ห้องลูกที่ปรึกษา
ลูก ม.๒ อยู่ไม่ติดบ้านเลย
รูปจาก gotoknow.org
ถาม
          ลูกอยู่บ้านไม่ติดเลย ตั้งแต่เข้าเรียนชั้น ม.๑ ตอนนี้อยู่ ม.๒ ตื่นแต่เช้าออกจากบ้าน กว่าจะกลับ เราก็รอจนดึก ถ้าไม่โทรศัพท์เรียกให้มากินข้าว หรือกลับบ้านนอน ก็จะไม่ยอมเข้าบ้าน ติดเพื่อนมาก อยู่กับเพื่อนทั้งวัน ผู้ปกครองก็ไม่รู้ว่าไปทำอะไรกับเพื่อนกันบ้าง พอถามก็หงุดหงิด แล้วพูดจากับเราไม่ดี ทะเลาะกับลูกบ่อยมาก ทำไมถึงเป็นแบบนี้ ช่วยอธิบายหน่อย
ผู้ปกครองปวดสมอง
 
ตอบ
          เหตุผลที่เด็กๆ ไม่ชอบอยู่บ้าน เพราะกิจกรรมที่ทำกับเพื่อนนั้น สนุกกว่ากิจกรรมในบ้าน

          คำถามในใจของเด็กหลายๆ คนก็คือว่า กลับบ้านไปทำไม เพื่อนก็ไม่มี แถมโดนพ่อแม่ใช้ให้ทำนั่นทำนี่อีกต่างหาก นอกจากกลับไปนอน หรือกลับไปกินข้าวแล้ว ก็ไม่มีเหตุผลสำคัญอื่นอีกให้กลับ ข้างนอกนั้นสนุกกว่าตั้งเยอะ ก็อยากอยู่ข้างนอกกับเพื่อนมากกว่า

          แล้วพอโดนถาม ก็ขี้เกียจจะตอบ ขี้เกียจจะอธิบาย เลยทำให้เกิดความหงุดหงิดขึ้นได้

         ถ้าคุณพ่อคุณแม่เป็นห่วงก็ควรจะพูดกับลูกตรงๆ ว่าเป็นห่วงเพราะอะไร แต่ไม่ควรไปว่าเพื่อนเขา ทำแบบนั้นจะทำให้ยิ่งหงุดหงิด ไม่พอใจ หรือตั้งกฎกติกาขึ้นมา เช่นว่า กลับได้ไม่เกินกี่โมง ถ้าจะช้ากว่านั้น ต้องโทรมาบอกนะ

         ส่วนเรื่องว่าทำอะไรกันบ้างนั้น ถ้าเขาไม่บอก ก็น่าจะลองถามจากเพื่อนคนอื่นๆ ให้พอรู้ว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงก็ได้

          แต่ถ้ารู้สึกว่า มันมีอะไรที่ไม่ชอบมาพากล ก็น่าจะคุยกับลูกอย่างจริงจังมากขึ้น


 

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 47
ลูกอยู่ ม. ๓ โดนพักการเรียนเป็นอะไรที่แย่มากทั้งที่เราพยามสอนในสิ่งที่ดีที่สุดให้ ตั้งแต่อยู่ม. ๒ พฤติกรรมเปลี่ยนติดเพื่อน
ไม่อยากกลับบ้าน โดดเรียน  ไม่ส่งงานไม่เรียนเหม่อลอยสารพัด คนเป็นแม่พยามจะสอนทุกอย่างที่ประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านมา
ใครมีอะไรแนะนำหน่อยค่ะ
แม่ผู้ทุกข์ใจ
(4 กรกฎาคม 2557  เวลา 21:25:35)
ความคิดเห็นที่ 46
มีลูกสาวคนเดียว อยู่กับยายตั่งแต่เกิด พึ่งมาอยู่ด้วยกัน2ปีแล้ว ปีนี้ขึ้นม.2 นิสัยเปลี่ยนไปมาก พูดจากร้าวร้าว งานบ้านไม่ทำ เสื้อผ้าตัวเองถอดกองกับพื้นในห้องนอนเต็มห้องไม่เก็บ บอกอะไรก็เถียงทุกคำ สายตาชิ่งชังแม่มากเวลาเถียงกัน ไม่ได้ดังใจกินยาฆ่าตัวตายเพราะแม่ไม่ให้ไปเที่ยวกับเพื่อน
ใจแม่สลาย ที่อุ้มท้องเขามา9เดือน ถนุถอมเขามาตั้งแต่เกิด ทำมาหากินเพื่อให้เขามีกิน มีใช้ มีเรียน เขาทำไม่ไม่คิด เครียดทุกวัน ร้องไห้ทุกคืนกว่าจะหลับบางครั้งคิดว่าไม่ตื่นเลยคงจะดีนะ
ทำไงดีค่ะช่วยหน่อย
ใจแม่สลาย
(25 พฤษภาคม 2557  เวลา 19:53:42)
ความคิดเห็นที่ 45
