เหตุเพราะพระไทรรับสินบน ทำให้สถานการณ์แห่งความรัก ความใคร่ของพระอนิรุทธและนางอุษา มาแบบไม่ตั้งตัว กึ่งจริงกึ่งฝัน นอนอยู่ใต้ต้นไทรดีๆ รู้สึกตัวอีกทีกลับมาอยู่บนที่นอนในปราสาท มีสาวสวยแนบข้าง ขณะที่อีกนางหนึ่งนอนอยู่บนที่นอนในปราสาท รู้สึกตัวขึ้นมามีหนุ่มมาอยู่แนบข้าง ในใจของทั้งสองคงคิดว่าเป็นในฝันมากกว่าความจริง
"ท้าวเล่นหลายครู่ผกพัน ว่องกามกำนัล
กำนัศนิท้าวนิทรา"
บทบรรยายข้างบนนี้ชัดเจนยิ่งนัก เพราะจัดหนักไปหน่อย จึงหลับไปทั้งคู่ "พระไทร" เจ้ากี้เจ้าการ เห็นว่าหากปล่อยให้ทั้งคู่อยู่จนรุ่งเช้า เรื่องจะไปกันใหญ่ แม้จะรู้สึกเสียใจที่ต้องพรากทั้งคู่ให้จากกัน แต่ก็ต้องทำ
จึงปลิดพระกรกอดกรอง เสียดแดสมสอง
บำราสทั้งรักตรึงตรา
อุ้มพระอนิรุทธราชา ลอดปัทมกรสา
ประทับอุระเหิรหาว
พระอนิรุทธตื่นมาอีกที เพราะเสียงนกร้องระงมไพร( คงจะมากินลูกไทรตอนเช้าละมัง)ปลุกให้พระองค์ตื่น และตริตรองเรื่องราวเมื่อคืน ว่าเป็นเรื่องจริงหรือ"ฝันเปียก"ไปกันแน่
พระตริรอยฝันใช่ฝัน ท้าวท่าวทรวงยรร
ก็คิดคำนึงเน่งนาน
รอบเทพยสังหรณ์ให้ลาญ ทรวงกูแทบพาน
ภาคยพรากพิสมัย
กลั้วกลิ่นแล้วเลวไกล ว่ารอยพระไทร
มาสิ่งสำนักนิในสถาน
ถ้าเทพยบอาจให้ลาญ ทรวงกูทราบธาร
สุคนธติดตนกู
ฤารอยสาวสวรรคพธู พิศภาคยพบู
บำราสทั้งรักเรียงรมย์
โอ้สมแล้วพรากสองสม ยิ่งหนามเหน็บกรม
หฤทัยท้าวครวญครางฯ
พระอนิรุทธคิดว่าคงไม่ใช่ความฝัน เพราะกิ่นกรุ่นยังติดตัวอยู่เลย ทำให้พระองค์หวลอาลัยยิ่งนัก เสด็จกลับเข้าเมืองแบบซึมเศร้า ไม่เหลียวแลสนม สาวสวรรค์ที่รอปรนนิบัติอยู่เลย
ตัดภาพกลับมาที่ผ่ายหญิงบ้าง อาการเธอเป็นอย่างไร บทกวีบรรยายไว้ว่า
ปางนั้นพาณสุดามุขาสุทธรไร
เจียรจันทรอำไพ รุรัตน์
บัดตื่นบัดทุกขบัดทมบรรจฐรกษัตริย์
สมกษัตริยวิบัติจง ประจาก
เลงแลใดก็บเห็นแลเปนทุกขลำบาก
โออกจะครากจริง ฤฝัน
เร่งคิดเร่งทุกขเร่งมเมอจิตตมัน
ปืนกามยิงยัน รทด
ผาดผังยังพิจิตรเลขาก็กำสรด
ลาลดกำศรวญทวน ทุราฯ
นางคิดว่าเป็นการละเมอ ฝันไป แต่ตรึงใจ เศร้าอาลัยที่ตื่นขึ้นมาไม่พบกับชายในฝันนั้น จึงต้องหันไประบายความในใจให้พี่เลี้ยงฟัง
อุษากำสรดกล่าว คดีโดยดั่งสมสอง
ชายหนิ่งมาลอบลอง ในราตรีตระอรอร
กรีฑาตระโบมอง คอนงคสมสมร
ในปัทมบรรจุฐรณ์ ก็ถ่อนถนอมตระหวนหรรษ์
ครั้นหลับก็ลอบหนี มิสั่งน้องนิราสพลัน
ไฟโศกกรมกรรม์ บมิรางจะรอดปาง
นางคิดว่าชายใดหนอที่มาอยู่กับนางแล้ว ตื่นเช้ามากลับลอบหนีไป ทำให้นางต้องอาลัยหา พี่เลี้ยงคือนางพิจิตรเลขา(จิตรเลขา) ผู้ชำนาญในการวาดรูป ต้องดั้นด้นไปวาดรูปเหล่าเทพ และกษัตริย์ทั้งหลายนำมาให้นางอุษาชม เพราะนางบอกว่าสามารถจะจำภาพชายในฝันได้แม่นยำ คนแล้วคนเล่า(บทกวีบรรยายภาพเหล่าเทพ และกษัตริย์ทั้งหลายไว้ถึงสี่หน้า ใครสนใจไปหาอ่านได้นะครับ) ภาพไม่ตรงกับภาพที่ประทับอยู่ในใจของนางอุษาเลย จนกระทั่ง...
