ข่าวสารพ่อแม่
เป็นวัยรุ่นว่ายากแล้ว เป็นพ่อแม่วัยรุ่นยุค Gen Z ยิ่งยากกว่า?

          ใครที่กำลังเป็นพ่อแม่ของวัยรุ่นยุคนี้ อาจเคยตั้งคำถามกับตัวเองว่า ก็สอนลูกเหมือนกับที่ตัวเองเคยถูกพ่อแม่สอน แต่ทำไม...ลูกถึงมีพฤติกรรมที่แตกต่างไปจากสมัยที่ตัวเองเป็นวัยรุ่น แล้วจะรับมือกับลูกในช่วงวัยรุ่นได้อย่างไร เชื่อว่าเป็นคำถามที่พ่อแม่หลายคนก็ต้องการคำตอบ

          อ. พญ. จิราภรณ์ อรุณากร กุมารแพทย์เวชศาสตร์วัยรุ่น ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ รพ.รามาธิบดี เล่าถึงการเลี้ยงลูกในยุค Gen Z ในงานประชุมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนครั้งที่ ๓ ของโครงการ “คุยเปิดใจ ลูกหลาน (รัก) ปลอดภัย” ที่จัดโดยมูลนิธิแพธทูเฮลท์ เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ณ บ้านทะเลสีครีมรีสอร์ท จ.สมุทรสงคราม ว่า

         การเติบโตในรุ่นอายุ (Generation) ที่แตกต่าง พฤติกรรมของวัยรุ่นแต่ละ Generationจะมีความแตกต่างกันไปด้วย เด็กวัยรุ่นในยุคปัจจุบันจะอยู่ในช่วง Generation Z (เกิดตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ เป็นต้นไป) เด็กรุ่นนี้จะเกิดมาท่ามกลางความทันสมัยของเทคโนโลยี มักใช้ Social Media เป็นช่องทางในการสื่อสาร มีความคิดสร้างสรรค์ มีความเป็นปัจเจกบุคคลสูง เติบโตมากับความสะดวกสบายในชีวิต ที่พ่อแม่ผู้ปกครองได้เตรียมทุกอย่างไว้ให้แล้ว

          การที่ต้องเติบโตในสังคมที่มีแต่ความทันสมัย พฤติกรรมของคนก็จะสอดคล้องกับสภาพสังคมที่แวดล้อม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่วัยรุ่นในยุค Generation Zจะมีทักษะการสื่อสารแบบเผชิญหน้าในชีวิตจริงต่ำ รู้สึกสะดวกใจที่จะพูดข้อมูลส่วนตัวทาง Social Media เช่น Facebookมากกว่า ชอบใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่บ้าน อยู่กับหน้าจอของโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ 

          คุณหมอยังบอกอีกว่า คนมีลูกวัยรุ่นที่อยู่ในช่วง Generation Zมักจะคิดว่าตัวเองตามลูกไม่ค่อยทัน คุยกันแต่ละครั้งก็พูดไม่เข้าหู เวลาที่ลูกเปิดปากก็มักจะต้องทะเลาะกันเสมอ แถมเวลาที่ลูกมีความสุขกลับเป็นเวลาที่ลูกอยู่กับคนอื่นซะอีก

          ผู้เขียนลองคิดตามถึงเรื่องพฤติกรรมของวัยรุ่นยุค Generation Zและมองย้อนกลับไปถึงวัยรุ่นในยุค Generation Y, Generation X หรือในยุค Baby Boomer ก็พบว่าคนใน Generationต่าง ๆ จะมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกัน

          คนรุ่น Generation Xจะไม่ชอบพึ่งพาใคร รักอิสระ คนรุ่น Generation Yชอบใช้ช่องทาง Social Media ในการสื่อสาร สามารถทำงานหลายอย่างได้ในเวลาเดียวกัน ชอบความท้าทาย ไม่ชอบรอคอย มีความอดทนต่ำ สิ่งเหล่านี้ล้วนเชื่อมโยงกับสภาพสังคมหรือสภาพครอบครัวในขณะนั้น แต่สิ่งที่ไม่เคยแตกต่างก็คือพฤติกรรมของวัยรุ่น ที่ผู้เขียนเชื่อว่าไม่ว่าจะเติบโตเป็นวัยรุ่นในช่วง Generationใด วัยรุ่นทุกคนล้วนเหมือนกันที่ในช่วงเวลานั้นเราอยากมีเวลาส่วนตัว ติดเพื่อน รักอิสระ พูดกับพ่อแม่ทีไรก็ไม่เคยเข้าหู ฯลฯ

          คุณหมอยังได้เน้นย้ำเรื่องพฤติกรรมวัยรุ่นด้วยว่า วัยรุ่นเป็นวัยที่ต้องการอิสระ สนใจรูปลักษณ์ตนเอง มีความสนใจเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกัน ต้องการการยอมรับจากเพื่อนและสังคมที่แวดล้อม กำลังพัฒนาและค้นหาเอกลักษณ์ของตนเอง สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติ พ่อแม่มีหน้าที่เพียงให้ปัจจัยพื้นฐานในการดำรงชีวิตกับเขา รวมถึงความรักและเวลา โดยใช้เวลาที่อยู่ด้วยกันให้เป็นเวลาแห่งคุณภาพ ที่พ่อแม่จะพูดคุยเล่น กอด ชื่นชม ฯลฯ วัยรุ่นจะชอบอยู่กับคนที่ทำให้เขารู้สึกดีกับตัวเอง

