สาระจากงานประชุม-กิจกรรม : กิจกรรมเยาวชน
บันทึกหน้าแรก ของค่ายเยาวชนแกนนำส่งเสริมสุขภาวะทางเพศ จ.ชัยภูมิ
วันที่ ๕-๘ มิถุนายน ๒๕๕๕ จ.ชัยภูมิ

          ผ่านไปด้วยดีกับกิจกรรมค่ายแกนนำเยาวชนส่งเสริมสุขภาวะทางเพศในสถานศึกษา จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 5-8 มิถุนายนที่ผ่านมา เด็กมัธยมและอาชีวศึกษาในพื้นที่ 40 คน จาก 10 โรงเรียนได้มาเรียนรู้ร่วมกันตลอด 3 วัน 2 คืน ร่วมกับคุณครู 10 คน เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากโรงพยาบาลเนินสง่า ชัยภูมิ แก้งคร้อ และหนองบัวระเหว เจ้าหน้าที่จากศูนย์คุ้มครองสิทธิด้านเอดส์ในพื้นที่ร่วมสังเกตการณ์ รวมเจ้าหน้าที่องค์การแพธและผู้ประสานงานในพื้นที่อีกรวม 65 คน 

          ถึงแม้บรรยากาศในช่วงแรกๆ จะไม่ต่างกับค่ายอื่นๆ มากนักคือการสร้างความคุ้นเคยด้วยกิจกรรมสัมพันธ์สลับกับเนื้อหา แต่พอเข้าสู่ช่วงที่เน้นกระบวนการทางความคิด โดยเฉพาะการสำรวจตัวเองจากการ “ชวนคิด” ที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ กลายเป็นช่วงเวลาที่เด็กๆประทับใจกันมาก และเมื่อถามถึงเหตุผล ส่วนใหญ่บอกว่ากิจกรรมนี้ทำให้รู้สึกว่าผู้ใหญ่ให้ความสำคัญกับตัวตนแท้ๆของพวกเขา มากกว่าการส่งผ่านความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เหมือนกับที่ผ่านๆมา

          “สนุกดีค่ะ ได้รู้จักเพื่อนใหม่ ได้ความรู้ดีและมีกิจกรรมให้คิดตลอดไม่น่าเบื่อเหมือนค่ายที่หนูเคยไป”

          “หนูมาค่ายนี้แล้วได้รู้เป้าหมายชีวิตมากขึ้น ได้รู้ความคิดของเพื่อนที่ไม่เหมือนกับเรา ช่วยให้เรารู้จักยอมรับและเข้าใจคนอื่นมากขึ้น” น้องแบมและน้องปาล์ม สองเสียงเยาวชนที่เสียงสะท้อนความรู้สึกส่วนหนึ่งจากการเข้าค่ายฯ

