วันที่ ๒๗ มีนาคม ๒๕๕๑

“เซ็กซ์ที่พร้อมกับการเรียนรู้เรื่องชีวิต”

วิทยากร         นพ.ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์ โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย

 

          เรื่องทางเพศเป็นหนึ่งใน ๔ เรื่องของเกม ยาเสพติด และความรุนแรงที่คล้ายกันที่ความเร็วคือ ใช้เวลาไม่มากในการเสพแล้วได้รับความสุข ทั้งยังง่ายกว่าการเรียนหนังสือ นอกจากนี้ มนุษย์เป็นเผ่าพันธุ์เดียวที่มีเพศสัมพันธ์เพื่อความสนุกสนาน มีการซ่อนการตกไข่ เพื่อไม่ให้รู้ว่ามีช่วงในการตกไข่เมื่อใด เนื่องจากว่าเมื่อเทียบขนาดของทารกกับช่องคลอดนั้น ทารกมีขนาดใหญ่กว่ามาก ทั้งผู้ที่ตั้งครรภ์ก็ต้องการคนช่วยเหลือในการคลอด ในขณะที่สัตว์มีเพศสัมพันธ์เพื่อผสมพันธุ์ หรือสืบพันธุ์ ดังนั้นจึงเป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าใครผิดในกรณีที่เด็กผู้หญิงตั้งครรภ์ เพราะเนื่องจากว่าธรรมชาติทำให้เขารักสนุก และไม่รู้ระยะเวลาตกไข่ของตัวเอง ทั้งนี้จะทำให้เขารู้วิธีป้องกัน/จัดการกับเรื่องนี้ได้อย่างไร

          ปัจจัยที่สำคัญต่อเยาวชนในการกำหนดพฤติกรรมทางเพศ คือ ๑.ครอบครัว และ ๒.เพื่อน โดยครอบครัวจะมีความสำคัญมากในช่วง ๕ ขวบปีแรก หลังจากนั้นจะไม่ค่อยสำคัญเท่าเพื่อนและสังคม ดังนั้นการสร้างครอบครัว ถ้าฐานแรกไม่ดี ฐานต่อไปก็จะไม่ดีตามไปด้วย เช่น ในช่วงอายุ ๑๒ เดือนแรก ต้องสร้างให้เด็กเกิดความไว้วางใจ (Trust) เพราะถ้าเด็กไม่ไว้ใจก็จะไม่เกิดการพัฒนา โดยที่ทารกมีหน้าที่ไว้ใจสิ่งแวดล้อม ในขณะที่ช่วง ๒ ขวบปีแรก เด็กจะมีหน้าที่สร้างตัวตน เป็นต้น ส่วนเรื่องความเป็นเพศนั้น เด็กไม่ได้เลือก แต่เขาเป็นเองทางพันธุกรรม ไม่ใช่ว่าเลือกได้หรือไม่ได้ 

          ในส่วนของเยาวชน เขามีเครือข่ายของตัวเอง โดยเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดคือ อินเทอร์เน็ต อย่างเด็กเรียนรู้ทุกอย่างจาก Hi-5 แล้วครูจะมีวิธีจัดการกับเด็กอย่างไร นอกจากการมาสอนหน้าห้อง ซึ่งสิ่งที่ควรทำคือ การสร้างเครือข่ายของครูที่จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ความสำเร็จ โดยความรู้ที่เกิดขึ้นในสังคมมีปริมาณมาก แต่ไม่มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้ใหญ่ ในขณะที่เด็กมีการแลกเปลี่ยนความคิดความเห็น ความรู้กันอยู่เสมอ ทั้งนี้ในการแลกเปลี่ยนนั้น ไม่ต้องแลกเปลี่ยนความคิด ความเห็นในเชิงทฤษฎี แต่แลกเปลี่ยนความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็ก ผู้ใหญ่มักคุ้นชินกับการแลกเปลี่ยนทฤษฎี ผลลัพธ์ จึงต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ ให้เน้นผลลัพธ์ แล้วนำมาแลกเปลี่ยนกันระหว่างเพื่อนครู จากนั้นจึงนำมาสังเคราะห์ทฤษฎีภายหลัง

“การเอานักวิชาการมาพูดหน้าเวที พวกนี้เปลี่ยนสังคมไม่ได้เหมือนคนในพื้นที่ ที่รับรู้ปัญหาจริงหรอก เอาเรื่องจริงที่เราเผชิญ มาแลกเปลี่ยนกันว่าเราจะเอาตัวรอดจากสถานการณ์นั้นได้อย่างไร คุยกันเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้จะดีกว่า”

นอกจากนี้ ประเด็นเรื่องการทำแท้งนั้น โดยส่วนตัวมองว่า การทำแท้งเป็นสิทธิของผู้หญิง ถ้าสังคมเปิดเรื่องนี้ให้ชัด โดยเฉพาะผู้หญิงจะรู้วิธีจัดการกับตัวเองได้ คือ มีอิสระตามสมควร เขาจะสามารถจัดการกับตัวเองได้ ว่าเมื่อไหร่จะวางมาตรการคุมกำเนิด

“หากเริ่มต้นด้วยการห้าม สมองของคนก็จะไม่พัฒนาไปสู่นวัตกรรมอื่น ไม่ไปไหน ถ้าพูดว่าผิดศีลธรรมก็ถูกอยู่ ทำร้ายชีวิตก็ถูก เหมือนการเซ็นเซอร์หนัง เมื่อเริ่มด้วยการห้าม ปัญญาก็จะไม่ไปไหน เราก็จะไล่จับอยู่อย่างนี้ ถ้าหนังแอร์ตีกันก็ตีไปนะ พระเล่นกีต้าร์ หมอกินเหล้าก็กินไป สังคมก็จะจัดระเบียบตัวเอง บ้านเราถนัดเรื่องการห้าม แต่ไม่ยอมรับว่าห้ามไมได้สักเรื่อง และทำให้คนโง่ลงเรื่อยๆ”

“เหมือนการมี Hi -5 ทำให้ผมรู้สึกว่าหมดอำนาจ ไม่สามารถทำอะไรลูกได้แล้ว แต่ต้องหานวัตกรรมใหม่ๆ มาใช้ เพราะการห้าม เขาก็เข้าเว็บไซต์อันใหม่ได้ อย่างที่หนังสือพิมพ์บอกว่าเยาวชนใช้ Hi-5 เยอะว่าคนกลุ่มอื่น เราก็เชื่อ แต่กรณีของกลุ่มคนที่เป็นแม่บ้าน ทำแท้งมากกว่ากลุ่มนักศึกษา เราก็ไม่ค่อยเชื่อ นี่คือข้อเสียของสังคมบ้านเรา ทั้งนี้ Hi-5 ถูกจริตเยาวชนบ้านเราในการแสดงอัตลักษณ์ จึงเป็นบริเวณส่วนตัวของวัยรุ่นที่ผู้ใหญ่ตามไม่ทัน”