 ลูกสาวอยู่ ม.2ไม่ยอมไปเรียนเพื่อสอบ ติดเพื่อนไม่นอนบ้านไม่เชื่อฟังผู้ปกครองไม่สนใจดูแลน้องชายแทนแม่ตอนที่แม่ไม่อยู่(แม่โทรทางไกลพูดดีๆๆขอร้องให้ไปเรียน ลูกสาวรับปากแต่ไม่ไป ลูกสาวมีแฟนเป็นทอมเรียนอยู่สรพัดช่างลำปาง)จากแม่ผุ้กลุ่มใจเหลือเกิน
มี้ หนึ่งมาทำงานไกลต่างประเทศ
(13 กันยายน 2556  เวลา 19:52:21)
ความคิดเห็นที่ 44
มีปัญหาเหมือนกับทุกๆ คน ลูกเถียง ต่อว่า และพูดทุกอย่างที่ทำให้เราเจ็บช้ำ ทุกวันนี้สวดมนต์ ทำใจ และก็ยอมรับกับมัน เตรียมพร้อมที่จะมีปัญหาอื่นๆ ตามมา อยากให้เขากลับใจ มีความนึกคิดในสิ่งที่ดี ตอนนี้อยากหาโรงเรียนกินนอนให้ลูกเลยด้วยซ้ำ แต่ยังคิดอยู่ว่าจะเป็นทางออกที่ดีหรือเปล่า  ขอความคิดเห็นจากคนที่มีปัญหาและประสบการณ์เหมือนกันค่ะ
ลูก ม.3
(1 สิงหาคม 2556  เวลา 19:01:22)
ความคิดเห็นที่ 43
ลูกชายกำลังเรียน ม.6 เลิกเรียนไม่อยากกลับบ้่าน ติดเพื่อน เริ่มสูบบุหรีีกินเหล้า เรียนหนังสือก็ชอบเหม่อ ใจลอย เฉื่อยชาไม่กระตือรือล้น ผลการเรียนตกต่ำ ตอนนี้ดิฉันต้องดูแลลูกตามลำพัง สามีไปทำงานต่างจังหวัด ดิฉันว่ากล่าวตักเตือนก็ไม่เชื่อฟังบอกว่าไม่ต้องมาุ่ยุ่ง ชีวิตของเขา ถามอะไรก็พูดไม่ตรง ชอบโกหก ช่วงนี้ดิฉันคิดมากนอนไม่หลับ หน้าตาเศร้าหมอง เสียใจนอนร้องไห้ประจำเวลาลูกไม่กลับบ้าน คิดไปต่างๆ นานา กลัวลูกจะเสียคนเพราะเขาจะจบ ม.6 อยู่แล้ว ช่วงเรียนอยู่ ม.ต้นก็ยังดีอยู่ มาเริ่มเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัดตอนอยู่ ม.5 เทอม 2 ไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไรดี วอนพ่อแม่ผู้ปกครองใจบุญที่เคยผ่านประสบการณ์ช่วยชี้แนะทางสว่างให้ดิฉันด้วย บางครั้งดิฉันคิดมากจนอยากจะฆ่าตัวตาย ถึงแม้สามีดิฉันเค้ากลับมาบ้านก็ไม่ค่อยใส่ใจกับลูกเท่าไร ช่วงนี้เค้าจะโอ๋ลูกชายคนโตซึ่งเรียนจบมหาลัยแล้ว และตอนนี้ไปเป็นทหารเณฑ์อยู่ ไม่เกเรเชื่อฟังพ่อแม่ แต่ลูกคนเล็กมีปัญหาก็ไม่เข้ามาช่วยกันอย่างจริงจัง สิ่งเดียวที่ดิฉันทำได้คือสวดมนต์ภาวนาขอให้ลูกคิดดี ทำดี พบเจอแต่กัลยาณมิตร เสาร์-อาทิตย์ถ้าเขาไม่ไปไหนก็จะให้ใส่บาตรประจำ เคยจ้างเงินให้เขานั่งฟังเทศน์ในคอมพ์ นั่งนานได้ชั่วโมงเดียว จากนั้นไปโรงเรียนเจอเพื่อนก็เหมือนเดิม ช่วยด้วยค่ะ ขอกราบงามๆ ท่านที่จะให้ทางสว่างแก่ดิฉันได้
แม่เด็ก ม.6
(31 กรกฎาคม 2556  เวลา 05:15:09)
ความคิดเห็นที่ 41
อยากได้บทสวดมนต์ หรือบทแผ่เมตตาให้กับลูกที่ดื้อ
แม่ของลูกชาย อายุ21
(31 พฤษภาคม 2556  เวลา 10:16:01)
ความคิดเห็นที่ 40
ลูกสาวติดเพื่อนมาก(พวกเพื่อนผู้ชาย)ทำอย่างไรดี  แถมเพื่อนหลายคนติดยาอีกต่างหาก
พ่อของลูก
(12 พฤษภาคม 2556  เวลา 11:58:55)
ความคิดเห็นที่ 39
