| การตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นลดได้ หากทำงานแบบเชื่อมเครือข่าย |
|
| โดย: สุภัทรา บัวเพิ่ม [14 กรกฎาคม 2555] |
|
|
การตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นสามารถลดจำนวนลงได้ หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมมือกันทำงาน และเชื่อมเครือข่ายการทำงานในพื้นที่
จากการเสวนาเรื่อง “การตั้งครรภ์วัยรุ่น ความวุ่นวายที่ควรแก้ไข” ในงานประชุมวิชาการอนามัยการเจริญพันธุ์แห่งชาติ ครั้งที่ ๒ ภายใต้ชื่อ “อนามัยการเจริญพันธุ์ สร้างสรรค์สุขภาพ” ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ ๑๐-๑๓ กรกฎาคมที่ผ่านมา ณ โรงแรมมณเฑียร ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ น.ส. ณัฐยา บุญภักดี ผู้จัดการแผนงานสร้างเสริมสุขภาวะทางเพศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และมูลนิธิสร้างความเข้าใจเรื่องสุขภาพผู้หญิง กล่าวว่า หลายหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเรื่องการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม อาทิ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ ฯลฯ ต่างมียุทธศาสตร์ มาตรการ และงบประมาณในการทำงานของตัวเอง แต่สิ่งที่ขาดคือ ต่างคนต่างทำงานแต่ไม่มีการเชื่อมร้อยพลังที่จะส่งแรงกระเพื่อมถึงคนกลุ่มใหญ่ในสังคม โดยมองว่ารูปแบบการทำงานในประเทศของเรายังเป็นปัญหา ซึ่งปัญหาดังกล่าวคล้ายกับที่เคยเกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ ที่มีอัตราแม่วัยรุ่นสูงเหมือนประเทศไทย แต่อังกฤษแก้ปัญหาโดยให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาช่วยกันทำงาน และมีระบบจากส่วนกลางเป็นตัวเชื่อมในการจัดการ น.ส.ณัฐยายังได้ยกรูปแบบการทำงานเพื่อลดอัตราการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อมดังนี้
-
ทำให้เกิดการรณรงค์วงกว้างเรื่องการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานร่วมกัน แม้กลุ่มเป้าหมายในการทำงานของแต่ละหน่วยงานจะมีความหลากหลาย อาทิ แม่วัยรุ่น คนในชุมชน อาจารย์ในสถานศึกษา ฯลฯ แต่ข้อความที่ทำการสื่อสาร ต้องไปในทิศทางเดียวกัน หรือมีความสัมพันธ์กัน
-
หลักสูตรเพศศึกษา ต้องเพิ่มเนื้อหาด้านสัมพันธภาพ วิธีคุมกำเนิด บริการสุขภาพทางเพศสำหรับวัยรุ่น ฯลฯ การสร้างทักษะดังกล่าวไม่ได้เกิดด้วยการสอน แต่ต้องสร้างคำถามเพื่อให้เด็กฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์ กระบวนการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นจะช่วยสร้างทักษะชีวิตให้กับเด็ก
-
หากเกิดการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นแล้ว จะต้องมีโปรแกรมการดูแลในเรื่องการศึกษาที่มีคุณภาพ การฝึกอาชีพ เพิ่มการจ้างงาน ฯลฯ เพื่อสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพ่อแม่วัยรุ่นต่อไป
-
มีทีมกลางในการประสานให้หน่วยงานต่างๆ ที่มีเป้าหมายการทำงานในเรื่องนี้ มาช่วยกันทำงาน โดยต้องประสานทั้งระดับนโยบายชาติ และระดับท้องถิ่น โดยบทเรียนของประเทศอังกฤษมีตัวกลางที่รัฐบาลแต่งตั้ง และดึงกระทรวงต่างๆ มาทำงานร่วมกัน
นายสมคิด สมศรี ผู้แทนจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่าการทำงานเรื่องนี้ของประเทศไทย ยังเป็นการทำงานที่ต่างคนต่างเคลื่อน แม้แต่ละกระทรวงจะได้รับมอบหมายให้ทำงานเรื่องเดียวกัน แต่ก็ทำในกรอบและบทบาทหน้าที่ของกระทรวงตัวเองเท่านั้น ที่ผ่านมา พม. ก็พยายามเชื่อมเครือข่ายการทำงานกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล อาสาสมัครของ พม. ศูนย์พัฒนาครอบครัว นายกองค์การบริหารส่วนตำบล สภาเด็กและเยาวชนประจำจังหวัด และตัวของแม่วัยรุ่นเอง “ไม่ต้องรอให้นโยบายสั่ง แต่ให้คิดว่าเรื่องเหล่านี้เป็นปัญหาของเราทุกคน หากเราไม่ทำ มันก็จะกระทบกับเราด้วย ไม่อยากให้คิดว่าหากเป็นเรื่องของสังคมแล้วจะต้องเป็นเรื่องของ พม. เท่านั้น”
|
|
|
|
|
|