รู้จักสถานศึกษา : โรงเรียนต้นแบบเพศศึกษา
โรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา
 
มุมมองผู้บริหาร
 

 

ปี ๒๕๔๙ ผมได้มีโอกาสไปเข้าร่วมเวทีชี้แจงผู้บริหารที่ทาง สคร. ๕ จัดขึ้น แล้วได้เห็นโรงเรียนที่สอนเพศศึกษาในโรงเรียนมาเล่าถึงผลที่เกิดขึ้น ในใจเราก็คิดว่า ปัจจุบันพฤติกรรมเสี่ยงของเด็กที่เห็นกันมากนั้น เพราะเด็กไม่มีเกราะคุ้มกัน ไม่มีสิ่งที่จะช่วยให้เขาตระหนักถึงผลที่เกิดจากพฤติกรรมเสี่ยง ก็เลยคิดว่าน่าจะเอาเรื่องนี้ไปสอนในโรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา พิสิษฐ์ สืบนุการวัฒนา ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา จังหวัดชัยภูมิ เริ่มต้นเล่าถึงก้าวแรกของการเป็นส่วนหนึ่งของโรงเรียนในโครงการก้าวย่างอย่างก้าวเข้าใจ จากการเข้าร่วมในเวทีชี้แจงผู้บริหาร ซึ่งถือเป็นหนึ่งในก้าวแรกที่สำคัญของการทำงานเพื่อสร้างความเข้าใจแก่ผู้บริหารสถานศึกษาว่า การสอนเพศศึกษารอบด้านนั้นมีความหมายว่าอย่างไรบ้าง

 

 
พิสิษฐ์ สืบนุการวัฒนา
ผู้อำนวยการโรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา
 

ก้าวแรกของโรงเรียนหนองบัวแดงวิทยากระโดดไกลไปกว่าโรงเรียนอื่นๆ ที่เข้าร่วมในเวทีเดียวกัน แม้จะเป็นโรงเรียนขนาดใหญ่ มีนักเรียนกว่า ๒,๐๐๐ คน แต่กลับสามารถจัดให้มีการสอนเพศศึกษาได้ในทุกระดับชั้นในปีแรกของการเข้าร่วมโครงการ 

 

 ผมต้องการทำให้การสอนเพศศึกษากลายเป็นเรื่องปกติของโรงเรียนและชุมชน เพราะหัวใจสำคัญของเรา คือ เราสอนเพศศึกษาเพื่อให้เด็กเห็นคุณค่าของตนเอง ไม่ใช่แค่เพียงสอนเพื่อให้รู้จักการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัยเท่านั้น

 

เมื่อต้องการให้เพศศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตครูและนักเรียนในโรงเรียน ในฐานะผู้บริหาร พิสิษฐ์ จึงต้องเริ่มมองหาคนที่จะมาเป็นกระบอกเสียงให้ เพื่อลดแรงต้าน โดยหาแนวร่วมจากคณะกรรมการสถานศึกษาซึ่งมีความสำคัญมาก เพราะทั้ง ๑๕ คนมาจากท้องถิ่น จึงสามารถเป็นกระบอกเสียงให้โรงเรียนได้อย่างดี ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็จะร่วมรับผิดชอบได้

 

"สิ่งที่กลัวมากในเวลานั้น คือ เสียงต้านของผู้ปกครอง เพราะอาจจะทำให้ความหวังดีของเรากลายเป็นเรื่องร้ายก้ได้ พอกลับจากการประชุม ผมก็เชิญคณะกรรมการสถานศึกษามารับฟังเรื่องที่ผมจะสอนเพศศึกษา ซึ่งทุกคนก็กังวลแบบเดียวกัน หลังจากคณะกรรมการทั้งหมดเข้าใจแล้วว่าการสอนเพศศึกษาของเรานั้นคืออะไร ก็มีการตกลงกันว่า ต้องชี้แจงทำความเข้าใจเรื่องนี้กับผู้ปกครองก่อนจะลงมือสอน"

 

และในที่ประชุมผู้ปกครองนั่นเอง พิสิษฐ์ก็ได้รับคำถามที่คาดไว้แล้วว่าจะต้องเกิดขึ้น เมื่อชี้แจงว่าโรงเรียนมีนโยบายจะสอนเพศศึกษา

  

       

ก็เป็นอย่างที่เราคาดไว้คือ ความกังวลว่าการสอนเพศศึกษา จะเป็นการชี้โพรงให้กระรอกหรือเปล่า ซึ่งเราเตรียมตอบคำถามนี้ไว้แล้วโดยให้ข้อมูลเนื้อหาของเพศศึกษาที่เราจะสอนว่ามีกี่ด้าน เรื่องอะไรบ้าง หลังจากชี้แจง ตอบคำถามกับผู้ปกครอง เราก็ขอมติจากที่ประชุมตอนนั้นเลยว่าใครเห็นด้วยกับการสอนเพศศึกษาในโรงเรียน ซึ่งก็ได้เสียงมาเยอะ

