แวดวงการศึกษา : เรื่องเพศ (สนุกๆ) ในภาษาไทย
อิเหนา (ตอนที่ ๒๐) เสียทีที่เกิดมาเป็นชาย  มาทำความอายถึงเพียงนี้

                เรื่องราวเกี่ยวเนื่องจากตอนที่แล้ว สียะตราในชื่อปลอมว่าย่าหรัน แอบไปลักน้องสาวของอิเหนาจากวังของอิเหนาในเมืองกาหลัง การก่อการครั้งนี้ดำเนินไปอย่างง่ายดาย เพราะด้วยการรู้เห็นเป็นใจของสังคามาระตา น้องคนสนิทของอิเหนาเอง ขณะเดียวกันกับที่อิเหนากำลังปีนกำแพงวังจะไปหานางสะการะวาตี บุตรีของท้าวกาหลัง อิเหนาปีนยังไม่ทันพ้นกำแพง ก็ได้รับการแจ้งข่าวว่า น้องสาวถูกลักพาไป อิเหนาโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ที่เหมือนโดนลูบคม อิเหนาปักใจแน่ว่าคนก่อการคือ ย่าหรัน จึงยกพลไปยังที่พักของย่าหรัน

                เมื่อนั้น                                                    ปันหยีแค้นขัดอัชฌาสัย

ยิ่งพิโรธโกรธกริ้วคือไฟ                                      จะเข้าไปในทวารา

เห็นบานประตูปิดมิดมั่น                                      กลอนลั่นลงเขื่อนไว้แน่นหนา

จึงรับสั่งบังคับโยธา                                              ให้ประดาปืนยิงทันใด

                บัดเดี๋ยวใบบานทวารวัง                        หักระทมล้มพังไม่ทนได้

ปันหยีขี่ขับอาชาไนย                                            รุกรานเข้าไปทันที

 

                ด้วยความโกรธ มีเท่าไรใส่ไม่ยั้ง ประตูพังไปทั้งแถบเลย อิเหนาขี่ม้าลุยเข้าไป ปากก็ร้องด่าย่าหรัน ท้าทายให้เร่งออกมาจากห้อง

เหวยเหวยย่าหรันอกตัญญู                                    ไปซุกซอนซ่อนอยู่หนไหน

ฤๅจะให้เข้าค้นจนห้องใน                                     พาไอ้ชาติชั่วทรชน

มึงควรทำได้ถึงเพียงนี้                                          ไอ้กาลีลูกชาวไพรสณฑ์

แต่ระตูผู้ผ่านภูวดล                                                                ยังไม่หาญทานทนฝีมือกู

นับอะไรกับไอ้เช่นนี้                                            กล้าดีออกมาต่อสู้

มึงเร่งมาสังหารผลาญกู                                         จะได้อยู่ด้วยกันสำราญใจ

 

                ย่าหรันแสดงออกโดยการนิ่ง ออกมาปรากฏตัวพร้อมกับอุ้มนางวิยะดาออกมาเป็นตัวประกันไว้ด้วย  ตอนนี้ต้องอาศัยการเจรจา ดูท่าทีกัน

                เมื่อนั้น                                                    ย่าหรันไม่พรั่นไม่หวั่นไหว

จึงอุ้มองค์ขนิษฐาคลาไคล                                    จากห้องบรรทมในฉับพลัน

ครั้นใกล้จึงวางนางลง                                           กรกุมโฉมยงไว้มั่น

พระหัตถ์ขวากุมกริชเทวัญ                                   ยืนยันดังจะต่อฤทธา

 

                อิเหนาถือดีในฝีมือของตน ท้าทายย่าหรัน ให้ออกมาสู้กัน

                เมื่อนั้น                                                    วิสาระปันหยีสุกาหรา

จึงว่าเหวยย่าหรันอหังการ์                                    หยาบช้าสามารถบังอาจใจ

กูได้อัปยศจะทดแทน                                           แก้แค้นฆ่าเสียให้จงได้

แม้นมึงดีจริงจงชิงชัย                                            จะได้เห็นฤทธิไกรกันวันนี้

                เมื่อนั้น                                                    ย่าหรันจึงตอบปันหยี

จะฆ่าฟันฉันใดก็ตามที                                          อันน้องจะถอยหนีอย่าสงกา

พี่ทำเถิดกว่าจะหายโกรธ                                      ด้วยโทษน้องผิดเป็นหนักหนา

ตามแต่พี่เจ้าจะเมตตา                                             จะสังหารก็ถ้าจะบรรลัย

 

                ย่าหรันอาศัยลูกนิ่ง ถ่อมตน ถือตนว่าเด็กกว่า ท่าทีนี้นับว่าช่วยย่าหรันได้เยอะ อิเหนาทำท่าจะใจอ่อนลงมาหน่อยหนึ่ง ไม่ตึงตังขึงขังจะลุยลูกเดียวเหมือนตอนแรกๆ

