สาระสารพัน : เรื่องประจำฉบับ
เมื่อวัยรุ่นยะลา-ปัตตานี กำลังเผชิญกับการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ปลอดภัย

          สังคมมักจะพูดถึงวัยรุ่นว่าเป็นวัยที่ “อยากรู้ อยากเห็น อยากลอง” ยิ่งเมื่อนำมาเชื่อมโยงกับวิถีชีวิตทางเพศก็พบว่าสิ่งต่อไปนี้มักจะเกิดขึ้นในช่วงวัยรุ่น... เช่น อยากมี “กิ๊ก” เอาไว้เพื่อความสุขทางใจ มีความสุขที่ได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่รู้สึกว่า “ใช่” และอยากพัฒนาความสัมพันธ์มากขึ้นเรื่อยๆ มีอารมณ์ทางเพศไม่ว่าจากการดูสื่อ มองเห็นจากสิ่งรอบๆ ตัว หรือจากการได้สัมผัสใกล้ชิดทางกายกับคนที่เราพึงพอใจ อยากรู้ว่าการมีเพศสัมพันธ์เป็นอย่างไร จะสุข จะดี เหมือนที่เคยได้ยินหรือเปล่า หรือถ้าเคยมีเพศสัมพันธ์ก็อยากจะลองเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ ที่ต่างไปจากเดิม ก็ยิ่งตอกย้ำว่าวัยรุ่น “อยากลอง”

          อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาอย่างถี่ถ้วนจะพบว่า สิ่งที่กล่าวมาข้างต้นก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในทุกเพศทุกวัยและทุกพื้นที่ ความน่าสนใจอยู่ที่ว่า หากสังคมคิดว่าวัยรุ่นเป็นวัยที่ “อยากลอง” อยากรู้เรื่องเพศแล้ว พวกเขามีข้อมูลเรื่องเพศศึกษาเพียงพอที่จะประเมินสถานการณ์ ภาวะอารมณ์ และตัดสินใจเลือก/ไม่เลือกที่จะมีเซ็กส์ รวมทั้งจะจัดการเรื่องความสัมพันธ์และความปลอดภัยจากการเลือกที่จะมี/ไม่มีเซ็กส์ครั้งนั้นได้หรือไม่ อย่างไร

 

วิถีชีวิตของวัยรุ่น : กรณีศึกษาวัยรุ่นมุสลิมในพื้นที่ภาคใต้ (ปัตตานีและยะลา)

            วิถีชีวิตของวัยรุ่นมุสลิมดูเหมือนจะไม่แตกต่างจากวัยรุ่นทั่วไป พวกเขายังคงมีความรัก มีแฟน มีกิ๊ก และเซ็กส์กับคนรักของเขา

          เป็นเรื่องธรรมดาที่วัยรุ่นเมื่อมีแฟน ก็อยากอยู่ใกล้ชิดกับแฟนตามลำพัง อยากพูดคุย อยากสัมผัสซึ่งกันและกัน ซึ่งจากการพูดคุยกับวัยรุ่นที่มักจะไปเที่ยวกับแฟนที่สวนขวัญเมือง จ.ยะลา พบข้อมูลที่น่าสนใจหลายอย่าง เช่น สถานที่และบรรยากาศเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วัยรุ่นมีเซ็กส์ได้ วัยรุ่นชายคนหนึ่งแสดงความเห็นว่า

            “มันอยู่ที่บรรยากาศพาไปด้วยมากกว่า เพราะที่นี่บรรยากาศดี มันหลบมุมดีด้วย มันทำให้บางคนกล้าที่จะทำอะไรมากกว่าที่เราคิดไว้”

          สถานที่และบรรยากาศเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้วัยรุ่นมีเซ็กส์ทั้งๆ ที่อาจจะไม่ได้คิดมาก่อน เพราะบางรายก็ตั้งใจแค่มานั่งคุยกัน จึงเป็นไปได้ว่าไม่ได้เตรียมเรื่องการป้องกัน ไม่ได้พกถุงยางมาด้วย ทำให้มีโอกาสเสี่ยงต่อการตั้งครรภ์โดยไม่พร้อมและติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์

          วิถีชีวิตอีกประการหนึ่งที่ทำให้วัยรุ่นในภาคใต้มีโอกาสเสี่ยงต่อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์คือ การเปลี่ยนคู่