จิ่งวาดนแน่งโฉม อนิรุทธราชา
นางเอาขดานมา บันทับทรวงก็ไห้โหย
อ้านี้และรูปท้าว อันมาชมมาชวยโชย
จำนองกระอึดโอย ทุกขทรวงรลวงกาม
ผิวพี่เอนดูน้อง อัญเชิญช่วยมาดับความ
ร้อนเร่คือเพลิงลาม ลันลุงแดกำเดาดง
นางอุษาขอให้พี่เลี้ยงไปพาพระอนิรุทธมาหาเธอ พี่เลี้ยงก็รับสนอง เหาะเหิรไปค่ำคืนนั้น และอุ้มพระอนิรุทธมาหานางอุษาอีกครั้ง
โอบอุ้มเอาพระศรี อนิรุทธเหิรเห็จ
เหิรหาวตรดวดเด็ด ดลโสนิบูรบูรพ์
ถ่อมถนอมสมเด็จเข้า ในยอดปรางลุสูงศูล
วางสมอุษาดูร คือศศีศศีสมฯ
ครั้งนี้ทั้งคู่จึงได้มีโอกาสสนทนากัน บอกเล่าความในใจที่ต่างก็เศร้าโศกที่ต้องพรากจากกัน ฉากแห่งความใคร่จึงเริ่มอีกครั้ง
สองท้าวกรีฑากามี กามาสองศรี
สำรวลสำราญบานใจ
สนุกสุขสานต์นองใน บมิกลัวเกรงใคร
ก็เล่นระรี้ฉีฉาว
ข้าสาวชาวแม่แสนสาว ลอบล้อมคือดาว
ระไวพิทักษ์รักษา
ไตรตราหาหน้าตรวจตราหญิงชายชายหา
ก็รู้ระบิดตริตรองฯ
รู้แท้ว่าพระศรี อนิรุทธลอบลอง
สกิดกันทั้งเรือนทอง ก็กระซาบกระซิบถาม
คดีนี้บดี นฤบดีบิดาปราม
ควันความใช่ความ ฤจะบิ่ดจะป้องคง
นางเดียวบิดาสงวน มิให้แปมธุลีผง
ลมฝนบต้ององค์ ยะใยยองบแผ้วพาน
ผิเราบรางทูล ชีวิตเราบรางมาน
ตระหนักก็ยังพาน สุวเรศวเรสูรฯ
แต่เรื่องราวคราวนี้ผิดกับคืนแรกโน้น เพราะเหล่าสาวใช้เกิดเกรงกลัวความผิด เพราะถ้าขืนปกปิดเรื่องราว ไม่บอกกล่าวให้ท้าวกรุงพานรู้ พวกนางอาจโดนหางเลขไปด้วย จึงนำความไปทูลท้าวเจ้าเหนือหัวบิดาของนางอุษา
กรุงพานครั้นได้ฟัง ทั้งสองตาก็เปล่งเปน
ไฟลุกประปลาบเอน รด่าวติ่งกระเบงแขน
สามโลกยนี้ใคร และจะอาจมาดูแคลน
ใคร่สรวลแก่ตักแตน มาวิ่งไฟบกลัวเกรง
เรื่องราวในรูปแบบพระนารายณ์อวตารลงมาปราบเหล่าร้ายจึงเกิดขึ้น ปฐมเหตุของเรื่องเป็นเพราะความใคร่ของท้าวกรุงพาน โดยเรื่องให้นางอุษาเป็นชนวนเหตุแห่งการแก้แค้นของเหล่าเทพ ต่อ ยักษ์ ติดตามจากเรื่องย่อที่นำมาให้ทบทวนกันครับ
