เคล็ดไม่ลับเพื่อสุขภาพ
นอนกรนแก้ไขได้
นอนกรนแก้ไขได้
 
โดย พี่ทิพ  
 
 
     นอนกรน เป็นภาวะผิดปกติอย่างหนึ่งของการนอนที่ไม่ควรละเลย เพราะผลกระทบจากการนอนกรนสร้างปัญหาต่อการดำเนินชีวิตและปัญหาเกี่ยวกับสุขภาพมากมาย การนอนกรนมีทั้งประเภทที่อันตรายและไม่อันตราย ซึ่งมีลักษณะดังนี้
     ๑. ประเภทที่ไม่อันตราย คือการกรนที่ทำให้เกิดเสียงรบกวน ซึ่งจัดเป็นชนิดไม่อันตราย ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เพียงแต่ก่อให้เกิดความรำคาญแก่ผู้ที่อยู่ใกล้ กลุ่มนี้มักมีการอุดกลั้นทางเดินหายใจเพียงเล็กน้อย
     ๒. ประเภทที่อันตราย เกิดจากการที่มีทางเดินหายใจแคบมากเวลาหลับ ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะมีเสียงกรนไม่สม่ำเสมอ เมื่อยังหลับไม่สนิทจะยังเป็นการกรนที่สม่ำเสมอ แต่เมื่อหลับสนิทจะเกิดการอุดกั้นทางเดินหายใจ มีเสียงกรนที่ไม่สม่ำเสมอ โดยจะมีช่วงที่กรนเสียงดังและค่อยสลับกันเป็นช่วงๆ และจะกรนดังขึ้นเรื่อยๆ แล้วจะมีช่วงหยุดกรนไปชั่วระยะหนึ่ง ซึ่งเป็นช่วงที่เกิดการหยุดหายใจ

อันตรายจากการนอนกรนที่มีการหยุดหายใจขณะหลับ
     ๑. ร่างกายอ่อนเพลีย รู้สึกนอนไม่พอ ทำให้เกิดอาการง่วงนอน ซึ่งเป็นผลเสียต่อการเรียน การทำงาน หรือเกิดอุบัติเหตุในการขับรถหรือการควบคุมเครื่องจักรกล
     ๒. ไม่มีสมาธิในการทำงาน ความสามารถในการจดจำลดลง หงุดหงิด อารมณ์เสียง่ายกว่าปกติ
     ๓. มีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคต่างๆมากขึ้น เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดในสมอง เช่น อัมพาต โรคหัวใจขาดเลือด (อาจทำให้เสียชีวิตทันที เพราะหัวใจทำงานผิดปกติขณะเกิดภาวะหยุดหายใจในช่วงนอนหลับ ซึ่งชาวบ้านเรียกว่าไหลตาย) ได้มากกว่าคนปกติ เป็นเหตุให้เสียชีวิตก่อนวัยอันควร
     ๔. หย่อนสมรรถภาพทางเพศ

การรักษาการนอนกรน
     ๑. ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์
     ๒. ออกกำลังกายเพื่อให้ร่างกายและกล้ามเนื้อแข็งแรง
     ๓. หลีกเลี่ยงการนอนหงาย โดยพยายามนอนในท่าตะแคงข้าง และนอนศีรษะสูงเล็กน้อย
     ๔. หลีกเลี่ยงการดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ หรือยานอนหลับ หรือยากล่อมประสาทก่อนนอน
     ๕. กรณีที่เป็นการนอนกรนชนิดอันตรายที่มีการหยุดหายใจร่วมด้วย รักษาโดย
          - เครื่องช่วยหายใจ เป็นเครื่องครอบจมูกขณะหลับ เพื่อทำให้หายใจสะดวกขึ้น วิธีนี้ปลอดภัยและได้ผลดีในผู้ป่วยเกือบทุกราย
          - จี้กระตุ้นให้เพดานอ่อนหดตัวลง โคนลิ้นหดตัวลง
          - การผ่าตัวเอาส่วนที่ยืดยานออก

