ห้องลูกที่ปรึกษา
ทำยังไงถึงจะรู้ว่าลูกสาวใช้ยาหรือเปล่า
รูปจาก www.thaibignews.com
สวัสดีค่ะ
          ลูกสาวอายุ ๑๗ ปี ก่อนหน้านี้น่ารักมาก เชื่อฟังแม่ดี เหล้าบุหรี่ไม่เคยแตะ มาตอนนี้ทั้งกินเหล้า สูบบุหรี่ คบเพื่อนผู้ชายท่าทางแปลกๆ ไม่รู้ว่าจะชวนกันไปติดยาหรือเปล่า ทำไมเด็กที่เคยน่ารักจึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ ช่วยให้คำแนะนำหน่อยว่าทำอย่างไรจึงจะรู้ว่าลูกติดยาหรือเปล่า
แม่ผู้หัวใจสลาย
 
ตอบคุณแม่ผู้หัวใจสลาย
          ถ้าอยากรู้ว่าลูกติดยาหรือเปล่า ก็คงต้องเข้าไปถามครับ แต่จะถามไปทำไม ในเมื่อถ้าติดไปแล้วก็คือติด ก็ต้องบำบัด แต่ถ้าไม่ติดหละ­ ถ้าถามไปแล้ว กลัวลูกจะยิ่งไปทำอะไรที่คุณแม่คิดว่าไม่ดีขึ้นมาหละ­ ทุกอย่างก็คงแย่ลงใช่ไหมหละครับ­ แล้วผมจะตอบแบบที่ทุกๆ คนที่อ่านคงคิดอยู่ทำไม­
          คำแนะนำของผมก็คงจะเป็น ไม่ใช่ทำอย่างไรให้รู้ว่าลูกติดยา แต่ทำอย่างไรให้ลูกแชร์เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเขาให้เราฟังมากกว่า อย่างตัวผมก็มีแม่ที่ผมแชร์ให้ฟังได้ในทุกเรื่อง ทุกๆ เรื่องจริงๆ
          ถึงช่วงเวลาหนึ่งก็จะมีช่วงเวลาที่ถ้าผู้ใหญ่ทำ เรียกว่า “เข้าสังคม” แต่วัยรุ่นทำ เรียกว่า “ทำตัวเหี้ย” ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องเดียวกันแท้ๆ แต่พอวัยรุ่นทำ มันกลายเป็นเรื่องที่แย่ และปัจจัยหลายๆอย่างที่ทำให้วัยรุ่นทำอย่างนั้น ผมไม่ทราบว่าลูกสาวของคุณแม่จะคิดอย่างไร แต่ผมขอยกตัวอย่างเพื่อนของผมคนหนึ่งให้ฟังแล้วกัน
          เพื่อนผมคนหนึ่งมันไม่เคยสูบบุหรี่ ไม่กินเหล้า บ้านไม่มีปัญหา ชีวิตมีความสุขปรกติดี ขึ้นมหาวิทยาลัยปีหนึ่ง ทำทุกอย่างทันที ผมถามมันว่า “ทำทำไมวะ­” กินเหล้า สูบบุหรี่ ดูดเนื้อ(กัญชา) มันตอบกลับมาว่า “ทำไมทำไม่ได้วะ­ ในเมื่อเราเอาทุกเรื่องมาคุยกันในตอนกินเหล้า จะไปทำแบบนี้กับใครที่ไหนได้วะ­”
          มันเหมือนเป็นความสุขของมันที่จะทำในสิ่งเหล่านั้น และมีคนที่จะคอยแชร์เรื่องต่างๆ ให้ฟัง แต่ถามว่าถึงขึ้นเสพยาเสพติดประเภทอื่นไหม ก็คงไม่มี มันคงเสี่ยงนะครับ เสี่ยงทั้งตาย เสี่ยงทั้งติดคุก แถมโดนพ่อแม่ด่า ถ้ายังอยากสนุก ยังอยากมีชีวิตอยู่ มันบอกว่าจะไม่ทำ
         พอได้ฟังแล้วมานึกถึงตัวผมเอง ก็มีช่วงเวลาแรกๆ ที่แอบแม่ไปกินเบียร์กินเหล้า ช่วงนั้นผมกับแม่ไม่ค่อยได้คุยกัน (ถ้าแม่อ่านอยู่ - มันก่อนแม่จะรู้แค่สองสามเดือนเอง ไม่เป็นไรเนอะ ผ่านๆ ไปแล้ว) สิ่งที่ทำให้ผมไปกิน ไม่ใช่ไปกิน แต่ไปคุย ไปสังสรรค์ เรื่องบางเรื่อง เราคุยกับใครไม่ได้ยกเว้นเพื่อนที่เมา แล้วพูดในสิ่งที่มันคิดจริงๆ ออกมา – ผมไม่กล้าบอกแม่ ไม่อยากบอกแม่ว่าไปกินเบียร์ เดี๋ยวเรื่องยาว แต่หลายเดือนหลังจากนั้น พอแม่เริ่มคุยกับผมมากขึ้น หรือผมคุยกับแม่มากขึ้นนั่นแหละ ก็ทำให้ผมเล่าให้แม่ฟังว่าไปทำอะไรมาบ้าง มันเหมือนกับว่า ถ้ารู้ว่าพูดไปแล้วจะโดนดุนิดๆ หน่อยๆ ยังไงก็เล่าให้ฟัง เพราะลึกๆ แล้ว คนในครอบครัวก็เป็นคนที่เราอยากแชร์เรื่องราวกับเขาอยู่แล้ว เพียงแต่มีโอกาสน้อย เพราะเจอหน้ากันทุกวัน จนพอจะเดานิสัยออกได้ ถ้าเรื่องไหนพูดไปแล้ว จะโดนฟาดด้วยมือ/เท้า คนที่รู้ความแล้วฉลาดหน่อย ก็คงจะไม่พูดหละครับ
         เอาหละ ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องที่ผมเจอมาเองหละนะครับ ถ้าคุณแม่อยากรู้จริงๆ ว่าคุณลูกสาวติดยาหรือเปล่า ก็อยากให้คุณแม่ถามลูกสาวเรื่องอื่นๆ ด้วย เช่น “เป็นไงบ้าง เรียนช่วงนี้­” “ความรักเป็นยังไงบ้าง” “เย็นนี้กินข้าวรึเปล่า” “ไปช็อปปิ้งกับแม่ไหมเสาร์นี้” “วันศุกร์ไปดูหนังกัน” หรืออาจจะเป็น “ไปข้าวสารไหม แม่จะไปกับเพื่อนๆ เลี้ยงงานวันเกิด ลูกชวนแฟนไปด้วยก็ได้” อะไรแบบนี้หละครับที่น่าถาม
          แล้วเรื่องอื่นๆ ของลูกสาวคุณแม่ คุณแม่ก็คงจะรู้เอง
          (ผมไม่เข้าใจว่ากินเบียร์มันไม่ดีตรงไหน ข้อเสียของเบียร์สำหรับผมคือ เปลืองตังค์และลำบากเวลาพาคนอื่นกลับเท่านั้นเอง ที่เหลือก็มีเรื่องดีๆ อีกตั้งมากมายที่เราได้มาจากการไปนั่งกินเบียร์ อ้อ แต่สูบบุหรี่นี่ ไม่รู้ว่าดีหรือเปล่า เพราะไม่เคยลอง)
          ขอให้โชคดีครับ

