วันที่
๒๗ มีนาคม ๒๕๕๑
การอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อ
โดย
มูลนิธิเข้าถึงเอดส์
-
เด็กที่ติดเชื้อเอชไอวี
ตั้งแต่แรกเกิดสามารถมีชีวิตอยู่จนแก่ได้หรือไม่
-
เอดส์สามารถรักษาให้หายได้หรือไม่
หากเชื่อว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวี หรือเด็กที่ติดเชื้อไม่สามารถมีชีวิตอยู่จนแก่หรือรักษาให้หายได้
จะทำให้ผู้ติดเชื้อหรือเด็กหมดสิ้นความหวัง และผู้เกี่ยวข้องก็ขาดกำลังใจในการดูแลรักษา
ไม่เกิดการพัฒนาในบุคคลเหล่านี้ ในทางตรงกันข้าม หากเชื่อว่าเป็นไปได้
ก็จะส่งผลให้เกิดความหวัง การพัฒนาหาทางป้องกัน และรักษา ตลอดจนพัฒนาศักยภาพในตัวบุคคล
บุคคลจะอยู่ร่วมกับผู้ติดเชื้อได้ต้องมีความเข้าใจในข้อมูล
ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเชื้อไวรัสเอชไอวี คือ เมื่อเชื้อเอชไอวีเข้าสู่ร่างกาย ร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาภายในระยะเวลา
๓ เดือน ทำให้สามารถตรวจพบเชื้อเอชไอวีได้ในระยะเวลานี้ (windows period) และเมื่อตรวจภูมิคุ้มกัน (CD ๔) หากพบว่าน้อยกว่า
๒๐๐ หมายถึงภูมิคุ้มกันต่ำ หรือบกพร่อง ก่อให้เกิดโรคฉวยโอกาสได้ ซึ่งเรียกระยะนี้ว่าผู้ป่วยเอดส์
ทั้งนี้ โรคฉวยโอกาสสามารถรักษาได้ทุกโรค ส่วนภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่องสามารถให้ยาต้านไวรัส
เพื่อควบคุมปริมาณเชื้อไวรัสให้คงที่ และในขณะเดียวกัน ร่างกายจะมีกลไกทำลายเชื้อ
ทำให้เชื้อในกระแสเลือดหมดไป แต่ยังคงมีอยู่ในเนื้อเยื่อ จึงยังมีเชื้อเอชไอวีอยู่ในร่างกาย
โดยที่การกินยาต้านไวรัสจึงจำเป็นต้องกินให้ตรงเวลาและสม่ำเสมอ
เพื่อควบคุมปริมาณไวรัสไม่ให้ขยายตัว และปล่อยให้ระบบภูมิคุ้มกันเอชไอวีทำงานต่อไป
ผู้ติดเชื้อหากเข้าถึงยา
และรับยาต้านดังกล่าวจะสามารถมีชีวิตจนแก่เฒ่า ส่วนเด็กที่ได้รับเชื้อเอชไอวีจากแม่
ในประเทศไทยปัจจุบันเติบโตเป็นผู้ใหญ่ในสังคมแล้ว หากคนในสังคมที่กำลังกังวลว่าตัวเองกำลังติดเชื้อ
หากไม่เปลี่ยนมุมมองในเรื่องของการเป็นเอดส์แล้วต้องตาย
บุคคลเหล่านี้จะอยู่ในสังคมอย่างไร หากเป็นลูกหลานหรือนักเรียนนักศึกษาที่สอนอยู่จะสื่อสารกับเขาอย่างไร
อย่างไรก็ตาม ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับโรคเอดส์ในปัจจุบันคือ
๑.โรคเอดส์คือกลุ่มอาการที่เกิดขึ้นอันเนื่องมาจากภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง เนื่องมาจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี
๒.โรคเอดส์ไม่ใช่โรคติดต่อร้ายแรง และ ๓.โรคเอดส์เป็นโรคติดต่อที่ควบคุมได้ ทั้งการระบาดและอาการ