     อาการนอนกรนไม่ได้เป็นเพียงการส่งเสียงที่สร้างความรำคาญเท่านั้น แต่อันตรายจากการนอนกรนอาจรุนแรงถึงขั้นหยุดหายใจและนำมาซึ่งการเสียชีวิตได้ หากสังเกตุเห็นคนใกล้ตัวมีอาการผิดปกติเกี่ยวกับการนอนกรนควรพบแพทย์เพื่อทำการวินิจฉัยและเข้ารับการรักษา

 
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 8
แย่มาก
ไรนยนยยย
(18 สิงหาคม 2552  เวลา 14:04:11)
ความคิดเห็นที่ 7
ใครรู้วิธีการรักษาช่วยเมล์มาบอกทีนะค่ะ พอดีแฟนเรานอนกรนเสียงดังเหมือนกัน ไม่ได้รำคาญนะแต่กลัวเป็นอันตรายมากกว่า แต่เขาเป็นคนผอมนะไม่อ้วนเลยหนัก 54 เอง สูง 178 อายุ 24 เอง เมื่อก่อนเคยสูบบุหรี่แต่ก็สูบไม่เยอะนะวันละไม่เกิน 5 ตัว แต่ตอนนี้เลิกสูบได้ 1 ปีกว่าแล้ว เหล้าไม่ดื่ม
แต่ทำไมนอนกรนเสียงดังก็ไม่รู้ กลัวเป็นอันตรายมากเลยเวลาหลับ ใครพอทราบวิธีการรักษาช่วยเมล์มาบอกที่นะค่ะ ขอบคุณมากๆๆๆค่ะ
กุ้งค่ะ
(3 สิงหาคม 2552  เวลา 10:51:15)
ความคิดเห็นที่ 6
อาการนอนกรนส่วนใหญ่มักจะพบในวัยผู้ใหญ่มากกว่าวัยเด็กค่ะ  และผู้ชายจะนอนกรนมากกว่าผู้หญิง  ส่วนสาเหตุมักเกิดจาก  

1. การนอนหงาย เนื่องจากการอ้าปากขณะหลับทำให้เกิดการผ่านของลมได้มากขึ้น แต่บางคนก็กรนได้ไม่ว่าจะนอนท่าใดก็ตาม
2. การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ การใช้ยานอนหลับหรือยาแก้แพ้ที่มีผลทำให้กล้ามเนื้อคลายตัว และทำให้เมือกที่เยื่อบุลำคอแห้ง
3. การสูบบุหรี่
4. พบว่าคนที่มีน้ำหนักตัวเกินมาตรฐาน จะเกิดการนอนกรนมากกว่าคนผอมถึง 3 เท่า
5. การมีสิ่งกีดขวางทางเดินหายใจ เช่นผู้ที่มีแผงกั้นช่องจมูกคด หรือผู้ที่เป็นภูมิแพ้ที่ทำให้มีสารคัดหลั่งในช่องจมูกมากกว่าปกติ
พี่แพ็ท
(17 พฤษภาคม 2552  เวลา 22:48:19)
ความคิดเห็นที่ 5
ทำไมเด็กถึงไม่ค่อยกรน แต่ผูใหญ่กรนร้อยละ80 ! เกิดจากอะไรเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ และกระดูกหรือไม่ อย่างไร
วันชัย
(3 พฤษภาคม 2552  เวลา 17:00:22)
ความคิดเห็นที่ 4
ดีค่ะ มีประโยชน์มากๆๆ
ปาล์ม
(1 กุมภาพันธ์ 2552  เวลา 01:18:07)
ความคิดเห็นที่ 3
เราก็นอนกรนนะเราจะไปทำแล้วจะมาบอกนะ
สาว
(19 กันยายน 2551  เวลา 12:26:54)
ความคิดเห็นที่ 2
เดี๋ยวลองเอาข้อมูลพวกนี้ไปบอกกับคนอื่นต่อ คงจะมีประโยชน์มากเหมือนกัน
ก๊วยเจ๋ง
(3 มิถุนายน 2551  เวลา 09:57:17)
ความคิดเห็นที่ 1
ดีครับเนการให้ความรู้
โอน
(2 มิถุนายน 2551  เวลา 15:55:24)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
20926784