เนื้อเรื่องย่อๆตามพระราชนิพนธ์บทละคอนเรื่องอุณรุทในรัชกาลที่๑(ซึ่งก็ใกล้เคียงกับ อนิรุทธคำฉันท์) มีอยู่ว่า ท้าวกรุงพาล(คือ พาณะ) ครองกรุงรัตนา(คือ โศณิตปุระ) มีมหิทฤทธิ์เป็นที่เกรงชามของมวลมนุษย์และทวยเทพ ชอบประพฤติตนเป็นพาลเที่ยวสมสู่นางฟ้านางสวรรค์เมียเทวดาเสียทุกๆองค์ ทวยเทพได้รับความเดือดร้อนมาก ท่วกรุงพาลเกิดความฮึกเหิมใจ วันหนึ่งนึกใคร่จะไปลอบลักสมสู่พระนางสุจิตรา มเหสีเอกองค์หนึ่งของพระอินทร์ จึงขึ้นไปบนดาวดึงส์ แปลงกายเป็นตุ๊ดตู่แอบอยู่ข้างประตูวิมาน วันนั้นท้าวสหัสนัยน์มีเทวประสงค์จะเสด็จประพาสสวนจิตรลดาวัน ก่อนเสด็จไปก็ไม่ทรงไว้พระทัยอยู่แล้ว เมื่อออกจากห้องทิพพิมาน จึงทรงร่างมนตร์ผูกทวารไว้เสีย ท้าวกรุงพาลซึ่งแปลงตัวเป็นตุ๊ดตู่อยู่ ก็จนปัญญา เข้าไปหานางสุจิตราภายในวิมานไม่ได้แต่จำมนตร์บทนั้นได้ขึ้นปากขึ้นใจ ครั้นพระอินทร์เสด็จกลับมาก็ทรงร่ายเวทเปิดทวารเสด็จเข้าไป ท้าวกรุงพาลจึงจำมนตร์ได้ทั้งผูกทั้งแก้ แล้วคืนกลับนครของตน
ต่อมา พระอินทร์เสด็จประพาสสวนนันทนวัน วันนั้นกรุงพาลก็ขึ้นมาเยี่ยมกรายดูบนชั้นดาวดึงส์อีก พอรู้ว่าองค์จอมเทพเสด็จประพาสอุทยาน เธอก็แปลงรูปเป็นพระอินทร์แล้วร่ายเวทเปิดประตูวิมานไปหานางสุจิตร นางสุจิตราสำคัญว่าพระอินทร์ผู้เป็นพระสวามีเสด็จมา ก็ถลาเข้าต้อนรับด้วยความพิสวาท และครั้งนี้แหละเป็นครั้งที่พระอิททร์จะต้องเป็นไปอย่างบทพระราชนิพนธ์ที่กล่าวไว้เป็นความรู้สึกของพระอินทร์ว่า
“เสียเมียดั่งเสียชีวิต น้อยจิตต์ปิ้มเลือดตาไหล”
เนื่องด้วยเหตุดั่งกล่าวนี้ นางสุจิตราจึงลาพระอินทร์จุติลงมาเกิดในดอกบัวในสระโบกขรณีใกล้อาศรมของพระฤาษีทุทาวาส(ทุรวาส?) ภายหลังกรุงพาลมาไปเลี้ยงไว้เป็นธิดาในนครของตน ปรากฏว่ารักใคร่โปรดปรานมาก...
เรื่องอนิรุทธคำฉันท์ เริ่มต้นด้วยความรักความใคร่ของหนุ่มสาว จบลงที่มหาสงครามระหว่างอสูรกับเทพ ตามแบบฉบับของอินเดีย เหล่าเทพรุมกินโต๊ะอสูรจนราบคาบ
ใครจะมองว่าเป็นเพราะท้าวกรุงพานนั่นแหละสร้างพฤติกรรมที่มั่วไม่เลือกว่าลูกเขาเมียใคร จึงต้องมาโดนเข้าบ้างเมื่อมีคนอื่นมาทำกับลูกตัวเอง สุดท้ายผลแห่งกรรมก็ตามทัน
หรือใครจะมองว่า เมื่อพร้อมที่จะรักและใคร่ ก็ต้องเตรียมใจกับผลที่ตามมาด้วย
" รักเป็น เลือกเป็น รับผิดชอบได้ "
สุดแต่ใจจะไข่วคว้า และถ้าใครคิดจะไปนอนใต้ต้นไทร เผื่อจะมีพระไทรมา "อุ้มสม" ให้บ้าง ก็ต้องบวงสรวงดีๆ และอย่าหลับลืม นอนกรน ปากอ้า เดี๋ยวนกขี้ใส่เอานะครับ
|