| ให้ความรู้หญิงมุสลิม รู้จัก!มะเร็งเต้านม |
|
| โดย: พี่แพ็ท [7 สิงหาคม 2550 เวลา 22:43:04] |
|
|
ที่มา: ไทยรัฐ 7 สิงหาคม 2550
มะเร็งเป็นโรคร้าย เป็นแล้วรักษาหายยากส่วนมากรอวันตาย...การตรวจหามะเร็งในบางจุด ไม่ใช่เป็นเรื่องของแพทย์เท่านั้น สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) ยืนยันว่า มะเร็งเต้านม เป็นมะเร็งที่สามารถตรวจพบได้ด้วยตัวเอง
ปัจจุบัน ยังมีผู้หญิงที่เป็นมะเร็งเต้านมมากเป็นอันดับสอง รองจากมะเร็งปากมดลูก และมักพบด้วยว่าเป็นมะเร็งเต้านมระยะที่รุนแรง
จำเป็นอย่างยิ่ง ที่ต้องมีการรณรงค์ให้ผู้หญิงไทย รู้จักการตรวจ เต้านมด้วยตัวเองให้มากขึ้น
การตรวจพบมะเร็งเต้านมตั้งแต่เนิ่นๆ ในระยะแรกจะช่วยเพิ่มโอกาสการรอดชีวิต...ในช่วง 5 ปี หลังจากพบว่าเป็นมะเร็ง และช่วยลดความทุกข์ ทรมานของโรค
หากมีการกระจายของมะเร็งไปสู่อวัยวะอื่นๆ จะทำให้ผู้ป่วยมีภาวะแทรกซ้อน และเจ็บปวดมากขึ้น
ดร.หทัยรัตน์ แสงจันทร์ ภาควิชาการพยาบาลศัลยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ บอก
ปัจจุบันถึงจะมีการรณรงค์ให้ผู้หญิงตรวจเต้านมอย่างต่อเนื่อง แต่ พบว่าผู้หญิงบางกลุ่มยังมีข้อจำกัดในการรับข้อมูลข่าวสารจากการรณรงค์
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง...กลุ่มผู้หญิงมุสลิม
สถิติผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมในประชากรภาคใต้ โดยโรงพยาบาลสงขลานครินทร์ พบว่า แนวโน้มของผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมเพิ่มขึ้น จาก 14.8 คน ต่อ 1 แสนคน ในปี 2542 มาเป็น 16.1 คน ต่อ 1 แสนคน ในปี 2548
การเพิ่มขึ้นส่วนใหญ่ เกิดขึ้นกับผู้หญิงที่มีอายุ 30 ปีขึ้นไป ซึ่งถือเป็นช่วงอายุที่น้อยลง
นอกจากนี้ ผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาในโรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังเป็นผู้ป่วยมะเร็งเต้านมในระยะที่ 2-3 แสดงให้เห็นว่า การตรวจเต้านม ในผู้หญิงภาคใต้ ที่ส่วนใหญ่เป็นชาวมุสลิม ยังมีการปฏิบัติอยู่น้อย
ดร.หทัยรัตน์ บอกว่า ผู้หญิงที่มาพบแพทย์ มักมีอาการก่อนจึงค่อยมารับการตรวจ ทำให้การรักษาล่าช้า และแน่นอนว่า...ผู้ป่วยต้องทนเจ็บป่วยทรมานมากขึ้น
เพื่อเป็นการแก้ปัญหา สถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) สนับสนุนให้มีการทำวิจัยเรื่อง...การเสริมสร้างการรับรู้เกี่ยวกับโรคมะเร็งเต้านม การรับรู้สมรรถนะแห่งตน และการปฏิบัติการตรวจเต้านมด้วยตนเองของสตรีไทยมุสลิม
โดยใช้รูปแบบการสอนที่สอดคล้องกับวัฒนธรรม ในชุมชนตัวอย่างตำบลฉลุง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา
งานวิจัยชิ้นนี้ ทำขึ้นมาเพื่อหาสาเหตุ และข้อจำกัดที่ทำให้หญิงมุสลิมไม่สามารถเข้าถึงสื่อการรณรงค์ รวมทั้งหารูปแบบการให้ความรู้ที่ทำให้หญิงมุสลิมสามารถปฏิบัติการตรวจ เต้านมด้วยตัวเองได้
จากการเข้าไปศึกษาในชุมชนมุสลิม ทำให้ทราบว่าสาเหตุหลักที่ทำให้ ผู้หญิงมุสลิมไม่สามารถเข้าถึงสื่อการรณรงค์ได้ มีข้อจำกัดจากการปฏิบัติตามหลักศาสนา
โดยปกติ...ศาสนาอิสลามจะมีหลักเรื่องการปกปิดอวัยวะ โดยเฉพาะอวัยวะที่เป็นสื่อทางเพศ
แผ่นพับส่วนใหญ่ ที่ให้ความรู้เรื่องการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง และมะเร็งเต้านมมักมีรูปภาพของผู้หญิงเปลือยอก ทำให้ผู้หญิงมุสลิมไม่กล้าหยิบแผ่นพับมาอ่าน จึงไม่ได้รับข่าวสารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ
ประกอบกับท่าทางของการตรวจเต้านมต้องมีการคลำ และเปิดเต้านมดูในกระจก หญิงชาวมุสลิมเกรงว่าการกระทำเช่นนี้อาจผิดต่อหลักศาสนา
นอกจากนี้ วิถีชีวิตของชาวมุสลิมภาคใต้ ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำสวนยางพารา ทำให้ต้องตื่นแต่เช้ามืดไปกรีดยาง กว่าจะเสร็จงานก็กินเวลาไปถึงช่วงสายหรือเที่ยง
หลังจากนั้นจะต้องทำงานบ้าน ทำอาหาร เลี้ยงลูก จึงไม่มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมรณรงค์ที่โรงพยาบาล หรือสาธารณสุข
เพื่อให้การรณรงค์เข้าถึงกลุ่มหญิงมุสลิมมากขึ้น ได้จัดทำโปรแกรมการเสริมการรับรู้กับประชาชน ซึ่งเป็นการรณรงค์เชิงรุกให้ผู้หญิงในชุมชนมุสลิมมีการรับรู้และปฏิบัติการตรวจเต้านมมากขึ้น
ในขั้นแรก จะอาศัยผู้นำศาสนา เป็นผู้ที่เปิดประตูการเรียนรู้และการปฏิบัติให้กับผู้หญิงในชุมชน
หากมีคำยืนยันจากผู้นำศาสนาว่า.. .กิจกรรมการตรวจมะเร็งเต้านมเป็นกิจกรรมเพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ไม่ขัดต่อหลักศาสนา แล้วให้อาสาสมัครหญิงทำหน้าที่เป็น ผู้สื่อข่าว นำความรู้ที่ได้รับจากเจ้าหน้าที่ ไปสื่อสารกับคนในชุมชนในรูปแบบของสื่อต่างๆ
อาทิ สื่อสิ่งพิมพ์ ที่มีเนื้อหาของการตรวจเต้านมด้วยตัวเอง นำแผ่นพับมาแปลเป็นภาษาที่ผู้หญิงในชุมชนเข้าใจได้ง่าย
รวมไปถึง สื่อประกอบการเรียนรู้ หรือ โมเดลเต้านม ที่มีสัมผัสเหมือนเต้านมจริง เพื่อให้รู้จักวิธีการคลำที่ถูกต้อง และสัมผัสถึงส่วนที่มี ความผิดปกติได้จริง เชื่อว่าจะทำให้การรณรงค์ได้ผลมากยิ่งขึ้น
รายละเอียดการเข้าถึงคนในพื้นที่ ดร.หทัยรัตน์ บอกว่า การเข้าไปหากลุ่มหญิงมุสลิมในชุมชนจะเข้าไปในช่วงบ่าย เป็นเวลาที่ผู้หญิงจะมีการรวมกลุ่มพูดคุย และทำกิจกรรมต่างๆร่วมกัน
อาสาสมัครหญิงจะเข้าไปชวนคุย ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจเต้านม เมื่อหญิงมุสลิมเริ่มมีการยอมรับ ทีมวิจัยจะให้ความรู้โดยการให้อ่านแผ่นพับที่จัดทำขึ้น และให้ฝึกคลำร่วมกัน
กิจกรรมนี้ จะทำทุกเดือน เพื่อให้เกิดความคุ้นเคยในการคลำ ตรวจหามะเร็งเต้านม
การเก็บข้อมูลหลังจากจบโปรแกรมเสริมสร้างความรู้ไปแล้ว 3 เดือน พบว่า การรับรู้เรื่องการตรวจเต้านมตัวเองในผู้หญิงมุสลิมดีขึ้น ส่วนใหญ่ สามารถตรวจเต้านมด้วยตัวเองได้ และมีการปฏิบัติจริงทุกเดือน
เดิมมีการตรวจเต้านมด้วยตัวเองร้อยละ 18 หลังร่วมกิจกรรมมีการตรวจเต้านมด้วยตัวเองเพิ่มเป็นร้อยละ 92
แสดงให้เห็นว่า การสร้างการรับรู้ที่สอดคล้องกับวัฒนธรรมจะทำให้มีการรับร ู้และการปฏิบัติตามดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
การติดตามผลกิจกรรมจะไม่จบอยู่ที่ 3 เดือนนี้เท่านั้น แต่จะมีการติดตามผลติดต่อไปอีก 1 ปี เพื่อให้เกิดความยั่งยืนของกิจกรรม
ในอนาคต ทีมวิจัยมีแนวคิดว่า จะนำโปรแกรมนี้ไปใช้กับชุมชนมุสลิมอื่น เพื่อให้มีการตรวจเต้านมด้วยตัวเองอย่างแพร่หลาย
การตรวจเต้านมด้วยตัวเองควรเริ่มทำตั้งแต่อายุ 20 ปีขึ้นไป โดยตรวจเต้านมทุกเดือน หลังจากหมดประจำเดือนไป 3 วัน
ดร.หทัยรัตน์ แนะนำว่า การตรวจทุกเดือนจะทำให้เกิดความคุ้นเคยกับเต้านม สามารถรับรู้ความผิดปกติที่เกิดขึ้นได้
ผู้หญิงที่อายุ 35-40 ปี นอกจากตรวจเต้านมด้วยตัวเองแล้ว ควรเพิ่มการตรวจแมมโมแกรม หรือตรวจโดยแพทย์ ปีละ 1 ครั้ง
และผู้หญิงที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป ควรตรวจแมมโมแกรมบ่อยขึ้น |
|
|
|