ตอนนี้ลูกสาวขึ้น ม2ค่ะติดเพื่อนเราว่าเพื่อนเขาไม่ได้เลยเขาจะปกป้องเพื่อนเราต้องพยามชอบเพื่อนลูกและไม่ต่อว่า พูดและสอนลูกให้เห็นข้อดีและข้อเสียของการคบเพื่อนบ้างครั้งใช้เหตุผลพูดกับเขาดีๆเขาก็เข้าใจแต่ก็กลับไปเป็นแบบเดิมอีก เครียดมากเลย เถียงมากไม่ฟังเราโต้ตอบเราอย่างไรเหตุผลบางครั้งโกรธก็พยายามระงับใจแต่บ้างครั้งก็ทำไม่ได้ทั้งโกรธทั้งต่อว่าลูกต่างๆนาๆ โมโหจนอารมณ์กระเจิงช่วงนี้เครียดมากตั้งแต่เริ่มโตเป็นสาวทะเลาะกันมากขึ้น จะเป็นแบบนี้อีกนานไหมค่ะวางตัวลำบากทำไงดี
นิภาวรรณ
(1 พฤษภาคม 2556  เวลา 22:21:28)
ความคิดเห็นที่ 38
อยากเป็นผู้ปกครอง น้องเรียนแค่ ม.1 เทอม 2ก็ออกอาการ คบเพื่อนรุ่นพี่  พาหนีเรียนตลอด อยากหาโรงเรียนประจำให้อยู่  มีใครช่วยแนะนำหน่อยได้ไหม๊    อยากให้เข๊าเรียนหนังสือ   ติดเพื่อน หนีออกจากบ้าน  2 ครั้งแล้ว เป็นผู้หญิง (ทอม)
ผู้ปกครอง  
(26 เมษายน 2556  เวลา 20:29:39)
ความคิดเห็นที่ 37
คุณแม่แ
(31 มีนาคม 2556  เวลา 03:49:06)
ความคิดเห็นที่ 36
เป็นอีกคนค่ะที่ทุกข์ใจ หนักใจเหลือเกิน ลูกชายอายุ 18 ดื้อมาก รั้นมาก ไม่ฟังใคร ชอบออกบ้าน กลับบ้านดึก ติดเกม ติดเพื่อน ติดแฟน เวลาถาม มักจะตวาด หงุดหงิดใส่ พูดจาไม่ดี เชื่อแฟน เชื่อเพื่อน การเรียนตก แต่ไม่ยอมรับว่าเป็นเพราะสาเหตุเหล่านี้ ตอนนี้อยากกลับตอนไหนก็กลับ บางวันไม่กลับเลย เรียกคุยไม่คุย ไม่เอาอะไรทั้งนั้น ปิดกั้นไม่ให้เราเข้าประชิดตัว ใครพอจะมีวิธีแนะนำดีดีไม๊คะ
คุณแม่ทุกข์ใจ
(16 มีนาคม 2556  เวลา 16:27:06)
ความคิดเห็นที่ 35
จะช่วยลูกยังไงดี...เป็นห่วงลูกจัง...ลูกกำลังเดินหลงทาง...ไม่ผ่านช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ...ทำใจไม่ได้
แม่คนหนึ่ง
(14 มีนาคม 2556  เวลา 23:42:01)
ความคิดเห็นที่ 34
มีหลานอยู่ม.2 เหมือนกันค่ะ  ตอนนี้ติดทั้งเพื่อนและชอบออกนอกบ้านประจำ  ถามเขาก็จะหงุดหงิดเหมือนกัน  และจะบอกว่าออกไปแป๊บเดียวแต่ไปทั้งวันเลยค่ะ  
น้าสาว
(11 มีนาคม 2556  เวลา 10:10:51)
ความคิดเห็นที่ 33
ตอนนี้ลูกสาว 16& 17 ค่ะ อยากลองแนะนำดูนะค่ะ เพราะใช้ได้ผลมาตลอดชีวิตลูกขณะนี้
1.เรียกนั่งคุยจริงจังแต่ไม่ใช่ดุด่า บอกเค้าไปตรงๆ ว่าเรารักเค้าเป็นห่วงเค้าแค่ไหน แล้วทำไมเราถึงต้องพูด
2.ให้ลูกพูด ว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคืออะไร เค้าต้องการอะไร ไม่พอใจอะไร แต่เราต้องหักห้ามอารมณ์นะค่ะ
3.ถามเค้าว่าต่อไปเราจะเริ่มต้นกันใหม่ยังไงดีเวลาที่เรากำลังจะมีปัญหากัน จะบอกกันด้วยวิธีไหนเมื่อีกฝ่ายหนึ่งไม่ชอบใจ
ดูเหมือนง่ายไม่มีอะไร แต่บอกได้เลยนะค่ะต้องใช้ความกล้าอย่างมากกับฐานะของความเป็นพ่อแม่
เด็กอาจจะไม่เข้าใจในครั้งแรกหรือครั้งเดียวแต่เราต้องพยายามค่ะ
ลูกสาวสองคนไม่ติดเพื่อน เล่นเกมส์บ้าง แต่ชอบไปดูหนังกับพ่อแม่ ซื้อของกับเรา มากกว่าจะไปกับเพื่อน
ถามเค้าว่าเพราะอะไร เค้าบอกไปกับแม่สนุกกว่า เลยรู้ว่าถ้าเราทำให้เค้ามีความสุขเวลาอยู่กับเราได้ ทุกอย่างก็จะดีขึ้นเองค่ะ