          คงไม่มีใครอยากเปลี่ยนคู่บ่อยๆ แต่ด้วยวิถีชีวิต ความจำเป็นบางอย่าง อาจทำให้บางคู่ต้องเลิกรา บางคนไปมีคู่ใหม่ วัยรุ่นหญิงในพื้นที่ภาคใต้ก็เช่นกัน หลายคนมีแฟน มีกิ๊ก เป็นทหารและตำรวจซึ่งไม่ใช่คนในพื้นที่ และเป็นไปได้ว่าในอนาคตจะถูกโยกย้ายไปทำงานพื้นที่อื่น วัยรุ่นคนหนึ่งให้ข้อมูลว่า

            “กิ๊กที่เป็นทหารนี่ เขาจะกลับแล้วตุลาฯ นี้ แต่กิ๊กตำรวจนี่ เขายังอยู่ที่นี่ต่ออีกสิบปี แล้วแต่ชะตาค่ะพี่ ยังไงต่อก็ต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลง”

          วัยรุ่นส่วนหนึ่งที่มีคู่เป็นทหารหรือตำรวจก็กลัวว่าคู่จะหลอกมีเซ็กส์แล้วไม่รับผิดชอบ แต่อีกส่วนหนึ่งก็ไม่กลัว “ไม่คิดไรมากค่ะพี่ ถือว่าเราได้ เขาได้ คิดมากไม่ได้หรอก อนาคตมันไม่แน่ ไม่นอน”

          ในขณะที่วัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่งคิดว่าตัวเองและแฟนไม่มีทางได้แต่งงานกันเพราะเงื่อนไขทางศาสนา “เรามีเซ็กส์กันแล้ว แต่ถ้าเป็นเรื่องแต่งงานก็นึกไม่ออก เราอิสลาม เขาไทยพุทธ คิดว่าแค่คบกัน แต่คงไม่ถึงขั้นแต่งงาน มันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ที่บ้านต้องไม่ให้แน่ ๆ”

             ความไม่แน่นอนของอนาคตประกอบกับเงื่อนไขทางศาสนา เมื่อรวมกับสถานการณ์ที่วัยรุ่นหลายคนที่มีแฟน มีกิ๊ก ก็มีเซ็กส์ด้วยกันแล้ว และเป็นเซ็กส์ที่ไม่ได้ป้องกัน คำถามที่น่าคิดคือ แล้วความปลอดภัยจากการตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อมและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ล่ะ?

 

ความปลอดภัยที่ (ยากจะ) เข้าถึง

            สถานการณ์การติดเชื้อเอชไอวีแม้ว่าจะไม่รุนแรงเหมือนในอดีต แต่ก็พบว่าประชากรกลุ่มอายุ ๒๕ – ๒๙ ปี มีอัตราการป่วยเอดส์มากที่สุด หมายความอาจจะได้รับเชื้อเมื่อ ๗-๑๐ ปีมาแล้ว ซึ่งก็คือช่วงอายุ ๑๘ – ๒๒ ปีโดยประมาณ สอดคล้องกับช่วงอายุของกลุ่มวัยรุ่นมุสลิมซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลที่มีอายุระหว่าง ๑๖ – ๒๐ ปี

            วัยรุ่นส่วนใหญ่ที่ให้ข้อมูลกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกเขาไม่มีข้อมูลที่จะป้องกันตัวเองหรือจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นจากการมีเซ็กส์ได้ เพราะการแสดงความอยากรู้ในเรื่อง “เพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย” จะถูกมองว่าเป็น “คนไม่ดี” ทำให้ต้องจัดการปัญหาตามทางเลือกเท่าที่มีหรือเท่าที่รู้มา เช่น เรื่องทำแท้ง

          วัยรุ่นคนหนึ่งให้ข้อมูลเรื่องสถานที่ทำแท้งว่า “มีหลายที่ครับ วัยรุ่นก็รู้กัน จะเอาแบบไหน แบบบ้านๆ หรือคุณหมอจากโรงพยาบาล ศูนย์แม่และเด็ก คลินิกเยอะไปหมด แต่ต้องใช้เงินเยอะเหมือนกัน ล่าสุดนี่ เพื่อนผมคนหนึ่ง ม.๕ ท้อง ๗ เดือน หมอเอา ๒๘,๐๐๐ บาท กว่าจะหาเงินได้ สงสารเพื่อนมากเลย”