          (ชายพเนจรเป็นนามปากกาของเด็กหนุ่มย่าง ๑๙ ปี ซึ่งอาสามาทำหน้าที่ตอบปัญหาที่คาใจผู้ใหญ่ ใครอยากได้คำตอบแบบ “แนวแนว” เชิญส่งคำถามมา mase@live.com)


 

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 9
กหหกหก
(22 มิถุนายน 2557  เวลา 17:30:54)
ความคิดเห็นที่ 8
ผมอยากมาแชร์ประสบการณ์บางอย่างนะครับ
ก่อนอื่นเลยอยากให้คุณแม่นั้น ตั้งสติดีๆ การตั้งคำถาม ( คำถามบางอย่างจะทำให้ลูกนั้นโกหกแน่นอน เพราะจะทำให้เด็กเกิดความกลัว วิตกกังวลไปก่อน เพราะฉะนั้น อยากให้เข้าหาลูกมากกว่า  การเอาใจใส่ ด้วยคำพูด กริยา ท่าทาง
ดีกว่าการถามหาคำตอบนะครับ
แต่มีประสบการณ์ส่วนตัวเล็กน้อยจะร่วมแชร์
คือถ้าติดยาจิง ถ้าเป็นประเภท กัญชา จะมีลักษณะอาการคือ คล้ายคนเมาเหล้า(ทุกกริยาจะเหมือนเมาเหล้าแต่ไม่มีกลิ่นเหล้า)จะมีกลิ่นฉุนคล้ายบุหรี่ ถ้าน้องเค้าสูบบุหรี่ด้วยจะต้องลองหักบุหรี่ออกมาดูจะมีลักษณะคล้ายยาเส้น สีเขียวๆ จะเหม็นเขียวมาก อันนั้นแหละ กัญชา
ถ้าเป็นยาบ้า สีออกส้มๆ กลินหอม คล้ายช๊อกโกแล๊ค จะมีลักษณะอาการคือ ไม่ยอมหลับ ยอมนอน เบื่ออาหาร หน้าโทรมเหมือนคนไม่ได้นอน จะมีพฤติกรรมใช้เงินเปลืองมาก เพราะ ยาเม็ดละ 200 - 300 บาท จะมีซองบุหรี่(ฟอยด์)เพื่อไว้เสพยา
*** ถ้าลูกของคุณแม่มีพฤติกรรมเสี่ยง...... ก็ควรจับเข่าคุยกันดีๆ หาทางออกที่ดีที่สุด ****
ขอให้โชคดีนะครับ                       ( จาก คนที่เคยเลว...................แต่กลับใจ)
คนที่เคยเลว...................แต่กลับใจ
(30 เมษายน 2555  เวลา 10:11:19)
ความคิดเห็นที่ 7
ใช้ไม้เลยไม่ต้องพูดมาก อายุแค่ 17 ปีเอง ดัดง่ายอยู่แล้ว ผู้ที่เป็นพ่อแม่ ดำเนินการได้เลย รับรองว่าอยู่หมัด ไม่ต้องไปนั่งปวดหัวอยู่ ที่นั่งปวดหัวอยู่เนื่องจากไม่ทำหรือเปล่า
ครูปกครอง
(15 มกราคม 2555  เวลา 20:36:01)
ความคิดเห็นที่ 6
อยากช่วยนะครับคุณแม่ อย่างแรก สำหรับลูกผู้หญิง วัยรุ่นยิ่งว่ายิ่งยุครับ อย่าไปจำกัดสิทะฺ์เค้าตอนนี้เพราะผมคิดว่าสายแล้วครับ ยังไงก็ถ้าเค้าจะทำอะไร จะกิน จะสูบขอให้อยู่ในสายตาเราครับ พยายามดึงลุกกลับมาในครอบครัวให้มากที่สุดครับ ตอนนี้ ไม่รุ้ว่าเขาติดยา หรือไม่ติดยา มีค่าเท่ากันครับ ถ้าอยากรู้ก็ถามเขาตรงๆครับ เคาจะโกหกหรือ ไม่โกหกก็เรื่องของเขา แต่ที่แน่ๆเขาต้องโกหกแน่ครับ อันนี้ก็ทำให้เขาได้รู้แล้วว่าเราสงสัยเขาแล้ว แต่อย่าไปว่าอะไรเขานะครับ พูดดีๆกับเขา เอาความรักเข้าใส่ครับ บอกเขาว่า