เอาใจช่วยคุณพ่อคุณแม่ทุกคนนะค่ะ
แม่ลูกสาว 2
(8 มีนาคม 2556  เวลา 12:55:42)
ความคิดเห็นที่ 32
ลูกชาย ม.2 ติดเพื่อน ไม่ชอบอยู่บ้าน บอกว่าแม่ชอบบ่น (แม่ก้ไม่ค่อยบ่นมาก) ชอบจี้ให้งานแก้ (ตก10ตัว) ไม่สนใจเรียน  นั่งหลับ นั่งเหม่อ  งานไม่เคยส่่ง  พ่อ แม่ แยกทางกัน บอกว่าจะอยู่กับพ่อ (ที่ชอบอยู่กับพ่อ เพราะว่า พ่อไม่ค่อยมาสนใจ ไม่ได้มานอนด้วย ไม่มาวุ่นวาย ปล่อยเลยตามเลย พ่อ มีเงินให้ แม่ไม่ได้ทำงาน เลยเลือกที่จะอยู่กับพ่อ)  อยู่บ้านไม่เคยทำอะไรเลย  แบบนี้ จะปล่อยไปดีไหม ถ้าไป จะเกิดอะไรขึ้น
แม่..ที่ลูกบอกว่า  ไปเหอะ
(26 กุมภาพันธ์ 2556  เวลา 10:52:29)
ความคิดเห็นที่ 31
ผมมีลูก ม.2   ผู้หญิง ครับหนักใจมาก ลูกออกจากบ้าน ตอ่หน้าต่อตาครับ บอกก็ไม่ฝัง ผมจะผ่านความทุกข์ นี้ได้หรือเปล่า
ผมรักลูกมากครับ   ใครแนะนำทำพิธีกรรมต่างทำหมด ครัแต่ไม่ดีขึ้น
ผู้ปกครอง
(7 กุมภาพันธ์ 2556  เวลา 09:08:39)
ความคิดเห็นที่ 30
เด็กวัยนี้กำลังเที่ยวแล้วก็อยากเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ
พอได้เจอสังคมที่เค้าไม่เคยเจอหรือได้ไปพบเจออะไรที่ทำให้ถูกใจแล้ว
ไม่ว่าอะไรก็ตามทำให้เค้าอยากลองไปทำในสิ่งแบบนั้นดูบ้าง
บางคนพอได้เที่ยวกลางคืนหรือมีแฟนปุ๊บนิสัยก็จะเริ่มเปลี่ยนแปลงขึ้น
พอโตสักม1 ม2 ก็เริ่มจะเป็นวัยรุ่นโตแล้ว อะไรๆก็เปลี่ยนแปลงอารมณ์ ก็ร้อนง่าย
พ่อแม่พูดไรก็ด่าแต่จะอยู่กับเพื่อนเพราะไม่น่าเบื่อและทำอะไรก็ไม่มีใครว่าหรือห้ามปราม
เราก็ควรพูดกะลูกให้เข้าใจไปเลยแต่อย่าไปตัดสินทันทีควรถามลูกด้วยว่าไปไหนทำอะไรมา
ไม่ใช่ก็เอาแต่จะด่าเด็กก็จะเตลิดแล้วก็ได้ทีไม่อยากจะอยู่และบ้านนี้หันไปอยู่กะเพื่อน
บางคนประชดตัวเองก็ไปติดยาไม่ยอมไปเรียนเพราะว่าน้อยใจบ้างหรือไม่ก็เบื่อที่พ่อแม่ไม่เข้าใจ
เลยอยากหาที่ระบายอารมณ์ พ่อแม่ควรให้คำปรึกษาที่ดีแก่ลูกค่อยๆเป็นค่อยๆไป
หรือไม่ก็กิจกรรมในครอบครัวทำให้ลูกไม่มีเวลาว่างมากเกินพอที่จะอยู่กะเพื่อนมาก
เช่น ชวนไปเที่ยวบ้าง หรือ ซื้อของที่ลูกชอบให้บ้าง เค้าจะได้คิดว่าพ่อแม่ก็รักและสนใจเราอยู่เหมือนกัน
ไม่ได้จะว่าหรือตอกย้ำแต่อย่างใด ทำให้เค้าอยากอยู่บ้านบ้างเพราะมันสบายใจและดูอบอุ่นด้วย
ส่วนเรื่องคบเพื่อนที่โรงเรียนก้มีหลากหลายอยู่แล้วแต่เราก็ควรติดตามดูพฤติกรรมเค้าว่าเป็นยังไง
เวลาอยู่บ้านเป็นแบบไหน ที่โรงเรียนเป็นแบบไหน จะได้รู้ว่าลูกเราเวลาเค้าไปเรียนเค้าเป็นเด็กดีหรือไม่อย่างไร
แต่ถ้ายังไม่แน่ใจก็ให้ครูที่ปรึกษานักเรียนชี้แจงผ่านผู้ปกครองมาอีกทีก็ได้แล้วแต่จะสะดวก
เพราะเป็นการดึงลูกของเราไม่ให้เป็นเด็กเกเร ก้าวร้าว ดื้อรั้น
และไม่ควรทำนิสัยไม่ดีให้ลูกเห็น เพราะเค้าจะจดจำสิ่งไม่ดีเก็บไว้และอาจเอาไปทำร้ายผู้อื่นได้
ควรพูดและรับฟังเรื่องของลูกบ้างจะได้เข้าใจซึ่งกันและกัน
