รู้จักสถานศึกษา : เพศศึกษาใน... วิทยาลัยอาชีวศึกษา
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชลบุรี จ.ชลบุรี
 
มุมมองผู้บริหาร
 
 
ครูเพศศึกษา
 
 
เสียงจากผู้เรียน
 
 
ฐานข้อมูล
 
วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชลบุรี จ.ชลบุรี
ู้วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยี (วษท.) ชลบุรี เป็นหนึ่งในสถานศึกษาต้นแบบสังกัดอาชีวศึกษา เข้าร่วมโครงการก้าวย่างอย่างเข้าใจตั้งแต่ปี ๒๕๔๘ เปิดสอนวิชาเพศศึกษาในระดับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) ชั้นปีที่ ๑ จำนวน ๒ ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และวิชาทักษะชีวิต ในระดับหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) ชั้นปีที่ ๑ อีก ๒ ชั่วโมงต่อสัปดาห์
โชติรส ชลารักษ์
“ยิ่งครูหัวโบราณ ยิ่งตามเด็กไม่ทัน”
    โชติรส ชลารักษ์ รองผู้อำนวยการฝ่ายจัดการศึกษา ให้ความเห็นต่อการเรียนการสอนเพศศึกษาว่า เป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะใน วษท. นักศึกษามักมาจากครอบครัวที่มีปัญหา ครอบครัวแตกแยกสูง ถ้าครูไม่รู้วิธีการดูแลนักเรียน อาจผลักเด็กไปในทางที่ผิดได้

    “ประเด็นที่ต้องทำกับวัยรุ่นคือให้เขามีความรู้ ความตระหนัก เพราะว่าอยู่ในวัยที่เชื่อเพื่อน ใช้เวลาในสถานศึกษากับเพื่อนมาก”
     ขณะที่ ชำนิ ฝอยหิรัญ รองผู้อำนวยการฝ่ายบริหารทรัพยากร มองว่า เรื่องเพศเป็นเรื่องธรรมชาติ โดยผู้ใหญ่ต้องเปิดใจยอมรับวัฒนธรรมใหม่ เพราะยิ่งครูหัวโบราณ ยิ่งตามเด็กไม่ทัน ซึ่งในเรื่องเพศศึกษานั้น ผู้บริหารจะทำไม่ได้ ถ้าครูไม่เห็นความสำคัญ หรือถ้าครูทุกคนเห็นด้วย แต่ผู้บริหารไม่เห็นด้วย การจัดการเรียนการสอนก็เป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ เด็กและผู้ปกครองก็ต้องมีส่วนร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม หากจะสอนเพศศึกษานั้นต้องสอนอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะจบ ปวส.
ชำนิ ฝอยหิรัญ
การเรียนการสอนต้องปรับกระบวนการ โดยครูเป็นเพียงผู้ให้โอกาส
    รองผู้อำนวยการฝ่ายจัดการศึกษา สะท้อนมุมมองต่อการศึกษาไทยว่า ประเทศไทยให้ความสำคัญกับเรื่องของวิชาการ ซึ่งแท้จริงแล้ววิชาทักษะชีวิตน่าจะสำคัญกว่า หรือบางครั้งให้เด็กมีเวลาว่าง แต่ลืมมองไปว่าสังคมรอบด้านไม่พร้อมที่จะรองรับ เช่น สนามกีฬาก็ไม่มี มีแต่อะไรที่จูงไปในทางที่แย่ที่ผู้ใหญ่ไปสร้างทั้งนั้น เช่น ร้านเกม ร้านเหล้า ศูนย์การค้า อย่างบอกว่าร้านเหล้าห้ามอยู่ใกล้สถานศึกษาเกิน ๕๐๐ เมตร แต่ก็มีอยู่รอบวิทยาลัย ร้านเกมก็มี คือถ้าสังคมไม่เปลี่ยน จะไปโทษวัยรุ่นไม่ได้ เหมือนครูบอกเด็กให้ทำดี แต่ครูไม่เคยทำดี เด็กจะเชื่ออะไร
    “ผมไม่เชื่อว่าสอนวิชาการอย่างเดียวแล้วเด็กจะดีได้ แต่เด็กต้องได้ทำกิจกรรม ดังนั้นการเรียนการสอนต้องปรับกระบวนการ เมื่อเด็กเดินไปได้ จึงค่อยถอยครูออกมาเป็นที่ปรึกษา เราเป็นเพียงผู้ให้โอกาส สร้างโอกาสให้เขาทำกิจกรรม ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ ให้เขาเห็นตัวเองมีค่ามากขึ้น เมื่อให้เด็กทำกิจกรรม เขาจะรวมกลุ่ม ซึ่งจะง่ายในการชี้นำไปในทางที่ดี” รองฯ โชติรสย้ำ