                เมื่อนั้น                                                    ปันหยียืนตะลึงหลงใหล

ฟังคำน้ำเสียงก็จับใจ                                              เผอิญให้มีจิตคิดเมตตา

เห็นพระน้องยืนเคียงย่าหรัน                                                งามสมควรกันนักหนา

ค่อยคลายหายความโกรธา                                   จึงยับยั้งรั้งรารอไว้

ทั้งคิดเอ็นดูกนิษฐา                                                                กลัวว่าจะม้วยตักษัย

แม้นว่าต่อตีบัดนี้ไซร้                                            เห็นมันจะไม่ไว้เยาวมาลย์

 

                แต่นางน้องสาว เห็นอิเหนามีท่าทางลังเล  รีรอยังไม่เข้ามาช่วย ก็ตัดพ้อออกทำนองว่า เป็นเชื้อวงศ์ทรงศักดา ไยมารารอ อ่อนข้อให้กับชาวป่าอย่างย่าหรัน  อิเหนาเกรงว่าน้องสาวจะเปิดเผยตัวตนที่ได้ปลอมมา จึงเข้ารบกับสียะตรา  บรรเลงเพลงกริชสู้กัน กริชอันทรงฤทธิ์ที่ต่างได้ประทานมาจากองค์เทวาประจำตระกูล เมื่อกระทบก็เกิดลุกเป็นไฟ สร้างความประหลาดใจแก่อิเหนา และสร้างความมั่นใจแก่สังคามาระตา ว่าคู่ต่อสู้ทั้งสองน่าจะเป็นวงศ์ตระกูลเดียวกัน

                การต่อสู้ยังไม่ถึงกับเลือดตกยางออก ท้าวกาหลังอยู่ในวังได้ยินเสียงปืน ทราบข่าวว่าอิเหนากำลังห้ำหั่นกับย่าหรัน  จึงรีบออกมาห้ามปราม

                เมื่อนั้น                                                    องค์ศรีปัตหราเป็นใหญ่

ได้ยินเสียงปืนดังถึงวังใน                                     ก็ถามไถ่เสนาด้วยพลัน

ครั้นแจ้งว่ามิสาระปันหยี                                      ยกพลมาตีย่าหรัน

พระเร่งร้อนฤทัยดังไฟกัลป์                                 ไม่ทันแต่งองค์อลงการ์

               

                ท้าวกาหลังมาถึงก็สอบถามเรื่องราวจากอิเหนา พอรู้ความก็ไกล่เกลี่ยให้เลิกรากัน

ครั้นแจ้งจึงมีพระบัญชา                                        ตรัสว่าย่าหรันนั้นยังเยาว์

กำลังร้อนรักจึงหักหาญ                                        อหังการไม่เกรงใจเจ้า

โทษผิดหนักอยู่ด้วยดูเบา                                      ลูกรักจงบรรเทาโกรธา

 

                ท่าทีที่ผู้ใหญ่มาเจรจาไกล่เกลี่ย บอกกล่าวถึงความเยาว์วัย ใจร้อนของย่าหรัน และถึงจะรบกัน ย่าหรันก็สู้อิเหนาไม่ได้  นี่กล่าวชมอิเหนา ขณะเดียวกันก็ขอร้องให้เห็นแก่หน้าตนที่อุตส่าห์มาขอ

อันย่าหรันล่วงเกินดังนี้                                         ก็ควรที่จะทำแทนทด

ด้วยตัวเจ้ามีความอับอาย                                      คนทั้งหลายลือชาปรากฏ

แต่พ่อมาขอเจ้าจึงเงือดงด                                     จะได้อัปยศไยมี

ถึงย่าหรันจะเรืองฤทธิไกร                                   จะต่อสู้เจ้าได้ก็ใช่ที่

ใจหนุ่มกลุ้มไปด้วยยินดี                                      ไม่กลัวชีวีจะบรรลัย

เจ้าอย่าก่อกรรมทำเหตุ                                          เห็นแก่บิตุเรศจงยกให้

อย่าให้บิดาได้อายใจ                                             แก่เสนาในซึ่งตามมา

 

                ความดีของอิเหนาประการหนึ่งคือยอมอ่อนข้อ เชื่อฟังผู้ใหญ่ในเรื่องนี้  อิเหนายอมล่าถอย กลับไปรำพึงรำพันโศกเศร้าอยู่คนเดียว  คิดถึงเรื่องที่ตนเคยทำให้พ่อแม่เสียใจ

ครั้นลูกไปเลี้ยงจินตะหรา                                    ผ่านฟ้าก็ได้หมองศรี

แล้วลูกพาบุษบามานี่                                             พระชนกชนนีก็ร้อนใจ

ครั้งนี้ลูกพาพระน้องมา                                        ไม่พิทักษ์รักษาไว้ได้

ให้มาปนศักดิ์ด้วยชาวไพร                                   แม้นพระองค์แจ้งไปจะได้อาย

