คุยเรื่องเพศกับพระ
ผีมองไม่เห็นผี

                เหตุเกิดเมื่อวานนี้ (ศุกร์ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๕๕ ต้องบันทึกวันเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์สักหน่อย) อาตมานำหนังสือและเอกสาร ดังต่อไปนี้ :-

  1. หนังสือ “เรื่องลับในทางรัก เล่ม ๑ กับ เรื่องลับในทางรัก เล่ม ๒” ผลิตโดยองค์การแพ็ธ
  2. เอกสาร “โครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ”ขององค์การแพ็ธ และ
  3. หนังสือรวมบทความชื่อ “แกะเปลือกเพศพุทธ”ของ พระชาย วรธัมโม

                ไปมอบให้คุณครูท่านหนึ่งที่รู้จักกันในโรงเรียนวัดเขียนเขต จ.ปทุมธานี ซึ่งเป็นโรงเรียนหลังวัดที่อาตมาพำนักอยู่  จุดมุ่งหมายที่นำหนังสือและเอกสารดังกล่าวไปมอบให้คุณครูเพื่อเป็นการแนะนำให้คุณครูได้ทราบว่าเวลานี้มีองค์กรที่ทำงานสร้างความเข้าใจและคลี่คลายปัญหาเรื่องเพศในเยาวชนและในโรงเรียนชื่อ “องค์การแพ็ธ”องค์กรดังกล่าวมีโรงเรียนอยู่ในเครือข่ายและเป็นโรงเรียนที่อยู่ในโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ ประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าโรงเรียน

                นำไปมอบให้คุณครูเพราะหวังใจว่าคุณครูจะเป็นบุคคลที่สามารถผลักดันโรงเรียนนี้ให้เข้าร่วมโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจของแพ็ธ เพราะอาตมาเป็นวิทยากรให้องค์กรนี้มานานจึงอยากให้โรงเรียนหลังวัดได้เข้าโครงการขององค์กรนี้ด้วย

                การที่อาตมานำหนังสือและเอกสารดังกล่าวไปเสนอคุณครูเนื่องจากมองเห็นว่าเวลานี้ทุกโรงเรียนไม่ว่าจะเป็นภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ หรือภาคไหนๆ ต่างก็ประสบปัญหาเรื่องพฤติกรรมทางเพศของเด็กนักเรียนกันทุกโรงเรียน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเพศสัมพันธ์ในวัยเรียน ท้องในวัยเรียน โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ นักเรียนเป็นทอม นักเรียนเป็นกะเทย นักเรียนเป็นเกย์ ซึ่งบ่อยครั้งคุณครูก็ไม่รู้ว่าจะวางตัวหรือรับมือกับปรากฏการณ์ต่างๆ เหล่านี้อย่างไร

การนำโครงการดังกล่าวเข้าไปอยู่ในโรงเรียนอย่างน้อยน่าจะทำให้ครูอาจารย์ในโรงเรียนเกิดความเข้าใจและตระหนักรู้กับประเด็นเรื่องเพศ สามารถรับมือกับประเด็นเรื่องเพศที่เกิดขึ้นกับเด็กนักเรียนของคุณครูได้ง่ายและสะดวกใจขึ้น อันนำไปสู่การไม่ทำร้ายเด็ก ไม่ตัดสินเด็ก แต่ช่วยเด็กหาทางออกเมื่อเด็กเผชิญกับปัญหา รวมทั้งเป็นการป้องกันไม่ให้เด็กต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องเพศในวัยเรียน เช่น การตั้งท้องขณะที่ยังเรียนหนังสืออยู่ ซึ่งนับวันปัญหาเหล่านี้ได้กระจายไปเกือบทุกโรงเรียน หากไม่มีการสอนเรื่องเพศวิถีที่ถูกต้องก็เป็นไปได้ว่าเด็กๆ ของเราจะต้องเผชิญกับปัญหาเหล่านี้ซ้ำไปซ้ำมา รวมทั้งทัศนคติเกี่ยวกับเรื่องเพศหลายๆ เรื่องในบ้านเรายังเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่จำนวนไม่น้อยยังเข้าใจผิดกันหลายอย่าง ผู้ใหญ่เองก็เอาความคิดเรื่องเพศที่ตนเองเข้าใจอย่างผิดๆ นั้นไปทำร้ายเด็ก หากเรื่องเพศถูกทำให้เข้าใจอย่างถูกต้องแล้วปัญหาเรื่องเพศย่อมคลี่คลายได้ไม่ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการรับมือกับปรากฏการณ์เรื่องเพศของวัยรุ่นก็จะกลายเป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายสามารถหาทางออกที่เหมาะสมได้

                พออาตมาไปถึงโรงเรียนปรากฏว่าคุณครูท่านดังกล่าวไม่อยู่ อาตมาจึงฝากหนังสือและเอกสารดังกล่าวไว้กับคุณครูท่านอื่นแทนพร้อมกับเขียนโน้ตทิ้งไว้ แล้วโทรแจ้งคุณครูท่านนั้นว่าอาตมานำหนังสือดีๆ มาฝาก

