แวดวงการศึกษา : เรื่องเพศ (สนุกๆ) ในภาษาไทย
อิเหนา (ตอนที่ ๑๓) ประสาเด็กได้ภิรมย์สมหวัง ก็คลุ้มคลั่งพิศวงหลงใหล

                บุปผางามย่อมจะดึงดูดหมู่แมลงและส่ำสัตว์ทั้งหลายให้และเลียมเข้ามาเชยชม บ้างแค่ดมกลิ่น บ้างแค่ถวิลหาน้ำหวาน บ้างก็คิดถึงหักรานเด็ดกิ่ง เพื่อนำสิ่งนั้นไปเป็นของตนแต่ผู้เดียว  สาวงามอย่างบุษบาก็เช่นกัน คนอื่นแค่เห็นรูปก็หลงใหล เกิดเป็นชนวนแห่งไฟสงครามตามมา นับประสาอะไรกับอิเหนาที่ได้มีโอกาสได้เฝ้าใกล้ชิด ได้พินิจตัวตรงๆ และยังหลงว่านางเคยเป็นคู่ตุนาหงันของตนมาก่อน จึงทำทุกวิถีทางที่จะได้ใกล้ชิดนางยิ่งขึ้น

                จะเรียกว่าถึงกับปลุกปล้ำ ยึดนางเป็นตัวประกันต่อรองให้ผู้หลักผู้ใหญ่ยอมตาม (รายละเอียดอยู่ในตอนที่ ๑๒) องค์มะเดหวีก็รับปากแบบผ่อนปรนไม่ให้เรื่องลุกลามไป  แต่ใจของนางบุษบาเล่า เธอคิดอย่างไร

 

                เมื่อนั้น                                                    ระเด่นบุษบาสาวสวรรค์

ในอกหมกไหม้ดังไฟกัลป์                                      อยู่ยังห้องสุวรรณไสยา

บรรทมรำพึงคะนึงไป                                            ให้คลั่งคลุ้มกลุ้มใจหนักหนา

ตัวกูแม้นม้วยมรณา                                              ก็ดีกว่าที่เป็นดังนี้

 

                ใครที่ถูกข่มเหงน้ำใจกันขนาดนี้ แรกๆ คงคิดเหมือนนางบุษบานี่แหละมั้ง  มเดหวีที่เป็นมเหสีรอง แต่รับหน้าที่เป็นเหมือนแม่เลี้ยง พี่เลี้ยงไปด้วย ดูเขาใกล้ชิดกันดี ไม่มีบทอิจฉากันเหมือนแม่เลี้ยงลูกเลี้ยงในละครไทยเรื่องอื่นๆ

 

                เมื่อนั้น                                                    มะเดหวีศรีสวัสดิ์นวลหง

จึงปลอบพระบุตรีโฉมยง                                      เจ้าจงระงับดับโศกา

ตามเสด็จภูวไนยไปใช้บน                                     นฤมลจงฟังแม่ว่า

แม้นสองกษัตริย์ทราบกิจจา                                                โทษาแม่นี้จะหนักนัก

ถึงพี่ยาได้มาต้องตัว                                              ใช่ชายชั่วมาระคนปนศักดิ์

ฟังคำแม่เถิดนะลูกรัก                                           เอาน้ำมาลูบพักตร์พระบุตรี

 

                มเดหวีคอยปลอบใจบุษบา ทางหนึ่งเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องผิดไปด้วยในฐานที่พาให้เกิดเรื่องวุ่นขึ้นมา   นางบุษบายอมคล้อยตาม แต่งตัวไปร่วมพิธีแก้บนกับท้าวดาหาและองค์ประไหมสุหรี

                ในพิธีแก้บนที่เขาวิลิศมาหรา อิเหนาก็ผสมโรงไปกับเขาด้วย แก้บนเสร็จก็มีการเล่นเพลง ต่อกลอนกันประมาณนั้น คนอื่นเขาขับลำเป็นเรื่องเป็นราวแห่งการแก้บน

 

