ข้ามเส้น
ผู้ชายจะรู้ไหมว่า.. "ผู้หญิง..กับถุงยาง"... เรื่องมันมีมากกว่าที่คิด
ผู้ชายจะรู้ไหมว่า.. "ผู้หญิง..กับถุงยาง"... เรื่องมันมีมากกว่าที่คิด
        "ถุงยางอนามัย" ผลิตจากยางดิบแท้จากต้นยางพาราที่มีคุณภาพของเมืองไทย ถุงยาง  อนามัยนั้นใช้วัตถุดิบเดียวกับที่ใช้ผลิตยางรถยนต์ ดังนั้น จึงอาจกล่าวได้ว่าประเทศไทยมีถุงยางและยางรถยนต์ที่มีคุณภาพแห่งหนึ่งของโลกก็ว่าได้

          ทั้งถุงยางและยางรถยนต์ จะใช้งานได้ก็ต้องทำให้มัน"แข็งตัว" ยางรถยนต์ต้องสูบลมให้ยางแข็งพอเหมาะแล้วจึงนำไปสวมใส่กับล้อรถยนต์ ส่วนถุงยางอนามัย ในทางกลับกัน ต้องรอให้อวัยวะเพศนั้นแข็งขนาดพอดี แล้วจึงจะสวมใส่ถุงยาง เมื่อใส่ยางรถกับล้อรถยนต์แล้ว ก็สามารถ start เครื่องเพื่อออกวิ่งได้ทันที แต่สำหรับถุงยาง สวมใส่แล้วยังต้องสอดใส่อีกที ก่อนที่จะ start เครื่องทำงาน โดยทั่วไปก่อนที่รถยนต์และร่างกายจะทำงาน มักมีคำแนะนำที่เหมือนๆกันก็คือ ให้อุ่นเครื่อง (หรือเล้าโลม) ก่อนออกวิ่งจริง ทั้งนี้ เพื่อถนอมอายุการใช้งานของ"รถยนต์"และ"รสรัก"

     ทั้งยางรถยนต์และถุงยางอยามัยต่างมีคุณประโยชน์คล้ายๆกัน คือ "ทำให้เราปลอดภัย"

      ใครเคยดูหนังที่ผู้หญิงขับรถเอง คงจะเคยได้ดูฉากที่ผู้หญิงต้องเปลี่ยนยางรถยนต์เอง ยักแย่ยักยันทำไม่ได้สักที จนในที่สุดก็มีผู้ชายสุดหล่อร่างใหญ่มาช่วยเพื่อทำให้การสวมใส่ล้อรถยนต์เป็นจริงได้ (แล้วทั้งสองก็หลงรักกันในที่สุด... ไม่น้ำเน่าไปหน่อยเหรอ)   ความจริงหากผู้หญิงศึกษาวิธีการเปลี่ยนยางล้อรถและได้ลงมือทำเอง มันก็ไม่ยากอย่างที่คิดหรอก

     เช่นเดียวกัน..ก็มีผู้หญิงไม่กี่คนหรอกที่เคยใช้ถุงยางอนามัย (ไม่ใช่เคยถูกใช้นะ) ซึ่งหมายถึง การเลือกซื้อ..พกพา..หยิบขึ้นมา..ฉีกซอง..บีบปลายไล่ลม..และเป็นผู้สวมใส่ ทั้งนี้เพราะว่า ถุงยางอนามัยเป็นเทคโนโลยีที่ใช้กับ "อวัยวะของผู้ชาย" จะสวมจะใส่ก็ต้องเป็นตอนที่อวัยวะนั้นยืนตรงเท่านั้น จึงนับได้ว่าผู้หญิงคนใดสามารถใส่ให้คู่รัก หรือแม้กระทั่งสนทนาจนทำให้คู่รักใส่ได้ (ก็กลัวท้องนี่นา) ก็คงต้องผ่านการคุย หรืออาศัยประสบการณ์พอสมควร จะหาซื้อ เก็บไว้พร้อมใช้ หรือวางไว้ที่ตรงไหนดีจึงจะสามารถหยิบใส่ได้โดยไม่เสียจังหวะ...