          คุณหมอยังพูดถึงเรื่องสมองของวัยรุ่นด้วยว่า สมองส่วนการคิดวิเคราะห์ การควบคุมอารมณ์จะเติบโตเต็มที่เมื่ออายุ ๒๕ ปี การตัดสินใจในช่วงวัยรุ่นจะใช้สมองส่วนอารมณ์ความรู้สึกเป็นหลัก แต่พ่อแม่สามารถฝึกให้ลูกได้ใช้สมองส่วนคิดวิเคราะห์ได้ โดยปล่อยให้เขาแก้ปัญหาบางอย่างด้วยตัวเอง คำพูดที่ควรพูดติดปากเวลาลูกมีปัญหาคือ “แล้วลูกคิดว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร”

          ประสบการณ์ในวัยเด็กยังถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้เขานับถือตนเอง พ่อแม่ต้องทำให้เขาได้รับประสบการณ์แห่งความสำเร็จ ที่ไม่ผูกติดแค่การเรียนเก่ง เพราะเด็กแต่ละคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน เพียงช่วยเขาค้นหาว่าตัวเขาเองมีอะไรดี และพ่อแม่อย่าเอาความฝันตัวเองไปฝากไว้ที่ลูก อย่าคิดว่าลูกเติบโตมาจากการเลี้ยงดู เพราะจริง ๆ แล้วเขาเติบโตมากับสิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่แรกเกิด แม้เป็นพี่น้องท้องเดียวกัน เลี้ยงดูแบบเดียวกัน แต่เขาก็มีความแตกต่างกัน เนื่องจากปัจจัยทางชีวภาพที่แต่ละคนมีไม่เหมือนกัน

          “เวลาที่เราเลี้ยงลูก ให้คิดว่าเหมือนเราปลูกต้นไม้ เราอาจคิดว่าเรามีเมล็ดพันธุ์ดีมาก แล้วผลที่ออกมามันต้องดีมากด้วย แต่จริง ๆ แล้วมันมีการแตกยีนออกไป อยากปลูกไม้ยืนต้นมันอาจออกมาเป็นไม้ล้มลุกก็ได้...อยากเป็นพ่อแม่ที่มีความสุข ก็อย่าเป็นพ่อแม่ที่คอยรอดูต้นไม้โต แต่เป็นพ่อแม่ที่มีความสุขกับการรดน้ำ พรวนดิน แล้วต้นไม้จะโตเป็นอย่างไร ส่วนหนึ่งก็มาจากเราช่วยตัดแต่งกิ่งใบ อย่าไปบอนไซ ดามต้น ให้ต้นไม้โตมาเป็นต้นที่อยากได้”คุณหมอกล่าวทิ้งท้าย

          ผู้เขียนเชื่อว่าบทบาทของพ่อแม่มีความสำคัญที่จะทำให้เด็กคนหนึ่งเติบโตมาอย่างมีคุณภาพและมีความสุข หากพ่อแม่เข้าใจพฤติกรรมวัยรุ่น เข้าใจสภาพสังคมที่แวดล้อมเขาอยู่ เข้าใจบทบาทของการเป็นพ่อแม่ หนุนเสริมในสิ่งที่เขารักและทำได้ดี โดยไม่ตีกรอบว่าลูกจะต้องประสบความสำเร็จเพียงแค่การเรียน เพราะการตีกรอบจะผลักดันให้เด็กที่เรียนไม่เก่งออกไปจนเขาไม่มีที่ยืน พ่อแม่ต้องเชื่อว่าสังคมไม่ได้ต้องการแค่คนที่เรียนหนังสือเก่ง แต่ต้องการคนที่มีคุณภาพและมีความสุขกับการใช้ชีวิต

          Generationที่แตกต่างอาจเป็นเพียงแค่กรอบกว้าง ๆ ที่ทำให้พ่อแม่มองเห็นสภาพสังคมที่ลูกต้องเติบโต แต่จะเลี้ยงดูลูกที่อยู่ใน Generationไหน ก็คงไม่ใช่เรื่องที่ยากจนเกินไป หากพ่อแม่มีกรอบแห่งความเข้าใจที่โอบล้อม แต่เปิดพื้นที่ตรงกลางให้เขาเติบโตเป็นตัวของตัวเอง กรอบที่มีอาจทำหน้าที่เพียงแค่ประคับประคอง หรือกระชับพื้นที่ในช่วงเวลาที่ลูกเถลไถลออกนอกเส้นทางจนเกินไป และที่สำคัญพ่อแม่ต้องไม่ติดกรอบว่าลูกจะต้องเติบโตมาเป็นในสิ่งที่คาดหวัง เพียงเท่านี้พ่อแม่ก็จะมีความสุขที่เห็นเขาเติบโตอย่างมีความสุขในช่วง Generationของเขาเอง

ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
35797586