วันที่ ๒๖ มีนาคม ๒๕๕๑

ห้องแลกเปลี่ยนประสบการณ์การสอนเพศศึกษา อาชีวศึกษา

 

๑.ในการสอนเพศศึกษาของท่าน

    

สิ่งที่คิดว่าทำได้ดี

อุปสรรคในการสอน

๑.  เด็กให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรม

๒.  เด็กมีความกระตือรือร้นในการทำกิจกรรม

๓.  เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้แสดงความคิดเห็น  ซักถามให้ความรู้เพิ่มเติม

๔.  สามารถให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาให้กับผู้เรียนได้

๕.  ผู้เรียนให้ความสนใจอยากเรียน

๖.  เด็กมีผลการเรียนดี

๗. สร้างความไว้วางใจให้กับเด็ก

๘. เด็กกล้ามาปรึกษา

๑. บุคลากรบางส่วนไม่ให้การยอมรับ (เพื่อนครู, ผู้บริหาร)

๒. ห้องเรียนไม่เป็นสัดส่วน

๓.  ขาดสื่อการเรียนการสอนที่เร้าใจ

.  ครูบางท่านยังไม่ได้รับการอบรม จึงไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้

๕.  ชั่วโมงสอนติดกัน เตรียมอุปกรณ์ไม่ทัน

๖.  ชั่วโมงน้อย  ( ๑ ชม.)

๗.  ผู้เรียน

     -  กลุ่มใหญ่/เล็กเกินไป

     -  เพศเดียวกันทั้งห้อง (มุมมองหญิงล้วน/ ชายล้วน)

๘.  ผู้เรียนชอบแซวผู้สอน

๙.  การจัดตารางเรียนของวิทยาลัยไว้คาบสุดท้าย

๑๐.  เด็กไม่ค่อยอยากเรียน

 

 

 

 

๒.  ความรู้สึก “ครูผู้สอน” ที่มีต่อ “ผู้เรียน” เพศศึกษา

 

ก่อนเรียน

หลังเรียน

๑.  นักเรียนไม่กล้าแสดงออก

๒.  นักเรียนมีความรู้มาแบบผิด ๆ

๓.  ในบางเรื่องนักเรียนมีความรู้และประสบการณ์มากกว่าครูผู้สอน

๔.  เด็กอยากเรียนวิชาเพศศึกษา

๕.  ครูไม่มั่นใจในกระบวนการเรียนการสอน

๖.  เด็กมักใช้คำถามที่ส่อไปในทางลามก

๗.  ดาบสองคม

๑.  เด็กกล้าแสดงออกมากขึ้น

๒.  เริ่มเข้าใจในเรื่องเพศมากขึ้น

๓.  มีความรู้ที่ถูกต้องมากขึ้น

๔.  เด็กอยากเรียน อยากร่วมกิจกรรมในการเรียนการสอน

๕.  เด็กมีทรรศนะในเรื่องเพศดีขึ้น

๖.  เด็กใช้ภาษาทางวิชาการได้ถูกต้อง

๗. ดาบสองคมมากขึ้น

๘.  มีทางเลือกที่ดีขึ้น

 

 

๓.   คิดอย่างไรกับ “เยาวชน” ที่มาทำกิจกรรมเรื่อง “เพศศึกษา”

 

          ด้านบวก

     ๑.  ทำให้ครูเข้าใจและรู้ปัญหาของวัยรุ่น

     ๒.  ทำให้วัยรุ่นเรียนรู้เรื่องเพศศึกษาในทางที่ถูกต้อง

     ๓.  วัยรุ่นได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

     ๔.  ทำให้ได้รับความรู้และทักษะไปถ่ายทอดกลุ่มเพื่อนด้วยกัน

     ๕.  เยาวชนกล้าแสดงออกในสิ่งที่ดีและถูกต้อง

     ๖.  เปิดโอกาสให้เด็กได้คิด ตัดสินใจ โดยมีผู้ใหญ่คอยให้คำปรึกษา

     ๗.  ทำให้เด็กมีทางเลือกและรู้จักตัดสินใจ

     ๘.  ทำให้นักเรียนรู้สึกว่าเรื่องเพศศึกษาเป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่เรื่องน่าอาย