          ในกิจกรรมแต่ละวัน วิทยากรจะนำเยาวชนหันกลับมามองโลกภายในจิตใจของตัวเอง ความสนใจ ความชอบ ในมุมส่วนตัวที่แตกต่างกัน แล้วค่อยๆ ค้นหาความต้องการที่แท้จริงผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น ให้จินตนาการถึงตัวเองใน 5 ปีข้างหน้าด้วยเส้นสีบนกระดาษ การหลับตาสำรวจ “ใจ” ที่มีต่อเหตุการณ์ ความรู้สึก “ชอบ” กิริยาท่าทางที่แสดงออกต่อสิ่งที่ “ไม่ชอบ” แล้วเขียนออกมาเป็นข้อๆ  “การไม่คิดแทนกัน”จากกิจกรรมป้อนอาหารให้เพื่อน หรือทดสอบความเชื่อของตัวเองด้วยกิจกรรม“เลือกข้าง”ที่เด็กๆ ต้องวิ่งไปอยู่ในกลุ่ม “เห็นด้วย” เมื่อยอมรับประโยคบนกระดาน ซึ่งถ้าไม่เห็นด้วยจะต้องแยกไปอีกฝั่ง โดยต้องตัดสินใจภายในไม่กี่วินาที ซึ่งกิจกรรมนี้ให้ทั้งความตื่นเต้น สับสนปนกับความสนุก โดยวิทยากรเลือกประเด็นที่ล้วนแล้วแต่ให้มุมมองที่หลากหลาย เช่น  ถ้ารู้ว่าแฟนที่คบกันอยู่ไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น ฉันจะเลิกทันที (เพียงเสี้ยววินาทีเด็กๆก็กรูกันไปในฟากที่เห็นด้วย) หากท้องในขณะที่ยังเรียนมัธยมหรืออาชีวะ ควรไปทำแท้งเพื่อไม่ให้เสียอนาคตการเรียน (เด็กบางคนลังเล มีบ้างที่วิ่งตามเพื่อแล้วมารวมอยู่ฝั่งไม่เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ มีเพียงเด็กผู้ชาย 4 คนที่แยกออกมา) เราควรช่วยกันเปลี่ยนเพื่อนที่เป็นเพศทางเลือก ทอม ดี้ เกย์ ตุ๊ด ให้กลับมาเป็นชายจริง หญิงแท้ (คราวนี้แบ่งกลุ่ม 2 ฟากเกือบเท่ากัน และถกเหตุผลกันอย่างดุเดือด) เป็นต้น กับไฮไลท์ของค่ายคือกิจกรรม “เอาอยู่” และ “เอาไม่อยู่” ที่พวกเขาต้องช่วยกันแสดงบทบาทสมมุติเมื่อเกิดการล้ำเส้นในประเด็นใกล้ตัว เช่น การมีแฟน ติดเกมส์ กินเหล้า สูบบุหรี่ ตามแฟชั่น โดยบ่งบอกถึงระดับที่เสี่ยงต่อการเอาอยู่ และเอาไม่อยู่  แสดงออกมาเป็นละครสั้นๆ แล้วสรุปวิเคราะห์รอยต่อของการตัดสินใจเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาที่เหมาะสม  ซึ่งกิจกรรมนี้ท้าทายความรู้สึกของวัยรุ่นได้พอสมควร โดยเมื่อดูจากละครแต่ละกลุ่มที่พวกเขาออกมาแสดง มีเนื้อหาที่บอกถึงความพอเหมาะพอควรในมุมมองของเขาเอง ซึ่งแกนนำเยาวชนแต่ละโรงเรียนต่างเผยความสามารถและแนวคิดออกมาได้อย่างน่าสนใจ สะท้อนได้ถึงผลการสร้างกระบวนการคิดที่บรรจุเข้าไปในจิตสำนึกที่พวกเขาจะค่อยๆเข้าใจได้เองว่ากระบวนการเหล่านี้เป็นเครื่องมือที่จะนำไปสู่เส้นทางสุขภาวะทางเพศที่ดีให้กับทั้งตนเองและผู้อื่นได้ โดยเฉพาะบทสรุปที่วิทยากรคอยชี้ให้เห็นถึง “สติ” และ “การมีเหตุมีผล”การช่วยลดความเสี่ยง และเพิ่มทางเลือกที่เหมาะสมในการแก้ปัญหาชีวิตในวัยหัวเลี้ยวหัวต่ออย่างพวกเขาด้วยการจัดการสุขภาวะทางเพศที่เริ่มจากตัวเรานั่นเอง

          “กิจกรรมแรกที่ครูชอบคือ เลือกข้างนะคะ เห็นได้ชัดว่าจากวันแรกถึงวันสุดท้าย เด็กที่เงียบ ไม่กล้าพูดก็เปลี่ยนตัวเองได้ เริ่มกล้าคิด กล้าแสดงความเห็นมากขึ้น ส่วนกิจกรรม “เอาอยู่” “เอาไม่อยู่” เป็นการช่วยให้เด็กวิเคราะห์ถึงข้อจำกัดของตัวเอง มองเห็นสถานการณ์ของเพื่อนที่ต่างจากเรา แยกแยะความเหมาะสมในบางสถานการณ์ซึ่งน่าจะเป็นจุดเริ่มที่ดีที่จะแนะนำเพื่อนได้” คุณครูอู่แก้ว ชาลีชัย จากโรงเรียนชุมชนบ้านแก้งคร้อหนองไผ่กล่าว

