บทกวีของเขา... เราเอามาเขียน
คุณครูครับ... ทำไม ทำไม และทำไม ล่ะครับ?

          ปักษ์นี้ขอหยิบยกบทกวีที่แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภทฉันท์ของ “ครูเทพ” มาฝากกัน ซึ่งแม้ว่าจะแต่งไว้เมื่อเกือบเจ็ดสิบปีมาแล้ว แต่เนื้อหาค่อนข้างทันสมัย บทนี้ชื่อว่า “ทำไม” อ่านแล้วผู้คนที่เกี่ยวข้องกับระบบการศึกษาของไทยจะเจ็บ “จี๊ดๆ” กันบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้

          ครูเทพ ท่านเขียนเอาไว้ว่า

                              ธรรมดาดรุณกำลังจะเรียน อะไรไฉนทำไมก็เพียร จะซักถาม

                              เช่นไฉนพิเภกบกินพระราม อเนกพระกรทำไมจะขาม พระสี่กร

                              ดอกสลิดไฉนริเรียกขจร และปลาสลิดคำอุตริสอน สิใบไม้

                              มาตุคามทำไมมิใคร่จะให้ กำเนิดและเนาณคหไซร้ ประเสริฐหรือ

                              วิทยาจะพามนุษย์กระพือ ไฉนมนุษย์จะอุตริคือ ประหารคน

                              ใครก็ใคร่จะสุขประกอบกุศล ไฉนอเนกปาปชน กระฉ่อนเวียง

                              ความเจริญจะขึ้นฤลงฤเฉียง พิภพจะเพื่อมนุษย์ฤเพียง จะผันไป

                              ปริศนาประดาจะมีพิรี้พิไร จะเบาฤหนักจะซักจะไซร้ สิมากถาม

                              ครูและศิษย์บิดาฤมาตุงาม และบุตรธิดาวิสาสยาม สนิทคือ

                              บ้างก็เบื่อบตอบมิชอบจะถือ ประโยชน์ประสิทธิ์วิชากระพือ พะนอสอน

                              บ้างก็บอกบติดวิวิธบวร วิชามิใช่วิชาปกรณ์ ก็รู้หมด

                              โทวิถีฉะนี้แหละน่าจะงด วิถีประเสริฐสิควรกำหนด ณ หว่างกลาง

                              คือประดุจมัคคุเทศก์นำทาง อะไรมิทราบก็สู้เสาะสาง กระทั่งทราบ

                              ศัพท์ “ทำไม” ไฉนมนุษย์จะสาป มนุษย์ลุชัยริใช้สภาพ เพราะ “ทำไม”

          “ครูเทพ” เป็นนามปากกาของ “เจ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี” (สนั่น เทพหัสดิน ณ อยุธยา) ท่านเป็นผู้แต่งเพลง “กราวกีฬา” ที่เรายังร้องกันอยู่จนทุกวันนี้ว่า กีฬา กีฬา เป็นยาวิเศษ แก้กองกิเลสทำคนให้เป็นคน

          ที่น่าสนใจคือ ท่านเคยดำรงตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงธรรมการเมื่อปี ๒๔๕๙ หรือในปัจจุบันก็คือตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ แต่ก่อนหน้านี้ท่านเคยเป็นครูและแต่งแบบเรียนมาก่อน ซึ่งทำให้ท่านได้เห็นและเข้าใจสภาพการเรียนการสอนในสมัยนั้น

          บทกวี “ทำไม” จึงสะท้อนให้เห็นวิธีคิดและทัศนะเกี่ยวกับการศึกษาของท่านที่ว่า วิชาความรู้จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการตั้งคำถาม และโดยธรรมชาติตามวัยของผู้เรียนก็เอื้อให้เกิดการเรียนรู้ เพราะเป็นวัยที่อยากรู้อยากเห็น ชอบตั้งคำถามอยู่แล้ว ดังที่ท่านเขียนไว้ว่า ธรรมดาดรุณกำลังจะเรียน อะไรไฉนทำไมก็เพียร จะซักถาม