ถ้าติดก็ยังไม่สายครับ ทุกๆวันพยายามทำความใกล้ชิดให้มากที่สุดครับ ถ้า ลูกยังไม่หายอาการที่เป็นอีก ไปซื้อที่ตัวฉี่ครับ จะมีแค่ร้านขายยาบางร้านเท่านั้นครับ ตรวจได้เฉพาะ ม้า ไอซ์ อย่างอื่นไม่แน่ใจ แต่ที่กล่าวมา สองอย่างนี้ก็เป็นที่นิยมมากแล้วครับ ตรวจว่าติดก็คุย เพื่อให้ไปบำบัด ผมว่าคนติดยาหลายๆคนอยากเลิกครับ แต่เลิกไม่ได้ของแบบนี้อยุ่ที่ใจครับ ยากจิงๆ มันเหมือนไม่ติดนะ แต่มันอยบากบางที สังคมไม่ดีก็พยายามเอาเขาออกจากสังคมที่เป้นอยุ่นะครับ ผมว่าสักวันเขาจะกลับมา ถ้ามีเงินส่งไปเมืองนอกเลยครับ ประเทศเราไม่ไหวครับ มีแต่ยาครับทุกที่จิงๆผมติดยามาสิบเจ็ดปี กว่าจะเลิกได้ คิดจะเลิกแล้วเลิกอีก ก็กลับไปสู่วังวนเดิม คิดว่าสูบเล่นๆสนุกสนาน ไม่จบซะทีครับ จนต้องตัดใจครับ สุดท้ายที่ตัวเองครับ แม่อย่าเสียใจ อย่าโทษตัวเองครับ ทำดีที่สุดแล้ว คนมันจะดีมันก็ดี คนจะชั่วทำยังไงมันก็จะชั่ว พยายามให้เขาอยุ่ในกรอบ แต่ไ หาเพื่อนดีคบเถอะม่อึดอัดนะครับ เพื่อนสิ่งสำคัญสุด ถ้าเลิกคบได้เลิกคบเถอะ
โชค
(27 กันยายน 2554  เวลา 22:44:43)
ความคิดเห็นที่ 5
ดิฉันเห็นด้วยกับคำแนะนำของชายพเนจรค่ะ  ดิฉันก็เคยมีชีวิตวัยรุ่นที่ทำตัวเหลวไหลมาแล้ว  จากการที่มีคุณแม่ที่ไม่ค่อยได้คุยกันมันทำให้เรื่องมันดูแย่ไปหมด  ทุกวันนี้ดิฉันได้เป็นแม่แล้วมันทำให้ดิฉันอยากใกล้ชิดและรับฟังสิ่งที่ลูกพูดให้มากที่สุด ดิฉันคิดว่าการให้ความเป็นเพื่อนเข้าใจวัยที่เขาเป็นอยู่  เป็นแม่ที่มีเวลาคุยกับลูกมากๆ ลูกของคุณก็จะเปิดใจกับคุณเอง เริ่มตอนนี้เลยค่ะ ขอเป็นกำลังใจให้นะคะ
คนเคยเลว
(6 เมษายน 2554  เวลา 20:50:56)
ความคิดเห็นที่ 4
ผมไม่ได้เป็นหมอไม่ได้มาอวดรู้ และคงบอกไม่ได้ว่าอะไรกันแน่ที่ทำให้ลูกสาวคุณแม่เปลี่ยนไป ผมเป็นคนหนึ่งที่เคยหลงอยู่ในวังวนแบบนี้เป็นสิบปี ตอนนี้ผมอายุ 28 จบ ปโท แล้ว ทำงานแล้ว เลิกหมดแล้ว ไม่เที่ยวกลางคืน ไม่ไปทำไรให้ พ่อ แม่  ต้องห่วงอีก ผมอยากช่วยคุณแม่นะครับ ผมเองตอนเริ่มต้นก้อเหมือนลูกสาวคุณแม่นี่หละ แต่ถ้าถามผม ผมว่าเมื่อเรื่องมาถึงตรงนี้ น้องเค้าคงจะไม่ยอมแชร์อะไรให้คุณแม่ง่ายๆหรอกครับ เค้าจะรับเฉพาะคนที่รู้สึกว่าเหมือนกัน หัวอกเดียวกัน อะไรประมาณนั้นเท่านั้น เอาละครับผมต้องขอบอกว่าอยากช่วยจิงๆ ถ้าคุณแม่สนใจจะคุยกะผมก็มาตอบไว้นะครับ แล้วเราจะคุยกัน และผมขอยืนยันนะครับว่าผม ไม่ได้มาทำเพื่อหวังอะไรทั้งนั้น ผมแค่อยากทำดีมากๆ ชดเชยสิ่งที่เคยทำลงไป