จากเด็ก15ที่ดื้อเกเรจนตอนนี้20แล้ว
(27 ธันวาคม 2555  เวลา 21:43:17)
ความคิดเห็นที่ 29
ลูกก็ม.2ปลายเทอมติดเพื่อนมากไม่อยู่บ้านเพื่อนก็ดมกาวลูกก็ไปลอง  ทำงัยดี พูดหมดทุกอย่างแล้วคุยดีก็แล้วปากลูกบอกว่าเลิก แต่จะจริงหรือเปล่า เพราะยังไปมาหาเพื่อนตลอด  ดื้อรั้นพอบอกก็ว่าด่า
แม่คนหนึ่ง
(21 ธันวาคม 2555  เวลา 10:41:39)
ความคิดเห็นที่ 28
ลูกชาย อยู่ ม.3ค่ะติดเพื่อนทั้งวัน ทั้งคืน ช่วงนี้ปิดเทอมออกบ้านตอนตี 2บ่อย เดี๋ยวนี้แม่เปลี่ยนล้อคประตูเวลาเขาออกจะต้องให้เขาหลาบจำ ดูเขาจะมีกล้าออกอีกมั้ย เหนื่อยค่ะ ลองใช้กฏ นี้ดูไม่รู้จะได้ผลรึเปล่า ชอบติดเพื่อน ก็นอนนอกบ้านเสียเลย ดูว่าเพื่อนมานั่งเป็นเพื่อนมั้ยล่ะ ไม่มีหรอก
บี
(5 พฤศจิกายน 2555  เวลา 01:24:37)
ความคิดเห็นที่ 27
ดิฉันเป็นอีกคนหนึ่งที่ลุูกอยู่ ม.2 ซึ่งมีปัญหาเรื่องการหนีเรียนจนต้องไปพักการเรียน ทุกวันนี้อยู่บ้านไม่ติด บ้านไม่กลับ โทรบอกก็ไม่โทร สิ่งที่ดีที่สุดในตอนนี้สำหรับคนที่มีปัญหาเหมือนกันคือทำใจให้ได้ อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด และตั้งรับปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นมา อภัย และให้โอกาส สองคำนี้อยู่ในจิตใจของคนเป็นแม่ทุกคน ถ้าเราไม่ให้อภัย และโอกาสเขา ใครล่ะจะให้เขา
หัวอกแม่
(24 กันยายน 2555  เวลา 10:41:57)
ความคิดเห็นที่ 26
อยู่ที่ว่าเมื่อเฃาคิดได้แล้วเขาจะกลับมาหาเราในสภาพไหน เท่านั้นเอง
นานะ
(6 กรกฎาคม 2555  เวลา 11:15:08)
ความคิดเห็นที่ 25
มีลูกสาววัย15ตอนนี้ดื้อและติดเพื่อนมากเลิกเรียนก็ไม่อยากจะเข้าบ้านอยากได้อะไรแม่หาให้ทุกอย่างทําไมเขาเป็นอย่างนี้คะ
คุณแม่ย้งสาว
(5 มิถุนายน 2555  เวลา 19:40:25)
ความคิดเห็นที่ 24
อย่างนี้แหละ
nou
(21 กุมภาพันธ์ 2555  เวลา 11:20:09)
ความคิดเห็นที่ 23
เป็นธรรมดาของวัยรุ่น  แต่ควรรู้ว่าเด็กไปทำอะไรที่ไหน  และควรมอบกิจกรรมภายในบ้านให้เด็กได้มีความรับผิดชอบ
kasida
(6 กุมภาพันธ์ 2555  เวลา 14:46:57)
ความคิดเห็นที่ 22
จำเป็นต้องกักบริเวณ แล้วตรวจสอบให้แน่ชัดก่อน ว่าการกระทำดังกล่าวเกิดจากสาเหตุอะไร พอได้สาเหตุที่แน่ชัดแล้ว ค่อยแก้ปัญหา จะได้แก้ได้ถูกจุด ดีกว่าพูดไปพูดมาไม่ได้ผลในบางครั้งถ้าไม่ฟังจำเป็นต้องใช้วิธีที่เด็ดขาดบ้างบางกรณี อย่าใช้ไม้อ่อนอย่างเดียว บางทีไม่ได้ผล เช็คให้ได้ว่ามีส่วนของยาเสพติดมั้ย แล้วแก้ที่ต้นต่อจะดีก่วา
ครูปกครอง
(15 มกราคม 2555  เวลา 20:30:51)
ความคิดเห็นที่ 21
ยุ่วม.2เหมือนกัน มีแฟนแล้วและก็มีเพื่อนเยอะเหมือนกัน แต่มั่ยดั้ยติดเพื่อนกะแฟนถึงขนาดนั้น แต่ออกปัยเที่ยวนอกบ้านก็บ่อยเหมือนกัน
เดกม.2คนนึง
(2 มกราคม 2555  เวลา 14:10:21)
ความคิดเห็นที่ 20
