แวดวงการศึกษา : เรื่องเพศ (สนุกๆ) ในภาษาไทย
อิเหนา (ตอนที่ ๑๔) กรกอดประทับแล้วรับขวัญ อย่าตระหนกอกสั่นนะโฉมฉาย

 

                ชื่อตัวละครในวรรณคดีไทยที่คุ้นหูคนไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้อยู่ในแวดวงวรรณคดีหรือไม่ ชื่อ “อิเหนา” มาเป็นลำดับต้นๆ  เหตุอาจจะเป็นเพราะมีสำนวนที่นำเอาพฤติกรรมของอิเหนามาเป็นตัวเปรียบเทียบ  สำนวนที่ว่าคือ “ว่าแต่เขา  อิเหนาเป็นเอง” นั่นแหละ ก็น่าอยู่หรอกนะ ตั้งแต่ตอนแรกๆ ที่อิเหนาถูกบังคับจากท้าวกุเรปัน ให้ยกทัพไปช่วยเมืองดาหารับศึกท้าวกะหมังกุหนิง เพราะเพียงแค่วิหยาสะกำเห็นรูปนางบุษบาแค่นั้น ก็เป็นอันกินไม่ได้นอนไม่หลับ กลุ้มใจ ใฝ่ฝันที่อยากได้ตัวจริงของนางในภาพวาดมาเป็นชายา  อิเหนาถึงกับปรารภออกมาว่า

 

บุษบาจะงามสักเพียงไร                                                        จึงต้องใจระตูทุกบุรี

หลงรักรูปนางแต่อย่างนั้น                                                    จะพากันมาม้วยไม่พอที่

แม้นงามเหมือนจินตะหราวาตี                                             ถึงจะเสียชีวีก็ควรนัก

 

                แต่พอถึงคราวตัวเองมั่ง เสร็จศึกแล้วก็ยังไม่กลับเมืองหมันหยาอย่างที่ตั้งใจไว้แต่แรก ไปแก้บนกับเขาทั้งๆ ที่ไม่มีใครชวนให้อยู่ร่วม นั่นเป็นเพราะหลงความงามของนางบุษบาเข้านั่นเอง อิเหนาพยายามทำตัวเนียนๆ ตีสนิทน้องชายของบุษบา เพื่อจะเข้าถึงพี่สาว มีของเล่นแบบเด็กผู้ชาย มีด ดาบ อาวุธ พาไปเที่ยวป่า ขี่ม้า ให้สียะตราหลง แล้วยืมมือสียะตรา ไปขอชานหมากจากในปากที่นางบุษบากำลังเคี้ยวอยู่ แหม...ความหลงนี่ทำให้ไม่รังเกียจน้ำลายในชานหมากเลยนะ....  บางคืนก็ทำเป็นหนาวต้องให้สียะตราไปขอผ้าห่มที่นางบุษบาห่มอยู่ แค่ได้กลิ่นและความอุ่นจากกายนางบุษบาที่ติดมาก็ยังดี

                ถึงกระนั้นความใกล้ชิด ติดคลุกวงใน ก็ใช่ว่าจะทำคะแนนได้มากนัก  เพราะท้าวดาหาไม่ยอมกลับคำ จำต้องกำหนดงานอภิเษกระหว่างจรกากับนางบุษบา ตามที่รับปากไว้  อิเหนาที่เคยว่าคนอื่นไว้ แต่ตัวเองก็ออกอาการเดียวกัน

 

                เมื่อนั้น                                                                    ระเด่นมนตรีเรืองศรี

ได้ฟังคั่งแค้นแสนทวี                                                            สลบลงกับที่บรรทม

รื้อระบายถ่ายถอนหฤทัย                                                     อกเอ๋ยทำไฉนจะได้สม

เห็นสุดรู้สุดคิดจะชิดชม                                                       เร่าร้อนอารมณ์ตรมใจ

               

                จากที่เคยบอกว่านางไหนๆ ก็คงงามสู้จินตะหรายอดยาหยีไม่ได้แน่  พอพบนางบุษบาเข้าเท่านั้นแหละ อิเหนาท่านหักพวงมาลัย กลับลำ สามร้อยหกสิบองศาเลยทีเดียวเชียว

 

ฉุกใจได้คิดสิผิดนัก                                                                      ไปพะวงหลงรักจินตะหรา