เสียแรงเรืองฤทธิ์สิทธิศักดิ์                                    อัปลักษณ์ยิ่งคนทั้งหลาย

เสียทีที่เกิดมาเป็นชาย                                            มาทำความอายถึงเพียงนี้

 

                คนที่ลุ้นระทึกหนักไม่แพ้ใคร คือ สังคามาระตา ที่จะหาทางพิสูจน์ความเชื่อของตนให้ได้ว่า ย่าหรัน คือ สียะตราน้องของบุษบา ที่ปลอมเป็นชาวป่าเข้ามาเมืองกาหลัง  สังคามาระตา ให้คนสนิทไปขอกริชจากสียะตรา เพื่อเป็นเครื่องยืนยันตัวตน ตอนแรกสียะตราไม่ให้ เพราะว่ากริชถือว่าคือของคู่กายคู่ชีวิต แต่สังคามาระตา บอกว่า ตนยกอย่างอื่นที่ยิ่งกว่าให้ทำไมไม่เชื่อใจกัน (สังคามาระตา ชี้เบาะแส ลู่ทางให้ย่าหรันไปลักนางวิยะดา)  เหตุผลนี้ทำให้สียะตรายอมมอบกริชให้  อิเหนาจึงได้รู้ว่าคู่ต่อสู้ของตน คือน้องของบุษบา

อนิจจายาหยีสียะตรา                                             พี่จะฆ่าเจ้าเสียให้จำตาย

พระตีอกตกตะลึงไปเป็นครู่                                                คิดถึงพันตูแล้วใจหาย

แม้นเจ้าสิ้นชีพชีวาวาย                                           พี่จะตายไม่อยู่ไยดี

จึงถอดกริชขนิษฐาออกไว้                                   เอากริชพระองค์ใส่แทนที่

ตรัสสั่งอนุชาว่ากริชนี้                                           เอาไปให้ยาหยีเป็นสำคัญ

 

                อิเหนา ใช้คำว่า “ยาหยี” และ “ขนิษฐา” แทนนามน้องชาย นี่คงจะเรียกด้วยความรักและเอ็นดู  เรื่องราวการรบจึงจบลงด้วยดี  เหลือแต่ หนุ่มสาวคู่นี้ จะไกล่เกลี่ยกันยังไง  มีต่อปากต่อคำ มีงอนกันพอสมควร

พระเชษฐาก็มาอนุญาต                                          ยอมยกสายสวาทให้แก่พี่

เชิญผินพักตรามาพาที                                           มารศรีอย่าโศกาจาบัลย์

เป็นบุพเพนิพาสวาสนา                                         จึงได้มาพบคู่ตุนาหงัน

พี่หวังจะฝังฝากชีวัน                                              อย่าเคืองเคียดเกียดกันโกรธา

 

                นางวิยะดา ลีลา พูดจา ปากคอ ต่อล้อต่อเถียงได้สนุกไม่เบาเหมือนกัน  คอละครใน สมัยโน้นคงถูกใจ

                น่าเอยน่าชัง                                            ใครมั่งพูดได้ไม่อายหน้า

ทำดังโจรไพรไปลักมา                                         หยาบช้าข่มเหงไม่เกรงใจ

แล้วกลับว่าเชษฐาให้ปัน                                       กลการอะไรนั่นจะยกให้

เป็นบิดามารดาฤๅว่าไร                                         จึงจะทำได้ตามอำเภอ

 

                สียะตราก็ต่อปากต่อคำไปพอสมควร แล้วก็รวบรัดตัดความ ตามแบบฉบับของวรณคดีไทย ที่ลงท้ายด้วยฝนฟ้าคะนองอีกเช่นเคย  มาดูลีลาของหนุ่มน้อยที่เพิ่งจะโกนจุกไปไม่นาน ว่าจะผ่านมั้ยครับ

พลางอุ้มนางขึ้นบนตัก                                          สุดรักของพี่ไม่มีสอง

จุมพิตชิดเชยปรางทอง                                         ค่อยประคองเคียงเคล้าเยาวมาลย์

อิงแอบแนบนางพลางชม                                      แรกภิรมย์ร่วมรักสมัครสมาน

พายุพัดอัศจรรย์บันดาล                                        ไหวสะท้านสะเทือนสุธาดล

ฟ้าลั่นครั่นครึกกึกก้อง                                         โพยมพยับอับละอองอายฝน

คงคาสาครกระฉ่อนชล                                         โกมลไม่แย้มยังแนมใบ

ครั้นอุทัยไขแสงสุรีย์ฉาย                                      กลีบกล้ำจำคลายไม่อยู่ได้

สองกษัตริย์สุขเกษมเปรมใจ                                                ที่ในห้องแก้วพรายพรรณ

 

                ตอนนี้ตัวตนที่ปลอมแปลงกันมาเริ่มจะจำกันได้บ้างแล้ว แต่เรื่องราวยังยาวพอสมควร พบกันตอนต่อๆ ไปนะครับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
32865624