 

เมื่อผ่านด่านยากที่สุดมาแล้ว พิสิษฐ์ก็ลงมือจัดบ้านใหม่ทันที โดยจัดให้มีการอบรมครูทุกคนของโรงเรียนเพื่อให้พร้อมต่อการสอนเพศศึกษาทุกระดับชั้น เพราะเขาเชื่อว่าเด็กทุกคนล้วนมีโอกาสเผชิญความเสี่ยงในเรื่องของเพศสัมพันธ์ทั้งนั้น เขาจึงต้องเตรียมเด็กทุกคนให้พร้อมที่จะรับมือกับเรื่องดังกล่าว

 

 ยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายกับการจัดตารางให้สอนทุกระดับชั้น แต่หากเราให้รองวิชาการมาร่วมรับผิดชอบตั้งแต่ต้น ก็จะง่ายขึ้น ปัญหาในช่วงแรกๆ ที่เราพบคือ การหาชั่วโมงลง ในที่สุด เราก็มาลงที่วิชาแนะแนว เพราะเราไม่มีครูแนะแนวโดยตรง ทำให้ครูประจำชั้นทุกคนต้องสอนวิชาแนะแนวด้วย เราก็เลยได้ช่องทางนี้ในการให้แบ่งระหว่างเนื้อหาที่จำเป็นของแนะแนว กับของเพศศึกษาอย่างละครึ่ง ก็ได้มาแปดชั่วโมงในหนึ่งเทอม

 

กระบวนการให้ครูมีส่วนร่วมสำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้บริหารเช่นพิสิษฐ์ ดังนั้น ในการอบรมครูทุกคนให้มีความเข้าใจตรงกันถึงกระบวนการจัดการเรียนรู้เพศศึกษารอบด้าน พิสิษฐ์ใช้เวทีเดียวกันนี้ให้ครูร่วมกันออกแบบแผนการสอนเพศศึกษา 

 

พอดีว่าช่วงนั้น โรงเรียนเราก็เป็นแกนนำของ สพฐ. ในการสอนเพศศึกษา เราจึงเปิดโอกาสให้ครูลองออกแบบการสอนเพศศึกษา โดยเขาสามารถจะหยิบจากหลักสูตรของก้าวย่างฯ หรือของ สพฐ. ก็ได้ ทำให้ครูรู้สึกมีส่วนร่วมและเป็นเจ้าของแผนการสอนของตัวเอง

         

         ทั้งที่มีหลายโรงเรียนมากที่ผู้บริหารเข้าใจและเปิดไฟเขียวให้กับครูได้สอนเพศศึกษาในโรงเรียนตามแบบของตน โดยที่ผู้บริหารปล่อยให้ครูเป็นอิสระเอง แต่ในความคิดของพิสิษฐ์ เห็นว่าโอกาสที่จะเกิดความยั่งยืนของการสอนเพศศึกษาโดยครูตัวเล็กๆ เพียงไม่กี่คนในโรงเรียนนั้นเป็นเรื่องยาก

 

          สิ่งสำคัญคือการสร้างระบบการติดตามและประเมินผลการสอน ซึ่งเราก็ต้องยอมรับว่าเราไม่สามารถไปนั่งดูได้ทุกห้อง ที่เราทำได้คือ การให้ครูเขียนบันทึกหลังการสอนมาให้ผมเซ็นต์รับทราบทุกครั้ง ซึ่งไม่ได้มีแค่เพียงวิชาเพศศึกษาเท่านั้น แต่ระบบนี้ถูกสร้างมาให้กลายเป็นวัฒนธรรมในโรงเรียนเรา เพราะฉะนั้น ครูที่โรงเรียนหนองบัวแดงฯ ทำงานหนักกันทุกคน ใครที่อยู่มานานจะเข้าใจถึงระบบการติดตามเช่นนี้ดี

         