     รองฯ ชำนิ เสริมว่า สังคมไทยโทษแต่เด็ก ไม่โทษผู้ใหญ่ ทั้งนี้จะโทษเด็กไม่ได้ ต้องโทษคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ที่ปลูกฝังเด็ก อย่างไรก็ตามการแก้ปัญหาเด็กในสถานศึกษาต้องสร้างความเข้าใจ มองเห็นปัญหาของวัยรุ่น มีกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ครู ผู้ปกครอง และนักเรียน
โชติรส ชลารักษ์ และ ชำนิ ฝอยหิรัญ
    “เพศศึกษาเหมือนเปิดโลกใบใหม่ในสถานศึกษา” รองฯ ชำนิบอกและว่า สามารถนำเอากิจกรรมนี้ขยายไปยังท้องถิ่นได้ ทั้งเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เพราะท้องถิ่นส่วนหนึ่งเห็นความสำคัญอยู่

     ถ้าท้องถิ่นเขามีศักยภาพ ก็ต้องหาทางให้ท้องถิ่นสนับสนุน เพื่อจะได้กำลังที่แน่นแฟ้น รวมทั้งใช้งบประมาณของท้องถิ่นให้เป็นประโยชน์มากขึ้น และหากให้คนในท้องถิ่นตระหนัก เขาอาจมีแนวคิดสนับสนุน รองฯ โชติรส เสริม

     “การจัดการเรียนเพศศึกษามีวิธีการน่าสนใจ ที่ให้เด็กทำกิจกรรม มีการออกแบบการเรียนรู้ให้ผู้เรียนสนใจ ไม่ใช่ทำอะไรที่เคยทำ ถ้าคิดอะไรลวกๆ ง่ายๆ มันจะไม่ได้ผล ต้องคิดยากๆ เหมือนซอฟแวร์ของไมโครซอฟท์ เพื่อให้เราใช้ง่าย พอทำแล้วมันจะได้ผล” รองฯ โชติรสทิ้งท้าย
ความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
อยากไปเรียนที่นั้นจังเลย
นกน้อย
(20 กรกฎาคม 2552  เวลา 19:54:49)
ความคิดเห็นที่ 2
คิดถึงพี่กล้วยไข่จังเลยค่ะ    
noknoi
(20 กรกฎาคม 2552  เวลา 19:45:00)
ความคิดเห็นที่ 1
                      ผมรู้สึกดีใจ  ที่เห็นผู้ใหญ่ตระหนักรู้รักสามักคี เพื่อความวัฒนายิ่งขึ้นของสถาบันเรา  ผมเป็นกำลังใจให้ครับ  สำหรับผู้บริหารชั้นยอด
ศิษย์เก่า  SURAS...t
(29 พฤศจิกายน 2551  เวลา 11:26:08)
ร่วมแสดงความคิดเห็น
จาก*
 
อีเมล
ความคิดเห็น*
 
path2health foundation อาคารเอเชียชั้น 1 เลขที่ 294/1 ถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 02-611-3001-5 โทรสาร: 02-611-3006
ด้วยความสนับสนุนของ กองทุนโลกฯ (The Global Fund to Fight AIDS, Tuberculosis and malaria)
18883652