      สาวรุ่นที่มีประสบการณ์ทางเพศครั้งแรกๆกับแฟนหนุ่ม ถุงยางนั้นจะเป็นเรื่องสุดท้ายที่คิดถึง เพราะเธอจะตระหนกกับเรื่องอื่นๆมากกว่า แม้กระทั่งเรื่องป้องกันท้องก็ยังแทบนึกไม่ออกเลย ในทางกลับกัน..สมมุตว่าเธอได้ลองซักซ้อมวิธีการคุยและการใช้มาอย่างดี ลองคิดดูว่าอะไรจะเกิดขึ้นหากเธอเอ่ยปาก หรือ โชว์ถุงยางที่เธอได้เตรียมไว้ให้แฟนหนุ่มดู เธอคงถูกกล่าวหาว่ามากประสบการณ์เป็นแน่

     ต่อมาเมื่อเธอมีประสบการณ์ทางเพศกับแฟนหนุ่มมากขึ้น เธออาจถูกขอร้องมิให้ใช้ถุงยาง จากการศึกษาในทุกแห่งของโลก ผู้ชาย 100 คนที่เคยใช้ถุงยาง จะมี 120 คนหรือมากกว่า ที่บอกว่าไม่ชอบถุงยาง เพราะไม่เสียว ไม่มันส์ หรือไม่เป็นธรรมชาติ และคำตอบที่ได้จะเป็นว่าก็เราสองคนรักกัน ไม่ได้ติดเชื้อโรคอะไรหรือเอดส์สักหน่อย แล้วทำไม...ฯลฯ .. ถุงยางอนามัย ว่าแล้วแฟนหนุ่มของเธอก็จะขอให้เธอกินยาคุมหลังร่วมแทน (ซึ่งผลของการคุมกำเนิดต่ำ มีผลข้างเคียงต่อร่างกายผู้หญิงเยอะ หมอจึงแนะนำให้ใช้เฉพาะที่"ฉุกเฉิน"จริงๆ)

     หากเป็นคู่รักที่รักกันมานาน การใช้ถุงยาง อาจเลยเถิดไปถึงเรื่องของความไม่ไว้วางใจกัน เพราะสำหรับประเทศไทย ถุงยางอนามัยมีภาพลักษณ์ในด้านการป้องกันโรคมานานแล้ว ต่างจากประเทศญี่ปุ่น และในอีกหลายๆประเทศที่รณรงค์ให้ถุงยางเป็นอุปกรณ์คุมกำเนิด

          แต่..ถุงยางอนามัย เป็นเทคโนโลยีชนิดเดียวในปัจจุบัน ที่สามารถป้องกันการตั้งท้อง และ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ทุกชนิด ใช้ได้เลย ไม่ต้องกินเป็นประจำ ไม่ต้องไปหาหมอฉีดยา และไม่ต้องกลัวเรื่องอาการข้างเคียงจากการกินยา

          ความจริงหากผู้หญิงศึกษาวิธีการใช้ถุงยางอนามัยและได้ลงมือทำ (เหมือนเปลี่ยนยางล้อรถไง) มันก็ไม่ยากหรอก แต่ความยากอยู่ที่ว่า ผู้ชายต้องเปลี่ยนทัศนะเพื่อก้าวข้ามความเชื่อแต่โบราณที่ว่าผู้หญิงที่ดีนั้นต้องไม่ดัดจริตคุยเรื่องเพศ ต้องเก็บความรู้สึก ไม่แสดงออก หรืออินโนเซนท์ก็จะเป็นดี ให้เป็นความเชื่อมั่น ให้คุณค่า เพื่อช่วยให้ผู้หญิงสามารถสื่อสารพูดคุยเรื่องเพศกับผู้ชายได้อย่างมั่นใจ และผลที่ได้ก็จะทำให้คนรักกันเข้าอกเข้าใจกันมากขึ้น

           เพราะ..ผู้ชายทุกคนคงชัดเจนว่า ผู้หญิงไม่ได้ใส่ถุงยางอนามัยที่อวัยวะเพศของเธอนี่นา..