         ด้วยรากฐานของระบบการเห็นความสำคัญในการติดตามและประเมินผลการสอนในทุกวิชา จึงส่งผลให้การเพิ่มบันทึกการสอนเพศศึกษาขึ้นมาอีกวิชาจึงไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับครูผู้สอนในโรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา แต่โจทย์ที่ทายท้ากว่านั้นสำหรับผู้ประสานงานหลักในภาคอีสานตอนล่าง คือ สำนักควบคุมโรคที่ ๕  (สคร. ๕) จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งดูแลโรงเรียนที่เข้าร่วมโครงการใน ๔ จังหวัดได้แก่ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ และสุรินทร์ คือ การเห็นเพศศึกษายังคงสอนอยูในโรงเรียนโดยไม่ขึ้นกับตัวบุคคล ซึ่งเมื่อส่งต่อความกังวลใจนี้มายังโรงเรียนหนองบัวแดงวิทยา ก็ได้รับการขานรับจากผู้บริหารทันที

 

เพราะระบบที่เราทำนี้ ยังเป็นเรื่องของการสั่งการจากตัวบุคคล ทาง สคร. ๕ ก็พยายามชวนเราคิดถึงการสร้างความยั่งยืนในการสอนเพศศึกษาโดยไม่ต้องกังวลว่าถ้าผู้บริหารเปลี่ยน แล้วระบบจะเปลี่ยนตาม โดยไปทำการสำรวจนักเรียนที่ได้เรียนเพศศึกษาว่าหากเปลี่ยนผู้บริหาร แล้วนโยบายเปลี่ยน ไม่ให้มีการสอนเพศศึกษา จะทำอย่างไร เด็กส่วนใหญ่ตอบว่า ไม่ยอม ดังนั้น เราจึงนำเพศศึกษาเข้าสู่วิชาสาระเพิ่มเติม ทำให้เพศศึกษาเข้าไปอยู่ในโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษา โดยเปิดรหัสวิชา และให้มีการตัดเกรด ๐.๕ หน่วยกิต และจะไปปรากฏในใบระเบียนของเด็กทุกคน ตรงนี้คืออิสระที่มีอยู่สำหรับโรงเรียน และเป็นช่องทางที่บอกให้เห็นความยั่งยืนได้ชัดเจนว่าจากนี้ไป ไม่ว่าผู้บริหารคนไหนจะมา โรงเรียนหนองบัวแดงวิทยาก็ยังมีการสอนเพศศึกษาอยู่เสมอ

         

           หลังจากสอนเพศศึกษาได้สามปี พิสิษฐ์เล่าถึงผลที่เกิดขึ้นในโรงเรียนว่ามีผลดีอย่างที่ไม่เคยคาดมาก่อนในหลายด้าน

 

 ในระหว่างที่มีการสอนเพศศึกษาในปีแรก ก็ยังพบปัญหาต่างๆ ที่เป็นผลมาจากพฤติกรรมทางเพศของเด็ก แต่เราก็พยายามเยียวยาทุกวิถีทางที่จะให้เด็กได้เรียนจนจบ แต่เมื่อสอนไปได้สองปี เปอร์เซนต์ของพฤติกรรมเสี่ยงในทุกด้านของเด็กลดลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งที่สิ่งแวดล้อมของเด็กก็เป็นอย่างที่เราเห็นคือ เด็กเข้าถึงสื่อต่างๆ ได้ง่ายมากขึ้น ทำให้เรามานั่งวิเคราะห์กันว่าน่าจะเป็นผลจากการสอนเพศศึกษาของเรานั่นเอง ที่ทำให้เด็กมีความเข้าใจและแยกแยะสิ่งต่างๆ ได้  อีกเรื่องหนึ่งที่เป็นผลดีตามมาโดยที่เรานึกไม่ถึงมาก่อนคือ ผลสัมฤทธิ์ของเด็กในการสอบโอเน็ตวิชาสุขศึกษา ซึ่งเป็นข้อสอบกลาง และคะแนนค่าเฉลี่ยของเด็กทุกระดับก็สูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับปีก่อน ส่งผลให้คะแนนประเมินของโรงเรียนออกมาสูงเช่นกัน

 

แม้ บ้านหลังใหม่ คือระบบการสอนเพศศึกษาในโรงเรียนหนองบัวแดงวิทยาจะอยู่ตัวแล้ว แต่ พิสิษฐ์ยังไม่หยุดที่จะขยายผลการสอนเพศศึกษาไว้แค่ในโรงเรียน เขากำลังมองหาช่องทางที่จะสร้างความรู้ความเข้าใจเรื่องเพศไปยังพ่อแม่ ผู้ปกครอง โดยอาศัยการสนับสนุนในด้านงบประมาณจากท้องถิ่น

 