          ปัญหาคือ...คำถามของผู้เรียน จะได้รับ “คำตอบ” จากครูหรือเปล่า­

          เช่น ถ้าผู้เรียนถามผู้สอนว่า ทำไมพิเภกไม่กินพระราม­ ทำไมทศกัณฐ์ต้องกลัวพระราม­ ทำไมดอกสลิดถึงเรียกว่าดอกขจร­ ทำไมปลาสลิดเป็นคำไม่สุภาพต้องเรียกว่าปลาใบไม้­ และอาจจะมีอีกหลาย ทำไมตามมา บางคำถามอาจจะดูไร้สาระ เป็นเรื่องไม่น่าถาม แต่คำถามแบบนี้แหละเป็นจุดเริ่มที่จะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้ เพราะแปลว่าเด็กเริ่มจะช่างสังเกต ไม่เชื่อตามตำราที่กางอยู่บนโต๊ะอย่างเดียว

          ถ้าครูตอบคำถามของเด็กอย่างมีเหตุมีผล ชวนคิดหลายๆ ทางว่า คำตอบแบบนี้มีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน แล้วให้ผู้เรียนช่วยค้นคว้าหาคำตอบด้วยอีกทางหนึ่ง ก็น่าจะทำให้การเรียนการสอนสนุกขึ้น แล้วเด็กก็จะติดนิสัยค้นคว้าด้วย เพราะครูเทพเองก็บอกว่า อะไรมิทราบก็สู้เสาะสาง กระทั่งทราบ ย่อมจะทำให้ มนุษย์ลุชัยริใช้สภาพ เพราะ “ทำไม”

          ในทางกลับกัน ถ้าครูรู้สึกว่าจะถามอะไรกันนักกันหนา ก็เขาบัญญัติมาให้เรียกแบบนี้ เธอก็จำไว้แล้วกัน เวลาออกข้อสอบจะได้ตอบได้ เด็กก็ไม่อยากจำ เพราะไม่รู้ที่มาที่ไป หรืออาจจะจำเพื่อให้ทำข้อสอบได้ แต่การจำแบบไม่เข้าใจย่อมไม่เกิดประโยชน์ ไม่ช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้อะไร

          ในยุค “เรียนฟรี” แบบไม่รู้ว่าการศึกษาไทยจะไปทิศทางไหนดี ถ้าเริ่มจากทำให้ “ทำไม” ของเด็กมีคำตอบที่เอื้อต่อการเรียนรู้ก่อนก็น่าจะดีไม่น้อย

          ผลงานของครูเทพที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการศึกษายังมีอีกหลายเรื่องที่น่าสนใจ เช่นบท “ไม้เรียว” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า “ผู้ใหญ่” ระดับเจ้ากระทรวงศึกษาธิการนั้นให้ความสำคัญกับ “เหตุผล” มากกว่า “ความอาวุโส”

          แต่จะเป็นอย่างไรนั้น...โปรดติดตามตอนต่อไป

อ้างอิง

ครูเทพ (นามแฝง). โคลงกลอนของ “ครูเทพ” เล่ม ๒. กรุงเทพฯ : องค์การค้าของคุรุสภา,๒๕๑๕.

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 2
ติดตามปักษ์หน้านะคะ จะนำบทที่ชื่อ"ไม้เรียว" ของครูเทพมาเขียนอีกค่ะ และขอบคุณมากค่ะสำหรับคำติชม แนะนำเนื้อหา
ลีลาวดีสีขาว
(16 สิงหาคม 2552  เวลา 16 20:38)
ความคิดเห็นที่ 1
ดีมากเลย เนื้อหานี้  และเห็นด้วยกับแนวทางการสอนของครูเทพ  ที่สร้างคนให้เป็นคนที่มีเหตุผล  เป็นแนวทางการปฏิรูปที่เราควรที่จะนำมาประยุกต์ใช้ในสมัยนี้  ขอท่านได้โปรดนำโคลงกลอนของ “ครูเทพ” มาอีก  ขอบคุณ
ทศพล  วงษ์เนตร
(16 สิงหาคม 2552  เวลา 16 19:38)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
19338672