มีลูกชายอายุ 14 ติดแฟนมากค่ะ พ่อแม่ของผู้หญิงเคยมาละลานทาง ดิฉันและสามีบ่อยมาก ล่าสุดพ่อฝ่ายหญิงมาทำล้ายร่างกาย แฟนดิฉันเย็บ 8 เข็มค่ะ ดิฉันเลยบอกให้ลูกชายเลิกคบกับฝ่ายหญิง แต่เขาแอบคบกันลับๆ ค่ะ ดิฉันทราบต่อว่าเขารุนแรง และเราทะเลาะกันทุกวันเรื่องของแฟนของลูกชาย อยากทราบว่า ทำไมลูกชายดิฉันถึงรักแฟนของเขามากกว่าดิฉันและสามีคะ แต่ก่อนที่เขาไม่มีแฟนครอบครัวมีความสุขมากค่ะ ดิฉันนั่งร้องไห้ทุกวันเลยค่ะวันละหลายๆ รอบ จนบางทีอยากจะตายก็เคย ดิฉันควรทำอย่างไรดีคะ ช่วยแนะนำหน่อยค่ะ เพราะเครียดมาก ลูกก็อยู่ ม3 เทอม2 แล้วค่ะ
แม่ นิดค่ะ
(25 ธันวาคม 2554  เวลา 11:06:56)
ความคิดเห็นที่ 19
ลูกชายอยู่ ม.2 อาทิตย์ที่ผ่านมาชกต่อยกับพี่ ม.3 พ่อกับแม่รู้มาจึงถามลูกแต่สุดท้ายกลายเป็นพ่อกับแม่ทะเลาะกันซะ  อาทิตย์ต่อมาครูเรียกไปถามเพราะรู้จากเพื่อนว่ามีแฟน ครูให้เลิกคบกันฝ่ายหญิงร้องไห้ตัวเขาเองบอกว่าไม่มีอะไรเรื่องชกต่อยเป็นเรื่องของลูกผู้ชายและก็จบไปแล้ว แต่ทำไมให้เลิกคบด้วยทั้ง ๆ ที่เวลามีงานอะไรก็ช่วยกันให้คำแนะนำการเรียนก็ดีขึ้น ไม่มีอะไรกัน (แม่ไปรับ ไปส่งเองที่โรงเรียน)... ดีที่เขาเปิดเผยมีอะไรก็เล่าให้ฟัง ก็ได้อบรมไป  แต่ก็ยังต้องกังวล ต้องทำใจมากหากมีลูกชาย และเวลาก็จะช่วยให้ทุกอย่างดีขึ้น
น้อยนึง
(2 กันยายน 2554  เวลา 12:31:33)
ความคิดเห็นที่ 18
วัยกำลังโตก็อย่างนี้ละครับ
zxcvbnm
(27 กรกฎาคม 2554  เวลา 12:51:56)
ความคิดเห็นที่ 17
เห็นใจคนที่เป็นพ่อ แม่ เด็ก ม. 2 ทุกคน ทั่วประเทศ จากประสบการณ์ เด็กวัยนี้ จะเหมือนกันเป็นส่วนใหญ่ จะนึกถึงความคิดของตัวเองเป็นสำคัญ รักเพื่อน ห่วงเพื่อนเสมอ เพื่อนดีก็ดีตาม เพื่อนแย่ พ่อแม่ก็แย่ด้วย ขอแนะนำว่า พ่อแม่ต้องปรับพฤติกรรมตนเองใหม่ ต้องเตรียมตัวเป็นเพื่อนให้มากกว่าการเป็นผู้ปกครอง ต้องฟังมากกว่าพูด ต้องใช้ความอดทนสูงมาก ๆ ทนให้เหมือนพระอริยสงฆ์ นิ่งที่สุด และสังเกตุให้มาก เก็บข้อมูลของเขาทุกเรื่อง เมื่อเขามีปัญหาเราจะได้แสดงความสามารถในการให้ความช่วยเหลือ เขาจะยอมรับเรามากขึ้น พร้อมเสมอที่จะพบปัญหาและเผชิญหน้ากับปัญหาร่วมกับเขาทุกปัญหา แล้วทุกอย่างจะผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อเขาอยู่ ม. 2 เทอมปลาย ทุกอย่างจะกลับเข้าที่ เขาจะเป็นคนดีของสังคม ขอเอาใจช่วยทุก ๆ ท่าน รวมถึงประเทศไทยด้วย
ครูเก่า
(28 มิถุนายน 2554  เวลา 00:46:41)
ความคิดเห็นที่ 16
สามีเดี๊ยนก็ไม่อยู่ติดบ้านเหมียนกัน
สาวไฮโซ
(19 เมษายน 2554  เวลา 22:41:55)
ความคิดเห็นที่ 15
แย่แบบสุดๆๆๆๆๆ
แมวรักเพศชาย
(28 กุมภาพันธ์ 2554  เวลา 15:55:24)
ความคิดเห็นที่ 14
ผม ว่าอยู่ไม่ติดบ้าน ดีอย่างไม่ดีอย่าง ถ้าเค้าออกไปทำอะไรไม่ดีก็คงต้อง พูดคุย สืบไปดู แต่การอยู่บ้านตลอดก็ไม่ดี ผู้ปกครอง ต้องปล่อยเขาบ้าง บางที ถ้าเขามี"ความรับผิดชอบ" มันอาจพูดง่าย แต่ผมเชื่อว่าเด็กหลายคนอาจยังทำไม่ได้ ถ้ามีแล้ว ทุกอย่างก็ไม่น่าเป็นห่วงหรอกครับ