แล้วจะรอการติดต่อมาของคุณแม่นะครับ

เป็นกำลังใจให้ครับ

ผู้หลุดพ้น
ผู้หลุดพ้น
(6 มกราคม 2554  เวลา 19:54:12)
ความคิดเห็นที่ 3
การกินเหล้าให้มีขอบเขตมันก็ยังดีกว่านะ คือเรากินเพราะเข้าสังคม แค่จิบนะ ไม่ถึงแก้ว แต่สูบบุหรี่มันไม่ดีนะเราว่ามันมีกลิ่นเหม็นนะ เราว่าการพูดแชร์นะดีนะเราชอบอยู่คนเดียวมากกว่านะจะทบทวนเวลาที่ผ่านมาได้ดี
คนเคย
(24 พฤศจิกายน 2553  เวลา 20:21:48)
ความคิดเห็นที่ 2
ระหว่างดื่มกับไม่ดื่ม(เบียร์)อะไรดรกว่ากัน
หกด้
(4 ตุลาคม 2553  เวลา 09:59:13)
ความคิดเห็นที่ 1
กินเหล้ากินเบียร์นี่มันผิดศีล 5 ข้อที่ 5ไม่ใช่หรอ ไม่กลัวตกนรกหรอ
เราว่าอันที่จริงมันเป็นมาตั้งแต่ต้นแล้วแหละ ถ้าสังคมไม่มีเหล้า ไม่มีบุหรี่ ซึ่งเจ้าของอบายมุขเหล่านี้กดหัวรัฐบาลอยู่
จึงนำออกมาขาย มาโฆษณา แล้วคนที่ไหนจะไม่อยากลองในเมื่อตัวอย่างคนในโฆษณาพอดื่มๆไปแล้วก็ดูมีความสุขดี แต่ถ้าเป็นเรื่องจริงนั้นมันไม่ใช่ ถ้าตอบในทางแพทย์สุราและอบายมุขต่างๆก็เป็นโทษต่อร่างกายทั้งนั้น ตับ สมอง ปอด ฯลฯ
เพราะฉะนั้น อย่าไปแตะต้องมัน ชีวิตของเราถ้าขาดสิ่งเหล่านี้ไป มันไม่ได้ทำให้ชีวิตแย่ลงเลย กลับทำให้ชีวิตของเราดียิ่งขึ้นเสียอีกน่ะ
ควรแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ไม่ใช่ปลายเหตุ
(19 กุมภาพันธ์ 2553  เวลา 23:48:32)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
18499471