ประยูรหงส์ไม่จงเจตนา                                                        ไปหลงชมสกุลกาว่าดี

โอ้แสนเสียดายสายสวาท                                                      ไม่สมมาดหมายมิ่งมารศรี

จะอาลัยไยเล่าแก่ชีวี                                                              ชาตินี้มิได้ชิดสนิทนวล

พระไม่สรงเสวยกระยาหาร                                                  ทรมานหม่นไหม้ไห้หวน

ไม่ขึ้นเฝ้าเช้าค่ำแต่คร่ำครวญ                                                  พระทอดองค์ลงกำสรวลโศกา

 

                ระตูอื่นๆ เห็นภาพก็ถึงกับยกทัพมาทำศึกชิงนาง ข้างอิเหนาเล่า เมื่อทำท่าว่าจะเสียนางไป เพราะกำหนดงานแต่งเริ่มขึ้นแล้ว ทำไงดี หาทางออกไม่ได้ คิดหนักล้มป่วยไปเลย ร้อนถึงพ่อแม่ที่มาร่วมพิธีแต่งอยู่ในเมืองดาหาด้วย ทุกคนต่างตกอกตกใจ เพราะอิเหนาทำท่าจะตายเอาจริงๆ  ท้าวดาหาสงสารอิเหนาหลานรัก จึงประกาศเลื่อนงานออกไปก่อน

                การเลื่อนกำหนดการงานแต่งออกไป เท่ากับต่ออายุแห่งความหวังของอิเหนาออกไปด้วย อิเหนาเองน่ะเข้าตาจน หมดอาลัยตายอยาก คิดถอดใจจะขอลาตายอย่างเดียว แต่พี่เลี้ยง และสังคามาระตา เสนออุบายลักนางบุษบา อิเหนาคนเก่งจึงคิดต่อได้ วางแผนเป็นขั้นตอน เริ่มที่ให้สังคามาระตาไปเสาะหารีสอร์ทเงียบๆ ไม่พลุกพล่านเป็นเซฟเฮาส์เพื่อซ่อนนางบุษบา

                อ้อ...ไม่ใช่ ลืมไป อิเหนาสั่งให้ไปหาถ้ำลับตา ห่างจากกรุงดาหาสักหน่อย แล้วแต่งถ้ำไว้ให้สวยงาม กำหนดเวลาเดือนหนึ่ง  เมื่อได้ถ้ำตามทำเลที่ประสงค์ ตกแต่งงามหรู สังคามาระตาก็กลับมาบอกอิเหนา โดยมีข้อกลบเกลื่อนว่าไปหาหมอยาจากเมืองไกลมารักษาอิเหนา 

                เมื่อเตรียมการเสร็จสรรพ อิเหนาไปทูลท้าวดาหา และท้าวกุเรปัน ให้กำหนดงานแต่งได้แล้ว เพราะอาการตัวเองดีขึ้นแล้ว อย่ารอนานไพร่พลทหาร ชาวบ้านจะเดือดร้อน  ข้อเสนอของอิเหนาทำเอาผู้ใหญ่แปลกใจไปตามๆ กัน กำหนดงานจึงกำหนดใหม่อีกครั้ง มหรสพต่างๆ ก็เตรียมฉลองกันเต็มที่  แต่อิเหนาขออนุญาตไปเที่ยวป่า ประมาณว่าทำเป็นตัดใจไม่ได้ ไม่อยากอยู่ใกล้ๆ งานพิธี  ท้าวกุเรปัน ท้าวดาหาก็อนุญาต

                ขณะที่กำลังฉลองกัน อิเหนาให้ทหารตัวเองปลอมเป็นทหารเมืองกะหมังกุหนิงยกทัพมาประชิดเมืองยิงปืนเปรี้ยงปร้าง ขณะที่อิเหนาได้วางพลแอบไว้ในเมือง เมื่อได้ยินเสียงปีนข้างนอก ข้างในก็ผสมโรง เผาโรงหนัง โรงละคร เผาห้าง...สร้างความวุ่นวาย แล้วอิเหนาอาศัยช่วงชุลมุน ปลอมตัวเป็นจรกา เข้าวังมารับนางบุษบาออกจากเมือง พาไปยังถ้ำที่แต่งไว้รอท่า