เด็กคนหนึ่ง
(25 กุมภาพันธ์ 2554  เวลา 15:08:03)
ความคิดเห็นที่ 13
ตอนนี้ก็อยู่ ม .2 เหมือนกันผมก็เป็นแบบนี้แหละ ก็รู้ว่าห่วงแต่เราก็ไม่กล้าเปิดใจคุย

จะบอกว่าอยู่บ้านน่าเบื่อมีแต่คนบ่นก็พูดไม่ได้ - -*
ตรงใจ
(30 มกราคม 2554  เวลา 19:01:45)
ความคิดเห็นที่ 12
เวลาคุยกับลูกให้พยายามเปิดใจคุยกันอย่าไปคาดครั้นเขามากเพราะเด็กเมื่อโดนเซ้าซี้จะหงุดหงิด หรือหาเวลาว่างทำกิจกรรมกันดูแลเขาโดยให้เขามีความรู้สึกว่าถ้าเขาจะทำอะไรก็ต้องแคร์ความรู้สึกพ่อแม่  อย่าเลี้ยงลูกด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต้องให้เขาเห็นค่าของทุกส่งที่ได้มาเขาจะมีความภาคภูมิใจและรักมัน  เลี้ยงเขาให้เหมือนกับพ่อ กับแม่ กับเพื่อน หรือกับใครก็ไดที่เขารู้สึกว่าเราจะไม่วุ่นวายกับเขาแล้วเมื่อมีปัญหาเขาจะปรึกษาเราเอง  ส่วนเรื่องเที่ยวขอให้เขารู้จักเวลาโดยการกำหนด และพยายามอย่าให้เขาไปค้างที่ไหน แล้วเมื่อเขาผ่านช่วงนี้ไปเขาจะรู้สึกเอง
ผู้ปกครองคนหนึ่ง
(15 ตุลาคม 2553  เวลา 20:44:41)
ความคิดเห็นที่ 11
ไม่ต้องคิดมากนะคะ ดิฉันก็มีลูกเรียนอยู่ ม. 2 เหมือนกันค่ะ แต่ไม่ติดเพื่อน ชอบอยู่บ้านแต่มีข้อเสียเหมือนกันค่ะ
คือติดคอมพิวเตอร์ และเวลาพูดคุยด้วยก็หงุดหงิดเป็นบางครั้ง ตามประสาวัยรุ่น (พยายามเข้าใจและใจเย็นพูดคุยกับเขาค่ะ) แต่ก่อนช่วงที่เขาเรียนระดับชั้นประถม พูดเพราะไม่หงุดหงิด น่ารักมากค่ะ พ่อ-แม่ต้องเข้าใจกลุ่มของวัยรุ่นให้มากที่สุดค่ะ เลี้ยงแบบไม่หย่อนหรือตึงเกินไปดีที่สุดค่ะ
umgist
(4 ตุลาคม 2553  เวลา 17:53:50)
ความคิดเห็นที่ 10
อิอิอ
ผิง
(3 ตุลาคม 2553  เวลา 10:00:49)
ความคิดเห็นที่ 9
หนูก็อยู่ม.2เหมือนกันค่ะหนูก็ไปเที่ยวกับเพื่อนทุกวันแต่ก็ไม่ได้ติดเพื่อนมากขนาดนั้นค่ะเด็กที่เรื่มโตก็เป็นอย่างนี้แหละค่ะเริ่มเข้าสู่วัยรุ่น
ผู้หวังดี
(11 สิงหาคม 2553  เวลา 21:18:04)
ความคิดเห็นที่ 8
หนุก็ม.2 นะคะ
แต่ไม่ได้ติดเพื่อนอ่ะค่ะ
เพื่อนชวนไปเท่ยวหลังเลิกเรียนก็ยังไม่ไปเลย
บ้านเราสบายที่สุดแล้วค่ะ
ลองทำให้ที่บ้านเป็นบรรยากาศสบายๆสิคะ
ไม่บังคับอะไรมากมายค่ะ
เด็กม.2
(27 กรกฎาคม 2553  เวลา 15:47:37)
ความคิดเห็นที่ 7
วัยกำลังจะเร่ิมรู้เห็นทดลองอยากรู้อยากลอง
สาว       SK          
(14 กรกฎาคม 2553  เวลา 15:58:06)
ความคิดเห็นที่ 6
เห็นใจมากครับ แต่ขออนุญาติแชร์ความเห็นนะครับว่า ในบางครั้ง ทางคุณผู้ปกครองปวดสมอง ลองตั้งหลักใหม่ถ้าหากถามไปแล้วก็ไม่ได้ผล ก็ให้ลองทำการจัดกิจกรรมเล็กๆน้อยๆ เช่น งานวันเกิดลูก หรืองานสังสรรค์อะไรก็ได้ที่ไม่ต้องใหญ่โตมาก (แบบว่าทำกินกันเองแบบ ชิลด์ ชิลด์นะครับ) และให้ลูกทำการชวนเพื่อนๆกลุ่มของเค้ามาที่บ้านให้มาร่วมงานกันทำอะไรกินกันเล่นๆ และทางคุณผู้ปกครองก็คุยกับเพื่อนๆเค้า และสังเกตุพฤติกรรมดูจะได้ทราบว่าเพื่อนเค้าเป็นอย่างไรกันบ้าง (แต่ห้ามไปดุ, เตือน, หรือแม้แต่แนะนำเพื่อนเค้านะครับ) แล้วค่อยหาวิธีในการปรับพฤติกรรมลูกของท่านที่หลัง