                พอคุณครูท่านดังกล่าวรับสายและทราบเกี่ยวกับหนังสือของแพ็ธกับโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจขององค์การแพ็ธที่อาตมานำไปฝากไว้ให้ คุณครูก็ตอบสวนกลับมาทันควันว่าโรงเรียนวัดเขียนเขตเพิ่งเข้าร่วมโครงการของแพ็ธไปแล้วเมื่อเทอมที่ผ่านมานี่เอง (เทอมสองของปีการศึกษา ๒๕๕๔)

                อาตมาถึงกับงงและประหลาดใจ ไม่นึกว่าโรงเรียนหลังวัดของเราจะเข้าโครงการของแพ็ธไปแล้ว เพราะมัวแต่คิดว่าโรงเรียนหลังวัดของเรายังอยู่หลังเขา !  แต่ที่ไหนได้กลับกลายเป็นว่าเรากำลัง “เอาลูกมะพร้าวไปขายสวนมะพร้าว”แล้วยัง “จุดไต้ตำตอ”อีกต่างหาก

                อาตมาจึงรีบโทรไปแจ้งให้คุณใหม่ (อุษาสินี  ริ้วทอง) กับคุณอ้อ (หทัยรัตน์  สุดา) สองเจ้าหน้าที่ขององค์การแพ็ธให้รับรู้ ... (คุณอ้อและคุณใหม่ เจ้าหน้าที่แพ็ธสองท่านนี้มักนิมนต์อาตมาไปเดินสายบรรยาย ‘ธรรมะกับเพศวิถี’ ในงานประชุมเพศวิถีที่จัดขึ้นในต่างจังหวัดบ่อยๆ งานประชุมเพศวิถีที่จัดขึ้นต่างจังหวัดเป็นเหมือนการพบปะกันระหว่างครูอาจารย์ที่ทำงานเรื่องเพศวิถีศึกษาในโรงเรียนต่างๆ ที่อยู่ในเครือข่ายเพื่อรับทราบความเคลื่อนไหวของกันและกัน มีการเชิญวิทยากรมาพูดเพื่อเสริมทักษะและเสริมองค์ความรู้ด้านการทำงานของคุณครูผู้สอนเพศวิถีศึกษาเพื่อให้เท่าทันกับสถานการณ์ กลุ่มเป้าหมายที่มาประชุมคือครูอาจารย์ นักการศึกษา ศึกษานิเทศก์ และนักเรียน)  

                คุณอ้อรายงานให้อาตมาฟังว่า โรงเรียนวัดเขียนเขตตอบรับการอบรมเรื่องเพศวิถีศึกษาของแพ็ธ และเข้าโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจของแพ็ธไปเรียบร้อยแล้วเมื่อสัก ๖ เดือนที่ผ่านมา ผ่านการติดต่อประสานงานของศึกษานิเทศก์ โดยทางโรงเรียนส่งครูอาจารย์เข้ารับการอบรมจำนวน ๔๐ ท่าน (จากจำนวนทั้งหมด ๙๐ ท่าน โรงเรียนนี้มีตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึง ม.๖) ใช้เวลาในการอบรม ๒ วัน  สถานที่อบรมคือโรงเรียนวัดเขียนเขตโดยไม่ต้องเดินทางไปอบรมนอกสถานที่ให้เสียเวลา คุณอ้อบอกว่าวันนั้นคุณอ้อจัดทีมวิทยากรของแพ็ธมาอบรมกันถึงที่โรงเรียน วันที่อบรมคุณอ้อก็เดินทางมาสังเกตการณ์ด้วยแต่ไม่รู้ว่าอาตมาก็อยู่วัดข้างๆ โรงเรียนนี่เอง ถ้ารู้อย่างนี้คงได้นิมนต์ไปร่วมเป็นวิทยากรให้ความรู้เรื่องเพศวิถีแก่คุณครูด้วย…

                แหม... ให้มันได้อย่างนี้สิ ต่างฝ่ายต่างก็ทำงานประเด็นเดียวกันแท้ๆ อยู่ใกล้กันแต่มองไม่เห็นกัน

                อย่างงี้เขาเรียก “ผีมองไม่เห็นผี”

                (เอ๊ะ !หรือว่าผีมองไม่เห็นพระ ?)

                อย่างไรก็ดี สิ่งที่ต้องคอยเฝ้าดูกันต่อไปก็คือหลังจากโรงเรียนได้เข้าสังกัดโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจขององค์การแพ็ธไปแล้ว จะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างไรต่อความเข้าใจเรื่องเพศของคุณครู คุณครูจะมีอุปสรรคอย่างไรบ้างกับการสอนเรื่องเพศวิถีศึกษาแบบใหม่กับนักเรียน ผลการสอนจะเป็นอย่างไร ความเข้าใจเรื่องเพศและพฤติกรรมทางเพศของนักเรียนจะเปลี่ยนไปไหม จะเป็นการชี้โพรงให้กระรอกรึเปล่า  ต่างๆ นานาเหล่านี้เราคงต้องคอยติดตามดูกันต่อไป...

 
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ดีมากครับ ที่ท่านเขียนแต่ละอย่าง
Tome
(4 พฤศจิกายน 2556  เวลา 20:28:51)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
19431554