            สุดท้ายหลังจากรู้จักตนเองแล้ว เยาวชนยังต้องเรียนรู้ท่าทีของการเป็น “ที่ปรึกษา” ที่ไม่ใช้การ ยัดเยียดความคิดเห็น หรือใส่ความรู้จากตำราลงไป แต่เป็นการใส่ใจ สังเกต และวางตัวอย่างเป็นมิตรเพื่อให้เกิดความไว้ใจ  ด้วยกิจกรรมการรับฟังอย่างตั้งใจ การสวมบทบาทเป็น“ผู้ฟัง” ที่ไม่ตัดสินผู้อื่น เป็นต้น และนอกเหนือจากการเป็นศูนย์กลางให้ความรู้ด้านสุขภาวะทางเพศ ถึงยังต้องคอยดูและสอดส่องความผิดปกติที่เกิดขึ้นในโรงเรียนก่อนที่เพื่อนบางคนจะเข้าสู่สภาวะ“เอาไม่อยู่” โดยกิจกรรมในช่วงนี้คุณครูในค่ายจะได้เข้ามาประสาน รับรู้ รับฟังความคิดเห็น ถึงกิจกรรมที่เด็กๆคาดว่าจะกลับไปทำในโรงเรียนของพวกเขาหลังจากจบค่ายในครั้งนี้ เด็กๆบางโรงเรียนอยากตั้งชมรมให้คำปรึกษากับเพื่อน  บางโรงเรียนเน้นการถ่ายทอดความรู้สู่ผู้ปกครอง ฯลฯ  โดยครูจะเป็นผู้สานต่อให้กิจกรรมบรรลุเป้าหมายผ่านการกระตุ้นจากแกนนำเหล่านี้ รวมทั้งพยายามสร้างกลุ่มเชื่อมโยงกับโรงเรียนอื่นๆที่เข้าร่วม

          นอกจากนี้ ในกรณีที่ล้ำเส้นไปแล้ว หรือที่เรียกว่า “เอาไม่อยู่” นั้น มีการนำกระบวนการรักษาและเยียวยามาใช้ โดยเครื่องมือสำคัญในกิจกรรมค่าย คือ ให้รู้จักกับแหล่งบริการ เป็นการสร้างจุดเชื่อมต่อด้วยการเชิญวิทยากรจากคลีนิกวัยรุ่น ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลซึ่งปฏิบัติหน้าที่อยู่แล้วในโรงพยาบาลชัยภูมิ และเจ้าหน้าที่สาธารณสุขจากโรงพยาบาลเนินสง่า มาทำความรู้จัก สร้างความคุ้นเคยกับเยาวชนแกนนำฯ  มีการนำเสนอเรื่องแหล่งบริการที่เป็นมิตรแก่เยาวชน แนะนำคลีนิกให้คำปรึกษาสำหรับวัยรุ่น  และเจ้าหน้าที่ทั้งสองคนยังได้นำข้อมูลสำคัญมาเปิดเผยซึ่งเป็นที่น่าตกใจอยู่ไม่น้อย คือตัวเลขของผู้ที่ตั้งครรภ์ในช่วงอายุ 10-19 ปีของจังหวัดว่ามีจำนวนมากกว่า 160 ราย นับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงพฤษภาคม หนึ่งในนั้นมีเยาวชนอายุ 10 ปีรวมอยู่ด้วย ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นที่ชื่นชมของคุณครูที่มาร่วมค่ายเป็นอย่างมาก เพราะนอกจากเด็กจะได้รู้ถึงแหล่งบริการในพื้นที่แล้ว ยังสามารถเชื่อมโยงไปสู่ภาพกว้างของระบบสุขภาพในระดับชุมชนและจังหวัดโดยอาศัยข้อมูลเหล่านี้ เป็นตัวช่วยให้เกิดความเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ของค่ายและความสำคัญของปัญหาด้านสุขภาวะทางเพศที่ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับพวกเขาอีกต่อไป