พ่อมือใหม่
(10 มิถุนายน 2553  เวลา 11:40:17)
ความคิดเห็นที่ 5
ออกไปโดยไม่บอกอะไรเลย
yok
(22 มีนาคม 2553  เวลา 21:52:12)
ความคิดเห็นที่ 4
มีปัญหาหนึ่ง ม.2 ชาย และหญิง พบเห็นในทำนองชู้สาว เรียกมาพูดคุย ก็ยอมรับว่ามีอะไรกันแล้ว ผู้ชายก็บอกว่ามีการป้องกัน  ถามไปพ่อ แม่ เขาก็บอกรับทราบแล้วแก้ปัญหาไม่ได้ เพราะจิตใจไปทางด้านนั้นแล้ว คือ มีความรัก แต่ความรักของเด็กมันส่อไปในทางอนาคตไม่สดใส  นี่คือปัญหาสังคม ที่ต้องนำมาให้เห็นชัด ทำไมเราไม่ไปป้องกัที่ต้นเหตุ เช่นละครที่ออกอากาศ แต่ละเรื่อง ก็เจาะจง ให้มีความรัก ส่อไปเรียมกาม ตัวละครอีกก้ต้องใสชุดโชว์เต้า .ทำไมเรจึงไม่ห้าม  สุดท้ายลงที่โรงเรียน  นักเรียนผู้หญิงคิดใหม่ต้องไปจีบผู้ชาย แต่งหน้าทาปาก ผู้ชายอีกก็ไม่ตั้งใจเรียน จ้องแต่ว่าผู้หญิงจะนัดมาเมื่อไหร่ โรงเรียนมีมาตรการ ก็แก้ปัญหาไม่ได้เพราะสังคมรอบๆจ้องแต่ทำลายเยาวชน ก้าวย่างอย่างเข้าใจ ช่วยลงให้ถึงสังคม ..ผู้ปกครอง .. อย่างน้อยเขาได้ทราบ..และได้ทำใจ..ตีแผ่ เฉพาะที่มันไม่ดี ขอโทษเด็กดีมีเหมือนกัน
ป่าพะยอม
(19 กันยายน 2552  เวลา 19 19:53)
ความคิดเห็นที่ 3
จริง ๆ แล้วพ่อแม่ทุกคนล้วนแล้วแต่เป็นห่วงลูกๆกันทั้งนั้น  ยิ่งเป็นลูกผู้หญิงก็ยิ่งห่วง  ลูกผู้ชายก็กังวล การเลี้ยงดู
เอาใจใส่  เป็นสิ่งสำคัญมาก  แต่ก็ควรทำในลักษIะที่พอเหมาะ  ไม่ให้เค้าอึดอัดหรือรู้สึกว่าถูกควบคุม  ให้เค้าคิดว่าเราก็เปรียบเสมือนเพื่อนคนหนึ่งที่สามารถจะพูดคุยในลักษณะของเพื่อนได้  " สำหรับตัวเองแล้วจะบอกกับลูก ๆ เสมอว่า
แม่ก็เป็นแม่ในส่วนของแม่  แต่ก็สามารถเป็นเพื่อนได้ในคราวเดียวกัน จะทำอะไรแม่ไม่เคยว่าแต่ขอให้อยู่ในขอบเขตของความพอดี  และสิ่งสำคัญ  คือหนูอย่าโกหกแม่นะลูก "
 
เครือข่ายteenpath
(3 กันยายน 2552  เวลา 03 08:31)
ความคิดเห็นที่ 2
พ่อแม่เป็นห่วงเหมือนกันทุกคน  หาโอกาสพูดคุยกับเพื่อน ๆของลูก  โดยให้ลูกชวนมาที่บ้านเราบ้าง  ให้ทำกิจกรรมที่เขาพอใจและเราก็ดูเขาห่าง ๆ ก่อน  จากนั้นหาโอกาสร่วมสนทนา  ให้ความไว้วางใจกับเพื่อน ๆของลูก  เขาจะรู้ว่าเราหว่งใย  ลองดูนะ
ผุ้ปกครองวัยเดียวกัน
(1 กันยายน 2552  เวลา 01 21:58)
ความคิดเห็นที่ 1
จะเห็นว่าพ่อแม่ของลูก ๆ วัยนี้จะมีอาการไม่ต่างกันเลย เฉกเช่นข้าพเจ้าได้พบมา แต่เชื่อเถอะทุกท่านทำได้และทำได้ดีที่สุด คือทำใจ ทำใจเย็น ๆ  รอให้เขาได้มีโอกาสปรับตัวเข้ากับความต้องการของเรา เข้าใจความต้องการของลูกวัยรุ่นลองพบกันครึ่งทางดูสิ แล้เราจะไม่ปวดหัวอีกเลย  
เครือข่ายคนหนึ่ง
(1 กันยายน 2552  เวลา 01 19:25)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
18272944