                ยอกรประนมขึ้นเหนือเกศ                    ไหว้ไทเทเวศน์รังสรรค์

ศักดิ์สิทธิ์ฤทธิไกรใครจะทัน                                  ซึ่งรับพลีกรรม์บำบวง

องค์อสัญแดหวาวราฤทธิ์                                     สิงสถิตอยู่ในไศลหลวง

เชิญดูขับรำทั้งปวง                                                                ที่ได้บวงสรวงไว้  เอย

 

                แต่เนื้อหาในการขับของอิเหนา แสดงออกมาแบบเผยไต๋กันตรงๆ ต่อหน้าองค์ท้าวดาหาเลย

 

                ยอกรกึ่งเกล้าบังคม                              องค์บรมอสัญแดหวา

ผู้ใดองอาจอหังการ์                                                               จงจิตริษยาสาธารณ์

อันดวงดอกฟ้าสุมาลัย                                         ของเราปลูกไว้ในสถาน

มันไม่เกรงพักตร์จะหักราน                                   จงสังหารอย่าไว้มัน  เอย

 

                ทั้งเนื้อหาในการขับลำและท่าทีของอิเหนาที่แสดงออกในการเขม่นจรกา ทำเอาท้าวดาหา ทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน วงการเล่นขับลำจึงเลิกไป

 

                เมื่อนั้น                                                    พระองค์ทรงภพดาหา

เห็นองค์อิเหนานัดดา                                            ขัดเคืองจรกาธิบดี

จะให้ขับลำเรียงตัวไป                                           ก็จะไม่เป็นสุขเกษมศรี

มิรู้ที่จะบัญชาพาที                                                                ภูมีเสด็จกลับพลับพลาพลัน

 

                เมื่อทางผู้ใหญ่ไม่ได้ทักท้วงอะไรมากมาย ทางฝ่ายอิเหนายิ่งได้ใจ ทำตัวเนียนๆ หาโอกาสใกล้ชิดนางบุษบายิ่งขึ้น คอยหาโอกาสอยู่เสมอ อย่างวันที่ท้าวดาหาทักบุษบาว่าดูหน้าตาไม่ค่อยสบาย องค์มะเดหวีรีบทูลขอพาไปรดน้ำมนต์ บังเอิญอิเหนาอยู่ใกล้กุฏิเห็นนางบุษบาก็กุลีกุจอ ไปช่วยถือข้าวของ แต่บุษบายังมีท่าทีโกรธชัดเจน

 

นางสะบิ้งสะบัดด้วยขัดเคือง                                               ชายชำเลืองหางตาแล้วค้อนให้

ขวยเขินสะเทินหฤทัย                                            จำเป็นจำใจจรจรัญ

 

                องค์สังปะลิเหงะ (คือ พระ หรือฤๅษีในบทละครเรื่องอื่นๆ) เห็นอิเหนามาคู่กัน ก็อำนวยอวยพร ช่างถูกใจอิเหนาและกองเชียร์จริงๆ

 

                เมื่อนั้น                                                    โฉมยงองค์มะเดหวี

ฟังสังปะลิเหงะมุนี                                                 เทวียิ้มแล้วก็แลมา

อิเหนายิ้มแล้วก็เมินพักตร์                                    ส่วนลูกรักผูกคิ้วนิ่วหน้า

ทั้งสี่พี่เลี้ยงกัลยา                                                   ยิ้มพรายชายตาดูกัน

 

                จึ่งรดสิโรตม์โสรจสรง                            ให้องค์บุษบามารศรี

รดทั้งระเด่นมนตรี                                                  พร้อมกับเทวีด้วยพลัน

                แล้วจึ่งอวยพรศรีสวัสดิ์                         สองกษัตริย์จงสุขเกษมสันต์

เสวยรมย์สมสองครองกัน                                    อย่ามีโรคันต์อันตราย

 