 

           ด้านลบ

     ๑.  บางครั้งรับไม่ได้กับการแสดงออกบางอย่าง เช่น นั่งบนโต๊ะ ส่งเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว  รบกวนคนอื่น

     ๒.  เยาวชนที่มาทำกิจกรรมควรมีศีลธรรม จริยธรรม ดำรงความเป็นไทย

     .  เยาวชนที่มาทำ “กิจกรรม” ถือว่าเป็นเยาวชน “แกนนำ” ฉะนั้นอยากให้เยาวชนเป็นแบบอย่างที่ดี

 

๔.   ท่านคิดอย่างไรกับคำพูดที่ว่า “ลดอำนาจครู เพิ่มอำนาจเด็ก”

 

เห็นด้วย

ไม่เห็นด้วย

๑.  เห็นด้วย/ยอมรับความคิดของเด็ก

๒.  ปรับเปลี่ยนทัศนคติของเด็ก

๓.  ส่งเสริมให้เด็กมีความกล้าแสดงออกในทางที่ดี

๔.  ยอมรับการมีส่วนร่วมของเด็ก แล้วสนองความต้องการของเด็ก

 ๕. ครูไม่ด่วนตัดสินเด็ก

๑. กรณีเด็กทะเลาะวิวาท การใช้อำนาจของครูในการยุติเป็นเรื่องจำเป็น

๒. บางกรณีครูยังคงต้องมีอำนาจ

๓. ครูผู้สอนมีความยืดหยุ่น ตามสถานการณ์และความประพฤติของเด็กนักเรียนนักศึกษา

๔.  เป็นสถานภาพของครู/เด็ก

๕.  ไม่ควรเพิ่มหรือลดอำนาจใคร

 

๕.   เรื่องที่อยากบ่น/อยากบอก

๑.  เดินทางนิเทศไกลกว่า ๓๐๐ กม. ไม่เจอครูผู้สอน (ทั้งๆ ที่นัดไว้แล้ว)

๒.  ผู้นิเทศเข้านิเทศสาย

.  อยากมีห้องสอนเพศศึกษาส่วนตัว ที่เป็นเอกเทศ

๔.  ครูสอนเพศศึกษามีหน้าที่มากกว่างานสอน

๕.  ไม่ได้สอนตามกระบวนการที่ได้รับอบรม

๖.  อยากมีสื่อการสอนที่เป็นโมเดลถอดประกอบได้

๗.  ขอโทษที่ไม่ได้เยี่ยม/ดูแลขณะสอน

๘.  โดนด่าว่าสอนเด็กเสียงดัง (เสียงจากเด็กที่สนุกกับการเรียนเพศศึกษา)

๙. ผู้บริหารไม่ได้ให้ความสำคัญ

๑๐.  อยากให้อบรมเติมเต็มให้ครูผู้สอนปีละครั้ง

๑๑.  ควรจัดครูผู้สอนเพศคู่กัน หญิง+ชาย และมีมุมมองที่แตกต่างกัน

๑๒.  ควรเพิ่มชั่วโมงเรียนเป็น ๒ ชั่วโมง

๑๓.  อยากให้มีเวทีแลกเปลี่ยนระหว่างภาคเรียน

๑๔.  อยากให้มีเวทีแลกเปลี่ยนในระดับ ปวส.ด้วย วิชาทักษะชีวิตในทุกวิทยาลัย

๑๕.  ครูผู้สอนเพศศึกษาถูกมองว่าเป็นครูลามก

๑๖.  สอนเพศศึกษาแล้วทำไมไม่ทำให้เด็กท้องลดลง

๑๗.  อยากให้ส่งข้อมูลใหม่ๆ ไปให้บ้าง