
‘บ้านกาญจนาภิเษก’ แห่งนี้ แม้จะได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ควบคุมหลังคำพิพากษา แต่บ้านหลังนี้ก็ไม่มีกำแพง ไม่มีประตู ไม่มีการใช้อำนาจ ความรุนแรง และกฎเหล็กเหมือนเช่นที่สังคมภายนอกมักจินตนาการกัน หากเป็นสถานที่ที่เปิดโอกาสให้วัยรุ่นที่เคยก้าวพลาดได้สั่งสม ‘พลังวินัยเชิงบวก’ เป็นต้นทุนชีวิตไว้ใช้ยามเมื่อต้องออกไปสู่สังคมภายนอกอีกครั้ง
... บางส่วนในเล่มของ “เด็กน้อยโตเข้าหาแสง ประสบการณ์คบเด็ก (เป็น) สร้างบ้าน (ได้) ของป้ามล (ทิชา ณ นคร)” ที่สะดุดใจผู้อ่านจนต้องหยิบขึ้นมาดูคนแล้วคนเล่าในงานมหกรรมหนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ ๑๗ ที่ผ่านมา นับเป็นนิมิตหมายอันดีที่หนังสืออัตถชีวประวัติกึ่งฮาวทูเล่มนี้จะกระตุกใจคนยุคนี้ได้ไม่แพ้นิยายในบูธข้างๆ
“หนังสือเล่มนี้ ถ้าเทียบกับเล่มอื่นๆ ของสำนักพิมพ์ฯ ถือว่าได้รับการตอบรับดีทีเดียว ดูจากการสั่งซื้อผ่านเว็บ และการขายในงานมหกรรมหนังสือฯ ที่ผ่านมา ส่วนใหญ่คนชอบหยิบขึ้นมาพลิกดูเพราะชื่อสะดุดตา ชวนให้อยากรู้ เท่าที่สังเกต กลุ่มคนอ่านเป็นวัยรุ่น ระดับมหาวิทยาลัยเป็นหลัก เด็กมัธยมก็ซื้อบ้าง ส่วนใหญ่วัยรุ่นซื้อเพราะชอบชื่อเรื่อง ชอบภาพประกอบ และเล่มไม่หนามาก ราคาก็พอไหว ส่วนกลุ่มผู้ใหญ่ซื้อเพราะสนใจเนื้อหา โดยกลุ่มที่ซื้อกันเยอะคือพ่อแม่ ผู้ปกครอง” คุณวรนุช ชูเรืองสุข บรรณธิการจากสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา เล่าถึงบรรยากาศของผู้คนที่แวะเวียนผ่านมาชมหิ้งที่จัดวาง “เด็กน้อยโตเข้าหาแสง” เพื่อค้นหาประสบการณ์ชีวิตจากคุณทิชา ณ นคร หรือ ป้ามลแห่ง ‘ศูนย์ฝึกและอบรมเด็กและเยาวชนบ้านกาญจนาภิเษก’ กับเส้นทางชีวิตกว่า ๓๐ ปีที่ต้องต่อสู้กับอิทธิพล โดยเฉพาะอำนาจทางความคิดของผู้คน ป้าผู้เปลี่ยน “สถานที่ควบคุมหลังคำพิพากษา” มาเป็น “แหล่งพักใจอันแสนอบอุ่น” ด้วยหัวใจและแรงศรัทธาอันแรงกล้าที่มีในตัว “เด็กน้อย” ซึ่งป้าเปรียบไว้กับยอดไม้ที่เอนลู่เข้าหาแสง รอการผงาดเป็นไม้ใหญ่เตรียมรับพลังอันเจิดจ้าจากดวงอาทิตย์
“...ทีแรกว่าจะอ่านแบบเล็มๆ แต่พออ่านได้ไม่กี่หน้าก็วางแทบไม่ลง อ่าน ๒ ครั้งก็จบเล่ม อ่านแล้วรู้สึกเย็นใจ และได้รับรู้สึกดีๆ ทำให้เกิดศรัทธาในความดีงามที่มีอยู่ในจิตใจของสิ่งเลวร้ายฉกาจฉกรรจ์มาแล้วก็ตาม...” ส่วนหนึ่งจากคำวิจารณ์ของพระไพศาล วิสาโล นักคิด นักเขียนและนักรณรงค์คนสำคัญอีกคนที่เขียนถึงหนังสือเล่มนี้ขึ้นใน www.facebook.com/Phra Paisal Visaloเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่บอกต่อให้มีคนตามหาหนังสือเล่มนี้มาครอบครอง
“...อดชื่นชมไม่ได้ก็คือ “ป้ามล”(ทิชา ณ นคร ผู้อำนวยการบ้านกาญจนาภิเษก) ผู้มีความเมตตาสูงมาก และมีความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในตัววัยรุ่นที่ต้องโทษเพราะความพลั้งเผลอชั่ววูบ พร้อมที่จะทำทุกอย่างเพื่อให้เขาเห็นแสงสว่างในตัวเอง ทั้งๆ ที่เป็นงานที่ยากมาก ต้องต่อสู้กับระบบที่ล้าหลังและความเข้าใจที่คับแคบ ต้องใช้ความกล้าและยืนหยัดชนิดหัวชนฝา โดยสามารถก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงได้อย่างนึกไม่ถึง เคยแต่เห็นเรื่องราวของคนแบบนี้ในหนังฝรั่ง (เช่น Freedom Writer) แต่ไม่คิดว่าเมืองไทยก็มีบุคคลเช่นนี้ด้วย...” (FB พระไพศาล วิสาโล)
เป็นที่น่าดีใจ ที่คุณค่าของชีวิตใครสักคน ถูกหยิบยกและถ่ายทอดออกมาเป็นแรงกระเพื่อมสู่อีกหลายๆ คน ถ้าใครยังไม่ได้อ่านคงต้องรีบติดตาม รับรองว่าอ่านสนุกและได้แง่คิด แล้วคุณจะประทับใจ กับ “การเรียนรู้วิชาชีวิต” ที่ไม่มีโรงเรียนไหนเคยสอน ซึ่งถูกถ่ายทอดไว้อย่างละเมียดละไมโดย “มิลินทร์” นักเขียนรุ่นใหม่ซึ่งต้องแอบปาดน้ำตาอยู่หลายครั้งกว่าผลงานชิ้นนี้จะเสร็จสิ้น เพราะตื้นตันใจในงานของป้ามลและชีวิตของน้องๆ เยาวชนบ้านกาญจนาฯ ระหว่างการเก็บข้อมูล
และที่สำคัญ งานนี้องค์การแพธเป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนอยู่เบื้องหลังในการสร้างสรรค์สื่อดีๆ เล่มนี้ด้วย โดยหวังว่าแนวคิดการพัฒนาเยาวชนเชิงบวก (Positive Youth Development) จะขยายผลและเติบโตในวงกว้างต่อไป
แล้วคุณจะเป็นอีกคนที่ได้รับแสงทอดผ่านเข้าไปในหัวใจ
|