 สามปีที่ผ่านมา ยอมรับว่าไม่หนักใจกับพฤติกรรมเยาวชนเท่าไหร่แล้ว เพราะบางเรื่อง เราก็ควบคุมไม่ได้จริงๆ เช่น เรื่องพ่อแม่จับเด็กแต่งงานทั้งที่ยังเรียนไม่จบ ทำให้ผมอยากทำสิ่งต่อมา คือ การทำให้พ่อแม่เข้าใจถึงเรื่องการสื่อสารเรื่องเพศกับลูกๆ คิดว่าอยากจะไปสำรวจพ่อแม่ของเด็กๆ ที่มาเรียนกับเราในแต่ละหมู่บ้าน ดูว่ามีใครที่สามารถเป็นแกนนำได้บ้าง เพื่อมารับการอบรมและไปขยายผลต่อ โดยผมจะไปคุยกับ อบต. ให้สนับสนุนงบประมาณ ที่ผ่านมา โรงเรียนเราสร้างมนุษยสัมพันธ์กับหน่วยงานท้องถิ่นไว้มาก เวลามาขอเด็กไปร่วมกิจกรรมต่างๆ เราก็สนับสนุนเต็มที่ เพราะจุดด้อยของการทำงานเรื่องขยายผลการสอนเพศศึกษา คือ การที่ผู้บริหารไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในทุกขั้นตอน ครูตัวเล็กๆ จะไปผลักดันเรื่องนี้ในโรงเรียนได้นั้น มันเป็นไปได้ยาก แม้จะมีไฟเขียวจากผู้บริหารก็จริง แต่ก็ต้องลงไปช่วยจัดบ้าน ไปติดตามผลจนกว่ามันจะอยู่ตัวแล้ว ถึงจะปล่อยมือได้

 

การสร้างเครือข่าย สร้างความสัมพันธ์ของคนในชุมชนโดยผู้บริหาร จึงเป็นเคล็ดลับอย่างหนึ่งของการทำงานกับชุมชน และทำให้ผู้อำนวยการโรงเรียนแห่งนี้เป็นที่ยอมรับของคนในชุมชน ด้วยเสียงของเขาดังพอที่จะทำให้ทุกคนที่มีอำนาจในการตัดสินใจได้ยินและให้ความร่วมมือในการทำงาน

 

สิ่งที่น่าคิดคือ ขณะที่วิชาเพศศึกษา ยังเป็นเรื่องที่น้อยโรงเรียนนักจะให้ความสำคัญ เนื่องจากไม่ได้เป็นวิชาที่ใช้วัดผลว่าเด็กจะสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้  แต่พิสิษฐ์กลับให้คำอธิบายถึงการที่เขาทุ่มเทให้กับการสร้างระบบการสอนเพศศึกษาในโรงเรียน จนได้รับการยกย่องให้เป็นหนึ่งในโรงเรียนต้นแบบเพศศึกษาของโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจ ด้วยคำพูดส่งท้ายที่สะท้อนถึงความลุ่มลึกในการเข้าใจถึงความหมายของเพศศึกษารอบด้านได้อย่างชัดเจนว่า

 

 การสอนเพศศึกษา เป็นการสอนวิชาชีวิต เด็กที่เก่งเลข เก่งวิทยาศาสตร์ ไม่ได้แปลว่าเด็กจะเอาตัวรอดได้เสมอไป เพราะหากเด็กต้องเผชิญปัญหาที่เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ปลอดภัย ก็จะส่งผลต่อการใช้ชีวิตของเขา อย่าลืมว่าในสังคมเราทุกวันนี้ ก็ยังไม่ได้ยอมรับเรื่องการใช้ชีวิตร่วมกับผู้มีเชื้อเอชไอวีได้อย่างสนิทใจ ดังนั้น การสอนเพศศึกษาให้เด็กก็คือการสอนให้เด็กรู้จักคิด รู้จักแก้ปัญหาและหาทางเอาตัวรอดในทางที่ดีได้ ไม่เป็นเหยื่อของใคร ซึ่งเรื่องนี้มีความจำเป็นต่อชีวิตคนเราจริงๆ

 

ปีการศึกษา ๒๕๕๐-๒๕๕๑ โรงเรียนจัดกิจกรรมการเรียนการสอนเพศศึกษาในชั่วโมงเรียนแนะแนวและชั่วโมงเรียนพัฒนาผู้เรียน  ส่งผลให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาสุขศึกษา  ดังนี้

ผลสัมฤทธิ์

ปีการศึกษา

๒๕๕๐

๒๕๕๑

O-NET

๔๙.๑๓

๕๔.๙๘

GPA x  ม.

๒.๒๙

๓.๔๙

GPA x   ม.

๒.๗๙

๓.๔๘

GPA x   ม.

๒.๕๒

๓.๓๙

GPA x   ม.

๒.๖๖

๓.๓๐

GPA x   ม.

๒.๔๙

๓.๕๒

GPA x   ม.

๒.๕๒

๒.๙๖

 

 

 

 


 

ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
20380134