          การตั้งครรภ์เมื่อไม่พร้อม ไม่เพียงแต่จะนำไปสู่การทำแท้งเท่านั้น แต่วัยรุ่นส่วนหนึ่งจะถูกผู้ปกครองบังคับให้แต่งงาน ทั้งๆ ที่ก็ไม่พร้อมที่จะแต่งงานเช่นกัน วัยรุ่นส่วนหนึ่งสะท้อนว่า “มีเพื่อนผมตกเลือด ชัก จนพ่อแม่จับได้ว่าไปทำแท้ง แล้วก็ถูกจับแต่งงานกับผู้ชาย ตอนนี้ก็หย่ากันแล้ว อายุพึ่งจะ ๑๗ เอง”

            “หนูไปทำแท้งตอน ๖ เดือน แต่งงานแล้ว แต่อยู่กันไม่รอดกับแฟน เพราะตอนนั้นเพิ่งคบกันไม่เท่าไหร่ โดนจับแต่งงานตอนท้อง แม่อายมาก เลยให้ทำแท้งก่อน กลัวชาวบ้านรู้ ตอนแต่งงานเดินไม่ไหวเลย เพราะเพิ่งไปคลอดลูกก่อนกำหนดมา (ยุติการตั้งครรภ์)”

          ดูเหมือนว่าสถานการณ์เรื่องเพศที่เกิดขึ้นกับวัยรุ่นจะสวนทางกับข้อมูลในการจัดการเรื่องเพศเท่าที่วันรุ่นควรจะมีอยู่ในมือ ในขณะที่วัยรุ่นส่วนหนึ่งมีเซ็กส์กันแล้ว แต่ปรากฏว่าข้อมูลเรื่องวิธีการป้องกันหรือการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างปลอดภัยกลับแทบไม่มีในมือของพวกเขา

            คำถามคือ เราจะปล่อยให้วัยรุ่นต้องเผชิญกับปัญหาเรื่องเพศบนความเสี่ยงเช่นนี้หรือ?

 

บทสรุป

             ในสถานการณ์ที่เรื่องเพศเป็นเรื่องที่วัยรุ่นสนใจ วัยรุ่นบางส่วนมีเพศสัมพันธ์แล้ว ในฐานะผู้ใหญ่ที่มีข้อมูลต่างๆ อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเรื่องวิธีการป้องกัน อุปกรณ์ในการป้องกัน หรือทางออกในการจัดการปัญหาอย่างปลอดภัย เราจะเลือกให้วัยรุ่นดำเนินชีวิตทางเพศไปในทิศทางไหน

          แบบที่ผู้ใหญ่อย่างเราปิดหู ปิดตา ไม่ยอมรับรู้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น และหาทางป้องกันด้วยการไม่บอกข้อมูลต่างๆ ด้วยหวังว่า ถ้าไม่มีข้อมูลเหล่านี้ วัยรุ่นจะกลัวจนไม่มีเพศสัมพันธ์ ถ้าเกิดมีปัญหาอะไรขึ้นมาก็จัดการ (ตามวิธีคิดของผู้ใหญ่) เป็นกรณีๆ ไป หรือให้วัยรุ่นจัดการกันเองตามยถากรรม

          หรือเลือกที่จะให้ข้อมูลเรื่องเพศอย่างรอบด้านกับวัยรุ่น เพื่อให้พวกเขามีข้อมูลมากพอที่จะคิด วิเคราะห์ พิจารณา หาทางเลือกที่เหมาะสมในการป้องกันและจัดการปัญหา

          และพร้อมจะรับผิดชอบผลที่เกิดขึ้นจากการตัดสินใจด้วยตัวของเขาเอง
 
รูปจาก www.oknation.net
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
.........
เลว
(19 ตุลาคม 2553  เวลา 15:36:06)
ความคิดเห็นที่ 2
เราถามเรื่องที่ตั้งสันพันธ์ไม่ใช้เพศสัมพันธ์ที่หลังทำให้มันตงตงหุย
คนซ้า
(19 ตุลาคม 2553  เวลา 15:35:00)
ความคิดเห็นที่ 1
การมีเพศสัมพันธ์เป็นสิ่งที่คนเราต้องมีกันทุกคน  และเป็นเรื่องจำเป็น
คนมั่ยรู้เรื่อง
(21 มีนาคม 2553  เวลา 09:23:29)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (path2health) อาคารร่วมประสงค์ ชั้น 3
37/1 ถนนเพชรบุรี 15 แขวงพญาไท เขตราชเทวี  กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-653-7563-5 โทรสาร: 02-653-7566
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
34917932