                ดูเหมือนอิเหนาจะมีความหวังมากขึ้น แต่จริงๆ แล้วงานแต่งระหว่างจรกาและนางบุษบากำลังจะเริ่มขึ้น มีกำหนดการ และเชิญแขกเหรื่อ ญาติๆ ทั้งหลายให้มางาน

 

                เมื่อนั้น                                                    ท้าวกาหลังแลสิงหัดส่าหรี

ได้ฟังคั่งแค้นแสนทวี                                              จำเป็นจึงมีพระบัญชา

ให้เสมียนเสนีคุมบรรณาการ                                               ไปถวายพระผู้ผ่านดาหา

ของขวัญนั้นครบแต่นัดดา                                    จรกาให้กึ่งพระบุตรี

 

                ท้าวกุเรปัน บิดาของอิเหนา ก็ได้ทราบข่าวงานเหมือนกัน จึงเดินทางมากรุงดาหา ด้วยเหตุผลแห่งความรักในตัวอิเหนาและวงศ์เทวัญของตน

 

บัดนี้พระอนุชาธิบดี                                              ให้เสนีมาแจ้งสารา

จะแต่งการอภิเษกสยุมพร                                    บุตรีบังอรเสน่หา

พี่เสียดายวงศ์เทวา                                                               เสียดายบุษบาเป็นพ้นนัก

ครั้นจะมิไปบัดนี้เล่า                                              วงศ์เราจะระคนปนศักดิ์

ทั้งเอ็นดูอิเหนาลูกรัก                                            จำจักไปยังอนุชา

วิงวอนว่าขานการโอรส                                        ให้พระน้องออมอดโทษา

ที่ลูกเราผิดพลั้งแต่หลังมา                                    ทั้งห้าอรทัยไปด้วยกัน

 

                ท้าวกุเรปัน พี่ใหญ่แห่งวงศ์อสัญแดหวา มาถึงเมืองดาหา อิเหนาจึงได้โอกาสไปรับพระบิดาและเข้าไปอยู่วังในด้วย

 

                เมื่อนั้น                                                    องค์ท้าวกุเรบันรังสรรค์

เห็นโฉมนัดดาลาวัณย์                                          ทรงเบณจกัลยาณี

นี่ฤๅชื่อระเด่นบุษบา                                             เลิศล้ำลักขณาราศรี

งามจริงพริ้งพร้อมทั้งอินทรีย์                                                ภูมีคิดแค้นแสนเสียดาย

....

แล้วพิศพักตร์โอรสภูวเรศ                                     เห็นเทวศเศร้าสร้อยโศกศัลย์

อิเหนานี้น่าจะมีทุกข์ครัน                                      ทรงธรรม์ไม่ตรัสประการใด

 

                อิเหนาได้เข้าไปนอนในวังใน ได้อยู่ใกล้ๆ กับท้าวกุเรปัน และท้าวดาหา ยังได้แอบฟังที่ผู้ใหญ่เขาเจรจากัน

 

                เมื่อนั้น                                                    องค์ท้าวกุเรปันก็ผันผ่อน

กล่าวรสพจนาอันสุนทร                                        ฟังคำพี่ก่อนจะเสียที

จรกาซึ่งจะมาร่วมวงศ์                                           ชั่วทั้งรูปทรงแลศักดิ์ศรี

ดังเอาปัดมาปนกับมณี                                        ไม่ควรที่จะให้ครองกัน

....

นี่ดังเจ้าแกล้งเอาบุตรี                                           ไปทุ่มทิ้งเสียที่คงคาลัย

 

                เมื่อนั้น                                                    ท้าวดาหาทูลแจ้งแถลงไข

น้องนี้ก็จำนงจงใจ                                                  จะให้ครองกันตามประเพณี

แต่หากบุญไม่เคยคู่กัน                                         จึ่งบันดาลให้ชายเอาตัวหนี

ดังหงส์ไม่จงชลธี                                                    ราชสีห์หนีถ้ำสุรกานต์

เหมือนหมู่บุหรงทั้งปวง                                         ไม่เป็นห่วงด้วยพฤกษาสาร

