ข่าว
เลขาธิการกพฐ. ฝากข้อคิด 5 มิติในการสร้างครูรุ่นใหม่ เพื่อรับมือนักเรียนยุคต่อไป
ที่มา: คมชัดลึก 30 กันยายน 2552

คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวในการเสวนาวิชาการ เรื่อง “ความเป็นครูอาชีพ : นโยบายและแนวทางส่งเสริม” ในวันคล้ายวันสถาปนาการฝึกหัดครูไทย 117 ปี จัดโดย มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทาเมื่อเร็วๆนี้ว่า การผลิตครูในอนาคตนั้น จะต้องเตรียมครูให้พร้อมกับการทำงาน 5 ด้านให้ได้ มิฉะนั้น จะไม่สามารถรับมือกับสภาพสังคม เด็กที่เปลี่ยนไป

ประการแรก ครูต้องพร้อมรู้จักเด็กเป็นรายบุคคล เพราะนักเรียนในอนาคตจะมีความแตกต่างหลากหลายจากนักเรียนในสมัยก่อนซึ่งครูมืออาชีพต้องพร้อมจะรับมือเด็กทุกกลุ่ม โดยเฉพาะเด็ก 3 ประเภท สำคัญ คือ เด็กที่อยู่ในวัฒนธรรมที่มีหลายเชื้อชาติ ศาสนา หลายพื้นที่ในปัจจุบันไม่เฉพาะพื้นที่ชายแดน จะมีเด็กหลายเชื้อชาติอาศัย ครูต้องพร้อมรับมือกับเด็กที่มาจากวัฒนธรรมที่หลากหลาย ซึ่งในต่างประเทศได้เตรียมครูให้พร้อมรับมือเด็กในสังคมพหุวัฒนธรรมแล้ว

กลุ่มที่ 2 เป็น เด็กที่เติบโตมากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ เช่น โตมากับการเล่นคอมพิวเตอร์ตั้งแต่ 3 ขวบ เด็กกลุ่มนี้จะเท่าทันเทคโนโลยีสมัยใหม่มาก ขณะที่ครูไทยจำนวนมากยังตามไม่ทันเทคโลโลยีสมัยใหม่ กลุ่มที่ 3 เด็กที่มีภาวะ LD ซึ่งกระจายและแอบซ่อนอยู่ในร.ร.ต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก หากครูไม่รู้และไม่เข้าใจวิธีการจัดการสอนเด็กกลุ่มนี้ ใช้การลงโทษอย่างรุนแรง จะยิ่งทำให้ปัญหายิ่งหนักขึ้น

“ ครูไทยคุ้นเคยกับการสอนเด็กเก่ง แต่ไม่คุ้นเคยกับการรับมือเด็กทะโมน ไม่สามารถรับมือกับเด็กที่เปลี่ยนแปลงไปในโลกยุคปัจจุบันได้ ครูบางส่วนยังไม่รู้จักการสร้างวินัยเชิงบวก ไม่รู้จักการจัดการห้องเรียนในสภาพที่มีเด็กหลากหลายประเภทได้ เพราะฉะนั้นการผลิตครู ต้องปรับมาสอนให้ว่าที่ครูในอนาคตเหล่านี้รู้จักกับการรับมือเด็กที่หลากหลายขึ้นให้ได้ “

คุณหญิงกษมา กล่าวอีกว่า ครูมืออาชีพจะต้องทำงานด้านหลักสูตรด้วย ปัจจุบัน หลายร.ร.แม้แต่ร.ร.ที่มีผู้บริหารดี ก็ยังมีปัญหาเรื่องหลักสูตร เห็นได้ชัดจากผลกาประเมินร.ร.ของเมื่อสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) พบว่า มีร.ร.ที่มีผู้บริหารที่มีภาวะผู้นำสูงในระดับดีมากอยู่ที่ 50% แต่ร.ร.ที่ผ่านการประเมินด้านระบบบริหารจัดการในระดับดีกลับลดลงมาเหลือที่ประมาณ 30% ขึ้นไป พอมาถึงเรื่องหลักสูตรปรากฎอยู่ที่ 30% ต้น ๆ จุดนี้ทำให้ต้องมาทบทวนว่า ในเมื่อ ร.ร.มีผู้บริหารที่ดีแล้ว เกิดอะไรขึ้นระหว่างทางทำให้การพัฒนาหลักสูตรหล่นลงมา เพราะฉะนั้น ครูจึงต้องร่วมมือกับผู้บริหารช่วยกันพัฒนาหลักสูตรด้วย แต่ขณะเดียวกันบางโรงเรียนก็ใช้หลักสูตรได้ดี มีการนำเรื่องภูมิปัญญาท้องถิ่นมาบูรณาการร่วมด้วย

3.ครูจะต้องมีความพร้อมด้านเทคโนโลยีสารสนเทศซึ่งสำคัญมากในสังคมปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม โครงการไทยเข้มแข็งจะมีการลงทุนประมาณ 10,000 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมให้มีคอมพิวเตอร์สำหรับโรงเรียนอยู่ในสัดส่วน 1:10 จากเดิมเป็น 1:40 แต่ปัจจัยสำคัญ คือ ครูจะต้องสอนเด็กให้ใช้คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ ค้นคว้าหาข้อมูล เป็น ถ้าครูรุ่นใหม่ไม่สามารถนำพาเด็กไปถึงจัดดังกล่าว การจัดหาเครื่องพิวเตอร์ให้นักเรียนก็ไม่มีประโยชน์   4.ครูจะต้องพร้อมสำหรับการทำวิจัยในห้องเรียน เพื่อสร้างสรรค์นวตกรรมใหม่ ๆ ทางการเรียนการสอน และสุดท้ายครูต้องพนร้อมเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงด้วย
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
19091367