ะ
bobo
(18 กันยายน 2555  เวลา 14:46:38)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
32065539