สำหรับที่จะได้อัปมาณ                                         จึงบิดผันบันดาลไปทั้งนี้

ซึ่งพระตรัสตรึกตรองน้องก็เห็น                            แต่จำเป็นเหลือจะรับใส่เกศี

จะคิดอาลัยไปไยมี                                                                ตามทีวาสนาไม่เคียงควร

 

                เมื่อนั้น                                                    องค์ท้าวกุเรปันปั่นป่วน

จึงตรัสตอบความตามกระบวน                           ซึ่งอิเหนาหักหวนไปทั้งนี้

เพราะไม่ได้เห็นอะหนะบุษบา                              อันทรงโฉมโสภาประไพศรี

จึงไปเลี้ยงจินตะหราวาตี                                      สำคัญว่าดีแต่โดยใจ

ประสาเด็กได้ภิรมย์สมหวัง                                  ก็คลุ้มคลั่งพิศวงหลงใหล

บัดนี้น่าจะทุกข์ฉุกฤทัย                                         หาไม่ก็จะคืนกุเรปัน

ด้วยตัวได้ทำความผิด                                           สุดที่จะคิดผ่อนผัน

พี่เห็นเศร้าศรีฉวีวรรณ                                          น่าจะคร่ำครวญครันด้วยเสียใจ

จนผอมผิดรูปซูบทรงนัก                                       ผิวพักตร์มัวคล้ำดำไหม้

กับเมื่อแรกมาถึงเวียงชัย                                      เจ้าเห็นเป็นกระไรอนุชา

 

                เมื่อนั้น                                                    ท้าวดาหาทูลตอบพระเชษฐา

น้องก็แจ้งในทีกิริยา                                               แต่ได้ออกวาจาก็จนใจ

...

ครั้นเห็นอิเหนาก็เอ็นดู                                          แต่มิรู้ที่จะทำเป็นไฉน

ครั้นจะคืนวาจาก็อายใจ                                       ด้วยได้ให้เขาแล้วก็จำจน

 

                บทสนทนาที่อิเหนาได้ยิน ไม่เป็นคุณกับอิเหนาเอาเสียเลย แม้ว่าท่าทีของผูใหญ่จะเห็นใจอิเหนา แต่การไม่ยอมเสียคำพูดของผู้ใหญ่ กลับทำเอาฝันของอิเหนาสลายลงไปด้วย

 

ด้วยอิเหนาเมามัวชั่วนัก                                       หาญหักไม่ฟังว่าขาน

รักแต่ต่ำช้าสาธารณ์                                             ไม่รักวงศ์วานของตัว

แต่ก่อนห่อนจะขัดคำ                                            ทีนี้หนำใจที่รักชั่ว

เสียดายนักศักดิ์เราจะหมองมัว                           ดังหงศ์ไปกลั้วตระกูลกา

ข้างเจ้าจะคืนคำก็ไม่ได้                                         ข้างพี่ก็จนใจเป็นหนักหนา

ทั้งนี้ก็ตามแต่เวรา                                                 เราอย่าควรคิดให้เคืองกัน

                               

                ที่ติดใจอยู่อย่างหนึ่ง คือข้อกล่าวหาที่ว่า อิเหนาไปรักคนที่ต่ำศักดิ์กว่าตัวเอง อย่างนางจินตะหรา ทั้งที่จริง แม่ของอิเหนา แม่ของบุษบา และแม่ของจินตะหรา คือพี่น้องกัน ฝ่ายแม่ศักดิ์เดียวกันแท้ๆ แต่ไม่มีศักดิ์ศรีเอาเสียเลยรึไง ฝ่ายชายยิ่งใหญ่อะไรปานนั้น นิทาน หนอ นิทาน

               

                เรื่องราวต้องปล่อยไปตามกรรม หรือ ต้องโทษกรรมที่ทำไว้ อิเหนาเล่าจะเอายังไง ปล่อยไปตามกรรม หรือจะแก้กรรมอย่างไร หรือจะสร้างกรรมอะไรอีก

                พบกันตอนต่อไปนะครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
19870516