เคล็ดไม่ลับเพื่อสุขภาพ
อาการหน้ามืด
อาการหน้ามืด
 
โดย พี่ทิพ  
     อาการหน้ามืด คือ อาการที่มักจะเกิดขึ้นในบางขณะ ที่อยู่ดีๆ ก็เกิดความรู้สึกว่าใจหวิวๆ พร้อมๆ กับรู้สึกว่ากล้ามเนื้อแขนขาเริ่มอ่อนแรง แม้พยายามที่จะทรงตัวแล้ว ก็ยังไม่สามารถทำได้ ต่อจากนั้นความรู้สึกต่างๆ ก็จะวูบหายไป แล้วร่างกายก็จะทรุดตัวลงไปนอนกับพื้นได้ทันที หากไม่มีใครรับได้ทัน การหมดสติไม่รู้สึกตัวไปครู่หนึ่งคล้ายว่าหลับสนิท อาการเหล่านี้เรียกได้ว่า อาการหน้ามืด Syncope ซึ่งมักจะได้ยินเรียกใช้ควบคู่กับคำว่า เป็นลม Fainting ซึ่งส่วนใหญ่แล้ว ถ้าสังเกตก็จะพบว่า ก่อนหน้าที่จะมีอาการหน้ามืดหมดความรู้สึกไปนั้น มักจะมีอาการหน้ามืด มีเหงื่อออกเป็นเม็ดทั่วใบหน้าและตามตัว วิงเวียน บางครั้งมีอาการบ้านหมุน มือเท้าจะเย็นชื้น บางครั้งอาจมีความรู้สึกแน่น มีลมระบายออกมาจากท้อง ซึ่งอาการเหล่านี้ จะเรียกกันโดยรวมว่า อาการเป็นลม หรือ fainting นั่นเอง
 
     อาการหน้ามืดหมดสตินี้ อาจเกิดจากสาเหตุที่ไม่ร้ายแรง เช่น การขาดอาหารที่ทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดต่ำ หรือเกิดจากอาการเครียด ส่วนที่เกิดจากสาเหตุที่ร้ายแรงได้แก่ โรคสมองหรือภาวะหัวใจขาดเลือด เกือบ ๑๐๐% เกิดจากปฏิกิริยา Vasovagal หรือ Vasodepressor Syncope ซึ่งส่งผลทำให้เกิดอาการหมดสติในทันทีทันใด เมื่อเกิดการกระตุ้นจากสิ่งกระตุ้น จะเกิดกระแสประสาทไปที่สมอง และมีการสั่งการเพื่อเพิ่มกระแสประสาทที่มาจากประสาทแห่งความตื่นตัว Sympathetic ผลก็คือ หลอดเลือดเริ่มมีการขยายตัว ความดันโลหิตจะลดลง เลือดดำไหลกลับสู่หัวใจลดลง ทำให้เลือดแดงออกจากหัวใจน้อยลงเช่นกัน สมองเริ่มขาดเลือด และหมดสติลงได้ในที่สุด วิธีการดูแลรักษาผู้ที่มีอาการหน้ามืดเป็นลมมีดังนี้คือ

๑. จัดให้นอนราบศีรษะต่ำ เพื่อให้เลือดกลับไปเลี้ยงสมองมากขึ้น
๒. ปลดสิ่งรัดร่างกายที่ทำให้อึดอัด
๓. พยายามทำให้พื้นที่บริเวณนั้น มีอากาศถ่ายเทสะดวก
๔. ใช้ผ้าชุบน้ำเย็นเช็ดตามใบหน้า คอและแขนขา
๕. ให้ดมแอมโมเนีย และบอกให้ผู้ป่วยหายใจช้าๆ ลึกๆ
๖. ไม่ควรให้ผู้ป่วยลุกเดินจนกว่าจะรู้สึกสบายขึ้น

     ในกรณีที่มีอาการหมดสตินาน ต้องไปพบแพทย์ เพื่อให้ความช่วยเหลือ และทำการตรวจวินิจฉัยเพิ่มเติม อย่าลืมว่าอาการหน้ามืดเป็นเพียงอาการแสดงปลายทาง ที่มาจากสาเหตุในส่วนที่ร้ายแรงได้ ดังนั้น จึงไม่ควรนิ่งนอนใจ หากมีอาการหน้ามืดนาน หรือมีอาการบ่อยๆ หรือแม้กระทั่งไม่พบว่าตนเองมีสาเหตุของอาการที่ไม่ร้ายแรงชัดเจน เหล่านี้ควรไปพบแพทย์เช่นกัน อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญถือเป็นข้อสังเกต ก็คืออาการหน้ามืดมักจะเกิดแบบทันทีทันใด ไม่ว่าจะเกิดจากสาเหตุใดก็ตาม ถึงแม้โดยธรรมชาติส่วนใหญ่สักครู่อาการต่างๆ ก็จะดีขึ้นได้เอง จากการปรับตัวของร่างกายและการได้รับความช่วยเหลือ แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ เมื่อเกิดอาการขึ้น อาจจะเกิดผลจากการหมดสติชั่วคราว เช่น อาจจะเกิดอุบัติเหตุล้มลงศีรษะฟาดพื้น หรือวัสดุแข็งใกล้ๆ ตัว หรือตกจากที่สูง หรือการได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุบนท้องถนน เมื่อเกิดอาการหน้ามืดขณะข้ามถนนหรือขับขี่ยานพาหนะ หรือมีอาการสำลักเอาน้ำเข้าไปในปอด หากเกิดอาการหน้ามืดในระหว่างว่ายน้ำอยู่ อาจจมน้ำเสียชีวิต หากไม่มีผู้พบเห็นและให้ความช่วยเหลือ ก็อาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ทั้งสิ้น สิ่งที่เราต้องดูแลตัวเองก็คือ เมื่อเริ่มรู้สึกว่าตนเองมีอาการผิดปกติ ไม่ว่าจะทำกิจกรรมใดอยู่ก็ตาม ควรที่จะหยุดพัก ไม่ควรฝืนทำกิจกรรมต่อไป และหาที่นั่งหรือนอนพักในที่ร่ม มีอากาศถ่ายเทดีสักครู่ ถ้าเป็นไปได้ก็บอกคนข้างๆ ด้วย เพื่อเตรียมความพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือ ก็น่าจะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดค่ะ
 
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 4
ulvyu0 Very good article post. Keep writing.
social bookmarking service
(7 มิถุนายน 2556  เวลา 03:02:35)
ความคิดเห็นที่ 3
แนะนำว่าควรไปปรึกษาแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยอาการดูค่ะ  อย่าปล่อยทิ้งไว้  เพราะอาจเป็นสัญญาณของโรคบางอย่างก็ได้ค่ะ
พี่แพ็ท
(10 พฤษภาคม 2552  เวลา 23:44:20)
ความคิดเห็นที่ 2
ดิฉันอายุ43ปีบางครั่งร่างกายไม่ค่อยมีแรงบางครั่งเหมือนจะวู้บไปก็มีมีครั่งหนึ่งพอตื่ดนอนก็พยามดื่มน้ำแล้วก็วู้บไปเลยแต่ไม่มีไครเห็นแล้วเราก็ตื่นมาเจ็บก้นมากเลยคงลงแรงเหมือนกันเป็นเพราะอะไรคะใครรู้ช่วยบอกที
ปภาดา
(3 พฤษภาคม 2552  เวลา 17:03:12)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
19857858