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 16
ของมันใหญ่ถุงยางเล็กเกินยัดไม่เข้าอ่ะเจ็บซี๊ดเลยนะ
คนไม่รู้จักครับ
(10 ตุลาคม 2552  เวลา 20:26:48)
ความคิดเห็นที่ 15
เป็นของคู่กันคับยิ่งขาดไม่ได้เพราะมันช่วยได้หลายอย่างช่วยป้องกันโรคได้ด้วยแล้วช่วยไม่ให้ผู้หญิงตั้งครรถ์แต่ต้องใส่ให้ถูกวิธีนะคับ
EnJoY
(2 กันยายน 2552  เวลา 09:50:02)
ความคิดเห็นที่ 14
เราว่านะแต่งงานกันก่อนดีกว่านะ แล้วค่อยร่วมเพศ
เจ้าหญิง
(26 เมษายน 2550  เวลา 16:07:46)
ความคิดเห็นที่ 11
ความคิดเห็นที่7  เข้าใจอะไรผิดไปไหมคะใส่ชั้นเดียวปลอดภัยที่สุด...ถ้าใส่หลายชิ้นมันเกิดการเสียดเสียแล้วทำให้แตกได้นะคะแล้วก็ทำให้ไม่ปลอดภัยด้วย
อยากบอก
(4 ธันวาคม 2549  เวลา 14:58:48)
ความคิดเห็นที่ 10
Safety first ถึงจะรักกันอย่างไรก็ต้องปลอดภัยไว้ก่อน
patchy
(16 สิงหาคม 2549  เวลา 11:39:22)
ความคิดเห็นที่ 7
ถ้ามั่นใจในความ...แข็ง...แรง...ใหญ่ในตัวเอง  อย่าไว้วางใจว่าใส่แค่ถุงเดียวมันจะอยู่  อย่างน้อยอย่าให้ต่ำกว่าสามชั้นขึ้นไปครับ
shin
(5 มิถุนายน 2545  เวลา 05:52:20)
ความคิดเห็นที่ 6
ถุงยางหายาก และน่าอายกว่าจะบากหน้าไปหามาได้
ถ้าฉุกเฉิน(จำเป็นจริงๆ)...ใช้ถุงก๊อบแก๊บแทนได้ไหมครับ(หาง่าย-สะดวกและไม่น่าอาย)
?
(19 พฤษภาคม 2545  เวลา 03:44:49)
ความคิดเห็นที่ 5
ประสบการ์ณยังน้อยนะแต่ครั้งแรกที่ใช้ทำไมถึงเจ็บมากก็ไม่รู้ ใครรู้ช่วยบอกที
หญิง
(6 พฤษภาคม 2545  เวลา 17:47:29)
ความคิดเห็นที่ 4
ใช้ไปไม่เสียหายป้องกันได้ด้วย ไม่ดีหรือไง
นัวเนีย
(5 พฤษภาคม 2545  เวลา 00:40:12)
ความคิดเห็นที่ 3
  ผมว่า ผู้ชายกับถุงยางเป็นของคู่กันครับ และยิ่งตอนนี้ซะด้วยสิครับ
มีสิ่งที่ไม่ดีตั้งหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องโรคร้ายในการร่วมเพศ
เอาเป็นว่าเหมาะสมกันครับ ครับ
jak
(17 เมษายน 2545  เวลา 16:07:58)
ความคิดเห็นที่ 2
  ผมว่า ผู้ชายกับถุงยางเป็นของคู่กันครับ และยิ่งตอนนี้ซะด้วยสิครับ
มีสิ่งที่ไม่ดีตั้งหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเรื่องโรคร้ายในการร่วมเพศ
เอาเป็นว่าเหมาะสมกันครับ ครับ
jak
(17 เมษายน 2545  เวลา 16:07:54)
ความคิดเห็นที่ 1
คิดว่าการใช้ถุงยาง เป็นเรื่องที่ดีและสมควรเป็นอย่างยิ่ง เพราะทำให้ผู้หญิงไม่ต้องมานั่งกังวลหรือหาทางป้องกัน/แก้ไขกับปัญหาที่อาจจะตามมาหลังมีเพศสัมพันธ์
ผู้ชายน่าจะเห็นใจผู้หญิงบ้างนะ ถึงจะไม่ค่อยชอบ แต่ก็ปลอดภัยไว้ก่อน
ดีกว่ามั๊ยคะ .......บางทีผู้หญิงเขาอยากให้ใช้ แต่ก็ไม่กล้าขัดใจ ก็เลยปล่อยเลยตามเลย
คนใจอ่อน
(16 เมษายน 2545  เวลา 17:38:54)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
19933450