
เพศศึกษา เป็นเรื่องเรียนรู้กันได้ แต่ขาดแรงสนับสนุนจากสังคมทำให้ปัญหาท้องไม่พร้อมในวัยรุ่นไม่ได้รับการแก้ไขเท่าที่ควร
งานเสวนาเรื่อง “ป้องกันปัญหาวัยรุ่นไทย กับการตั้งครรภ์ไม่พร้อม" ในการประชุมสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ครั้งที่ ๕ เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ ณ ไบเทคบางนา กรุงเทพ ได้มีการพูดคุยถึงสถานการณ์เด็กไทยมีเพศสัมพันธ์ในอายุที่ลดลง ทั้งๆ ที่มีการส่งเสริมการรณรงค์ให้ความเข้าใจในวงกว้าง โดยผลักดันเรื่องนี้เข้าเป็นมติของสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ ตั้งแต่ปี ๒๕๕๒ แต่การแก้ปัญหาก็ยังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร
นางสาวณัฐยา บุญภักดี มูลนิธิสร้างความเข้าใจเพื่อสุขภาพผู้หญิง (สคส.) ให้ความเห็นว่า อุปสรรคใหญ่ที่ทำให้ปัญหานี้แก้ไม่ได้คือ ทัศนคติความเชื่อเดิมของสังคมโดยรวมที่มองเพศศึกษาเป็นลบ ยังแยกไม่ออกในเรื่อง “เซ็กส์เสรี” กับ “เพศศึกษาเชิงบวก” ทั้งในครอบครัว โรงเรียน หรือกลุ่มศาสนา ทำให้การป้องกันแก้ไขปัญหาไม่ได้รับการสนับสนุนในทุกส่วนของสังคม
“จริงๆ แล้วการสอนเรื่องเพศ ไม่เหมือนกับเซ็กส์เสรี เปรียบเหมือนเรากำลังสอนวิธีข้ามถนนให้เด็กปลอดภัย ไม่ใช่ส่งเสริมให้ไปเผชิญอันตราย ต้องยอมรับให้ได้ว่า เรื่องเพศ เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่ต้องเข้าใจร่วมกัน ให้มุมมองสังคมในการศึกษาเรื่องเพศเป็นเชิงบวกมากขึ้น เพราะเพศศึกษาเป็นเรื่องที่ให้ความรู้กันได้ ให้การศึกษากันได้ ให้ทัศนคติที่ดีกันได้ หากเมื่อใดที่เกิดปัญหาท้องไม่พร้อมในวัยรุ่น สังคมจะยอมรับพวกเขาแบบไหน จะให้ทางเลือกกับเด็กคนหนึ่งอย่างไรที่ไม่ใช่การตำหนิ ซ้ำเติม ไม่สร้างแรงกดดันที่นำไปสู่การยุติการตั้งครรภ์แบบไม่ปลอดภัย หรือที่เรียกกันว่า “แท้งเถื่อน” สิ่งที่ สคส. กำลังเรียกร้องคือเมื่อเด็กท้องแล้ว จะมีระบบส่งต่อเด็กอย่างไร ประสานความช่วยเหลือกันระหว่างองค์กรได้อย่างไรเพื่อแก้ปัญหาความไม่ปลอดภัยจากการตั้งครรภ์ในรูปแบบต่างๆ”
นางบุญช่วย นาสูงเนิน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา เล่าถึงตัวอย่างการแก้ปัญหาท้องไม่พร้อมในจังหวัดว่า ที่ผ่านมาได้ดำเนินงานครอบคลุมทั้งพื้นที่ โดยกำหนดเป็น “จังหวัดปฏิบัติการ” ซึ่งหมายถึงการลงมือทำพร้อมกันทั้งจังหวัดไม่ใช่ทำนำร่องเฉพาะส่วนใดส่วนหนึ่ง เน้นให้ความรู้กับทุกส่วนที่เกี่ยวข้อง มีการจับคู่กันระหว่างหน่วยงาน โรงเรียน หรือโรงพยาบาล ให้วางแผนร่วมกันอย่างเข้มข้นทั้งระบบป้องกัน คือสนับสนุนให้มีการสอนเพศศึกษารอบด้านในโรงเรียนและเชื่อมโยงไปในระดับครอบครัว รวมทั้งการเยียวยาส่งต่อเมื่อเกิดปัญหาท้องไม่พร้อม โดยมีข้อตกลงร่วมกัน มีการทบทวนการทำงานขององค์กร หรือคนทำงานเพื่อปรับทัศนะให้เอื้อต่อการดูแลทั้งร่างกายและจิตใจให้กับเยาวชนที่เผชิญปัญหาให้มากขึ้น ทั้งหมดนี้ช่วยลดสถานการณ์ท้องไม่พร้อมในจังหวัดในทางที่ดีขึ้นได้จริง
นพ. ณรงค์ศักดิ์ อังคะสุวพลา ประธานกรรมการสมัชชาฯ และคณะขับเคลื่อนมติสมัชชาสุขภาพแห่งชาติ กล่าวเพิ่มเติมในเรื่องกลุ่มเป้าหมาย ว่าต้องแยกให้ชัดในเรื่องการท้องไม่พร้อมที่เกิดขึ้นในกลุ่มผู้ไม่พร้อม เช่น เรื่องฐานะ สภาพร่างกาย หรือมีบุตรหลายคนแล้ว ฯลฯ ซึ่งอาจล้มเหลวในการคุมกำเนิด และกลุ่มวัยรุ่นที่เป็นกลุ่มที่ไม่ควรตั้งครรภ์ สองกลุ่มนี้จะมีวิธีการจัดการส่งเสริมสุขภาพและป้องกันโรคที่แตกต่างกัน ทั้งนี้ จะทำอย่างไรให้ทุกคนมีศักยภาพในการใช้ชีวิตที่ดีซึ่งจะช่วยครอบคลุมการแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง นอกจากนี้ ยังต้องคิดวิธีสื่อสารที่จะทำให้เข้าถึงวัยรุ่นมากขึ้น โดยการนำสภาเยาวชนมาร่วมพูดคุยด้วยซึ่งก็เป็นกลไกที่สำคัญ
เสียงจากตัวแทนเยาวชน UNFPAนางสาวมัธวรรณศ์ สุจริตธนารักษ์ และนายพัฒนา จินดาปราณีกุล ให้ความเห็นว่า เยาวชนยังไม่ได้รับการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในการทำงานหลายๆ เรื่อง ส่วนเรื่องการเรียนเพศศึกษา ไม่อยากนั่งท่องว่าการคุมกำเนิดแบบ หน้า ๗ หลัง ๗ คืออะไร แต่อยากได้เรียนรู้ทักษะชีวิตและบอกแหล่งที่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้ทันที เช่น การโทรปรึกษา ฯลฯ และอยากให้เสริมเรื่องศูนย์ให้ความรู้ในสถานการศึกษา เพื่อให้เรียนรู้เรื่องการจัดการความรู้กันเองมากกว่าเรียนรู้จากตำรา หรือหลักสูตร
|