                ตอนแรกบุษบาก็ตกอกตกใจ พอรู้ว่าเป็นอิเหนา ยิ่งตัดพ้อต่อว่า ต่อปากต่อคำกันยาวเหยียด แต่ขี้เกียจพิมพ์ ไปหาอ่านต้นฉบับเอาบ้างนะครับ ใครชอบแนวตัดพ้อ แดกดันกันไปมาไม่ผิดหวังแน่  นางบุษบาปากคมกล้าไม่เบาเชียวล่ะ  แต่ถึงยังไงก็ไม่อาจรอดลีลารวบรัดของอิเหนาไปได้

                ....ฝนจึงตกอีกห่าใหญ่.................................. ขอคัดลอกบทอัศจรรย์มาให้อ่านกันเต็มๆ

 

ซึ่งทำการหาญหักเพราะรักใคร่                                            จนได้ถูกถือถึงมือพี่

พึ่งจะสมปรารถนาครานี้                                                       สุดที่จะเงือดงดอดใจ

ถึงชีวิตจะเจียนจากร่าง                                                          จะอิงแอบแนบนางให้ได้

ว่าพลางโอบอุ้มอรไท                                                           ขึ้นไว้เหนือตักสะพักชม

เอนองลงแอบแนบน้อง                                                        เชยปรางพลางประคองสองสม

คลึงเคล้าเย้ายวนสำรวลรมย์                                                 เกลียวกลมสมสวาทไม่คลาดคลาย

กรกอดประทับแล้วรับขวัญ                                                    อย่าตระหนกอกสั่นนะโฉมฉาย

ฤดีดาลซ่านจับเนตรพราย                                                     ดังสายสุนีวาบปลาบตา

ฟ้าลั่นครั่นครืนคำรนเสียง                                                    ก้องสนั่นสำเนียงในเวหา

ชอุ่มคลุ้มดาวพระสุริยา                                                         เมขลาล่อแก้วแววเวียน

รามสูรขว้างขวานทะยานไล่                                                 ว่องไวเลี้ยวลัดฉวัดเฉวียน

หมายมิ่งชิงช่วงดวงวิเชียร                                                    หันเหียนเวียนวิ่งเป็นสิงคลี

พระพิรุณร่วงโรยโปรยต้อง                                                 มณฑาทองทิพรสสดศรี

ขยายแย้มผกาสุมาลี                                                            ภุมรีภิรมย์ชมชิด

สององค์ปรีดิ์เปรมเกษมสันต์                                                  ดังได้เสวยสวรรค์ชั้นดุสิต

ต่างแสนเสนหากว่าชีวิต                                                        สมคิดเพลิดเพลินเจริญใจ

 

                หลังฝนตกผ่านไป ท้องฟ้าก็สว่างสดใจ เข้าอกเข้าใจกัน ดูท่าจะราบรื่น ชื่นมื่น ดั่งแมกไม้ได้สายฝนฉ่ำ มาลบความแล้งแห้งโหย

                เมื่อนั้น                                                                    พระสุริย์วงศ์เทวัญอันสูงส่ง

เนาในถ้ำสุวรรณบรรจง                                                        กับโฉมยงนงนุชบุษบา

แสนกระสันบันเทิงเริงจิต                                                     ถ้อยทีถ้อยคิดเสนหา

แต่คลึงเคล้าเฝ้าชมภิรมยา                                                      ไม่นิราศคลาดคลาสักนาที

 

                แต่เรื่องราวหลังจากนี่มันจะง่ายดายจริงหรือไร  เหมือนกับการที่ใครๆ ตัดสินใจทำแบบนี้ลงไป หลังความรื่นเริงหฤหรรษ์แล้ว สิ่งเกี่ยวพันที่จะตามมามีมากมายนัก ไหนจะกังวลเรื่องสุขภาพ เรื่องของสังคม เรื่องของวัฒนธรรม จะปกปิด เปิดเผย จะวางตัวต่อไปอย่างไร

                ชีวิตของอิเหนา และบุษบาก็เช่นกัน  วุ่นวายไปอีกครึ่งเล่มหนังสือทีเดียว

                พบกันตอนต่อไปครับ

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
A wonderful job. Super helpful infomration.
Mack
(7 เมษายน 2556  เวลา 18:36:38)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
19008583