          หมายเหตุ     แนวคิด School Health มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการดูแลสุขภาพนักเรียนในโรงเรียนให้ครอบคลุมถึงการดูแลสุขภาวะทางเพศด้วย โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่น เป็นการทำงานร่วมกันระหว่างแกนนำเยาวชน คุณครู และเครือข่ายบริการสุขภาพใกล้โรงเรียนเพื่อการส่งเสริม รณรงค์  ให้คำปรึกษา ด้านสุขภาวะทางเพศ ตลอดจนดูแล รักษา และส่งต่อบริการซึ่งโครงการกำลังเริ่มต้นขับเคลื่อนไป ยังมีเนื้อหาและ ขั้นตอนในหลายกระบวนการที่ยังต้องเรียนรู้ พัฒนาและปรับปรุงให้เข้ากับกลไกโครงสร้างของแต่ละพื้นที่ ค้นหาสื่อต่างๆ ที่สอดคล้องกับสภาวะการเรียนรู้ของเยาวชน รวมทั้งระบบสนับสนุนกลุ่มเครือข่าย ที่จะเผยแพร่ความรู้ให้ออกสู่ชุมชน และหัวใจสำคัญ คือการพัฒนาครูผู้สอนในโรงเรียนแกนนำซึ่งจะเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญที่จะช่วยบูรณาการการเรียนรู้เพศวิถีในโรงเรียนให้สมบูรณ์ทั้งในการป้องกัน และรักษาเยียวยา เพื่อให้การแก้ปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

           - ติดตามค่ายเยาวชนแกนนำส่งเสริมสุขภาวะทางเพศ กรุงเทพฯ ในวันที่ 28-30 มิถุนายน 2555 ณ วีเทรน (บ้านพักฉุกเฉิน) ดอนเมือง กรุงเทพ

  ข้อมูลเพิ่มเติม :  ที่ผ่านมาจังหวัดชัยภูมิ ยังไม่เคยมีคลีนิกวัยรุ่นมาก่อน  จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของโรงพยาบาลซึ่ง        ทำหน้าที่ดูแลคนไข้รายกรณีตามที่ได้รับข้อมูลส่งต่อมาจากโรงพยาบาลเท่านั้น ปัจจุบันพึ่งเริ่มมีบริการเฉพาะเป็นคลินิกวัยรุ่น และกำลังทำความรู้จักกับชุมชนให้มากขึ้น  ซึ่งโครงการ School Healthเป็นจุดเชื่อมสำคัญที่จะช่วยเปิดช่องทาง ขยายวงสื่อสารเรื่อง  สุขภาวะทางเพศไปยังสถานศึกษาและชุมชน โดยเฉพาะค่ายแกนนำเยาวชนฯครั้งนี้ เจ้าหน้าที่คลีนิกวัยรุ่นดีใจที่ได้เข้ามาสร้างความคุ้นเคยกับเด็กเยาวชนแกนนำในค่าย ฯ ซึ่งเป็นทำงานเชิงรุกกับวัยรุ่นมากขึ้น ส่วนตัวแทนเยาวชนในโรงเรียนเองก็มีโอกาสพูดคุย สร้างความคุ้นเคยกับเจ้าหน้าที่โดยตรง และอาจบอกต่อไปยังเพื่อนและผู้ปกครอง คุณครูเองก็ได้มีโอกาสสอบถามหรือขอเอกสารเผยแพร่ที่จะนำไปใช้ในโรงเรียน นับเป็นผลลัพท์โดยภาพรวมซึ่งให้ประโยชน์เชิงบูรณาด้านบริการสุขภาพกับจังหวัดได้เป็นอย่างดีในอนาคต

 
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
Home run! Great suglging with that answer!
Jorge
(17 กรกฎาคม 2555  เวลา 13:11:52)
ความคิดเห็นที่ 2
ได้ครับคุณน้อง!! เดี่ยวจัดให้ ขอเวลาตัดต่อหน่อยนะครับฮับบ ^^
เอ็กซ์
(15 มิถุนายน 2555  เวลา 10:28:00)
ความคิดเห็นที่ 1
คิดถึงพี่ๆทุกคนจางเลย พี่ x ค่ะทำไมไม่เอาวีดีโอลงด้วยล่ะค่ะ จะรอดูน่ะค่ะ ได้มาค่ายนี้ เป็นสิ่งที่ประทับใจมาก ถึงแม้ว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันเวลาไม่นานแต่เราทุกคนก็พูกพัน :p
แบมแบม
(14 มิถุนายน 2555  เวลา 14:29:25)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
18616455