การสื่อสารเรื่องเพศระหว่างลูกกับพ่อแม่หรือผู้ปกครองเป็นอีกเรื่องหนึ่งของการทำงานเกี่ยวกับเรื่องเพศ ไม่ใช่ว่าพ่อแม่จะไม่คุยเรื่องนี้ แต่คุยแบบไหน เรื่องใดที่สะดวกใจหรือไม่สะดวกใจคุย นั่นเป็นประเด็นสำคัญในการสื่อสาร เพราะความต้องการเรียนรู้เรื่องเพศของวัยรุ่นกว้างขวาง มีหลายแง่มุม
...แต่จะทำอย่างไรให้พวกเขาได้เรียนรู้จากคนใกล้ตัวมากขึ้น
ผู้เขียนมีโอกาสไปจัดอบรมวิทยากรหลักสูตรพ่อแม่ที่จังหวัดสงขลากับพ่อแม่ชาวมุสลิม ถือเป็นประสบการณ์ครั้งแรกในภาคใต้ ที่ได้ลงไปสัมผัสถึงชุมชน เพราะที่ผ่านมาเพียงแค่โฉบไปมา ยังไม่เคยได้สนทนาวิสาสะกับคนใต้แบบมาลายูมุสลิมเลยสักครั้งเดียว แอบพรั่นพรึงเล็กน้อย เพราะได้ยินบ่อยๆ ว่าเรื่องนี้คุยยากมากในสังคมมุสลิม
...แต่อยากลองอ่ะ
กระบวนการอบรม ๕ วัน สองวันแรกเป็นการเตรียมวิทยากร สองวันต่อมาให้วิทยากรไปจัดกิจกรรมจริงในพื้นที่ วันสุดท้ายมานั่งคุยกันว่า เราใช้หลักสูตรไปแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
ผู้เข้าร่วมครั้งนี้ร้อยละ ๘๐ เป็นมุสลิมจากพื้นที่ ๘ จังหวัด ได้แก่ ระนอง นครศรีธรรมราช พังงา กระบี่ สงขลา ปัตตานี ยะลา และสตูล และเป็นผู้หญิงร้อยละ ๙๐
เคยได้ยินมาว่า มีงานวิจัยระดับชาติที่บอกว่า เด็กไทย ทุกวันนี้ไม่ได้รับรู้ถึงบทบาทของพ่อในการเลี้ยงดูพวกเขา
มีสิ่งที่อยากแบ่งปันและเล่าสู่กันฟังแบบเก็บตกจากการอบรม เกี่ยวกับการเป็นพ่อแม่ในสังคมชาวมุสลิม ดังนี้
ประการแรก มุสลิมมองตนเองเป็นผู้เผยแพร่ศาสนากันทุกคน อาจเป็นเพราะไม่มีตัวแทนศาสนาที่ชัดเจนแบบพุทธ (พระ) หรือคริสต์ (นักบวช) ดังนั้น ศาสนาจึงใกล้ชิดกับการใช้ชีวิตประจำวันของชาวมุสลิมอย่างมาก
มุสลิมที่เป็นผู้ใหญ่ทุกคนต้องทำหน้าที่สั่งสอนและกำกับชีวิตซึ่งกันและกันภายใต้หลักศาสนา เด็กอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ใหญ่ ผู้หญิงอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของผู้ชาย (พ่อ สามี) และชาวมุสลิมในชุมชนดูแลกำกับซึ่งกันและกัน ภายใต้โครงสร้างชุมชนที่มีการจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมา เมื่อวิถีชีวิตเปลี่ยนแปลงไป การสอนและให้การศึกษาเรื่องเพศเป็นโจทย์สำหรับมุสลิมที่เป็นพ่อแม่คือ จะทำหน้าที่ทั้งการเป็น “ผู้สั่งสอนกำกับ” ต้องชี้ถูก-ผิด และ “ผู้จัดการเรียนรู้” ให้กับเด็กและเยาวชนอย่างไรดี
ประการที่สอง การสอนเรื่องเพศอยู่ในหลักการของศาสนาอิสลาม แต่จัดให้และ “จัดเต็ม” เฉพาะคนที่แต่งงานแล้วเท่านั้น การมีเพศสัมพันธ์ก่อนแต่งถือว่าผิดประเวณี เป็นบาปร้ายแรง เช่นเดียวกันการยุติการตั้งครรภ์ก็บาปอย่างยิ่ง เพศสัมพันธ์ ความสัมพันธ์เชิงชู้สาว เกี้ยวพาราสีระหว่างหญิงชายที่ไม่ได้แต่งงานกัน เป็นสิ่งต้องห้าม แม้แต่การพูดถึงเรื่องเหล่านี้ก็หมายถึงการสนับสนุนให้ทำผิดประเวณี ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนพูดคุยกันในกลุ่มผู้เข้าร่วมอบรมว่า แล้วการสื่อสารเรื่องเพศจะนำไปสู่อะไรในที่สุด? หรือมีเป้าหมายปลายทางคืออะไร? นอกจากสุขภาวะที่ดีของคนแล้ว ยังต้องเพื่อไม่ให้มีเพศสัมพันธ์เลย เพราะจะได้ไม่ผิดประเวณี และรอเวลาที่เหมาะสม ซึ่งคำตอบนี้เป็นของมุสลิมกลุ่มหนึ่งที่ยืนยันในหลักการทางศาสนาอย่างเหนียวแน่น
ในขณะที่มุสลิมอีกกลุ่มก็เสนอว่า ต้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงว่า หลายอย่างอยู่นอกเหนือแนวทางของศาสนาแล้ว ดังนั้น การพูดคุยเรื่องเพศในมิติที่อาจจะเป็นเรื่องผิดหลักการศาสนากับเยาวชน เช่น การคุมกำเนิด หรือการใช้ถุงยางอนามัย การรู้จักอารมณ์เพศของตนเอง จะเป็นการเตรียมตัวให้วัยรุ่นได้ตระหนักและระมัดระวังถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การท้องไม่พร้อม การทำความเข้าใจกับเยาวชนในเรื่องเพศจึงเป็นการป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้น หรือเป็นการช่วยเหลือหาทางออกให้กับเยาวชนหากเกิดความผิดพลาดขึ้นมาแล้ว รวมทั้งเห็นว่า หากเยาวชนไม่ได้ถูกสื่อสารในเรื่องเหล่านี้ ก็จะมีส่วนทำให้ปัญหาเรื่องเพศรุนแรงขึ้น
ประเด็นนี้ ยังไม่มีข้อสรุปชัดเจน ต้องหารือแลกเปลี่ยนกันต่อไป
ประการที่สาม ในบริบทชุมชนภาคใต้ มีความแตกต่างกันในวิถีชุมชนเรื่องชาติพันธุ์ คล้ายกับภาคเหนือบางจังหวัดคือ มีกลุ่มชาติพันธุ์ย่อยหลายกลุ่ม มีภาษาพูดหลายแบบ ใต้แบบนครศรีธรรมราช ใต้แบบหาดใหญ่ ใต้แบบพังงา ใต้แบบมลายู ระดับการยอมรับหรือความเข้มข้นในการยึดมั่นในหลักศาสนาในแต่ละพื้นที่ก็แตกต่างกัน ทำให้เห็นว่า สังคมเรามีความหลากหลายทางวัฒนธรรมประเพณี และไม่มีเพียงชุดความคิดความเชื่อเดียว หรืออยู่ในระดับที่เหมือนกันทุกคน แม้จะอยู่ในพื้นที่หรือบริบททางสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกัน
ประการที่สี่ ประเพณีการขลิบอวัยวะเพศ มีการพูดคุยกันและเขาบอกว่า ประเพณีนี้มีการทำให้ทั้งเด็กหญิงและเด็กชาย ที่ผ่านมาผู้เขียนจะรู้เพียงเรื่องการขลิบปลายอวัยวะเพศชาย ไม่มีในเด็กผู้หญิง แต่ที่นี่พี่ๆ บอกว่าเป็นเพียงการสะกิดหรือขูดตรงปลายของคลิสตอริส ซึ่งไม่ได้ทำให้เกิดเป็นบาดแผลจนถึงกับเลือดออกมาก หรือเป็นแผลกว้าง
นอกจากบรรยากาศที่เข้มข้นในเนื้อหาที่พูดคุยแลกเปลี่ยนกันทั้งในวงอบรม และนอกวงอบรม สิ่งที่ได้สัมผัสคือ สังคมมุสลิมเป็นคนที่มีอัธยาศัยดี เป็นมิตรกับคนแปลกหน้า และมีผู้ใหญ่ใจดีมากมาย
ชายชราคนหนึ่งที่เข้าร่วมการอบรมในพื้นที่ ตำบลสะกอม อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา อวยพรให้เมื่อไปขอบคุณที่มาร่วมกิจกรรม และชายชราท่านนั้นบอกว่า.. สิ่งที่เราทำอยู่เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเด็กในสมัยนี้ ...
|