|
|
เวลาเราพูดเรื่องวัยรุ่น ทั้งประเทศก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราดูเรื่องอุบัติเหตุ ๖๐%จะพบว่า มาจากแอลกอฮอล์ ต่อมาคือเรื่องเอดส์ เราจะพบพฤติกรรมเสี่ยงสามคือ ฆ่าตัวตาย สามลำดับแรกที่ต้องรับภาระในการจัดการ แต่อันดับหนึ่งของ สหรัฐฯ คือการฆ่ากันตาย |
|
| Parent Connected | |
| เด็กที่มีต้นทุนชีวิตต่ำก็จะเสี่ยงกว่าเด็กที่มีต้นทุนชีวิตสูง ครูกับการติดตามเด็กก็มีผลในการพัฒนาวัยรุ่น มีกรณีที่แลกเปลี่ยนกัน เวลาที่ลูกขอคือขอกีตาร์ แต่เวลาแม่ขอๆ ให้เป็นคนเก่งคนดี เราพบว่ามันปะทะกันว่า เด็กนี่ขอสิ่งที่เป็นรูปธรรมมากแต่แม่นี่ขอสิ่งที่นามธรรมมาก เราต้องค่อยจัดให้ สรุปว่าแม่ขอว่าอย่าทำบ้านรก ให้มีระเบียบหน่อยในบ้านเราพบว่าพ่อแม่บางคนไม่มีทักษะ พ่อแม่บางทีรู้เยอะแต่เอาตัวไม่รอด บางกลุ่มนี่ไม่เหมาะเป็นพ่อเป็นแม่ก็มี นี่หนักค่อยแก้กันอีกเรื่อง แต่ถ้าครอบครัวและครูมี Connected รายงานพบว่าช่วยให้ปัญหาลดลงได้มาก พฤติกรรมเสี่ยงลดลงมาก ทั้งเรื่องแอลกอฮอล์ บุหรี่ พฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ จะลดลง แต่ถ้าครอบครัวเดี่ยว หย่าร้าง ต้นทุนชีวิตต่ำมีความเสี่ยงสูงมาก ตัวชี้วัดเหล่านี้ก็อยู่ในหนังสือเล่มสีน้ำเงินหมดแล้วท่านก็ลองศึกษาดูนะครับ มันมีหลายด้านมากอย่ามุ่งไปที่ด้านการเรียนอย่างเดียว เพื่อน กิจกรรม ชุมชน ฯลฯ ซึ่งมี ๘ ด้าน ดัชนีย่อยๆ อีกรอบด้านเลย ประเด็นที่ว่าเราจะออกแบบกิจกรรมในพื้นที่กลางอย่างไร ต้องมีกิจกรรมให้เขาเฉพาะ มีกรณีในอิสราเอลทั้งๆ ที่มีภาวะรุนแรง ชุมชนเขาทำเองรัฐไม่ต้องมาเกี่ยวข้องด้วยซ้ำ ต้องหาสันทนาการเพราะเขาห่วงเด็กเขาที่อยู่ในภาวะท่ามกลางความรุนแรงจะเป็นผลกระทบของเขา จากการวิจัยเราพบว่าเด็กๆ ขาดจิตสาธารณะ มันหายไป เขาไม่ได้สนใจชุมชน บางโรงเรียนที่เด็กเก่งระดับโอลิมปิก พบว่าขาดกิจกรรมในชุมชนมาก เด็กเรียนนี่ การหายใจมันมีแต่ตำราอยู่แล้ว เราน่าจะจัดให้เขามีจิตอาสาหน่อย เราน่าจัดให้เด้งกลับไปอีกแนว เราจะได้เด็กเก่งที่ทำให้กับสังคมประเทศชาติ มันจะดียิ่งขึ้นไปอีก ขจัดร้าย ขยายดี สร้างภูมิคุ้มกัน การสร้างต้นทุนชีวิตต้องทำต่อเนื่องนะครับผลักดันให้เป็นกิจวัตรนะครับ สร้างปิยวาจาในครอบครัว ทำให้เป็นวัฏจักรของชีวิต เอา ๕ พลัง ๔๐ ตัวชี้วัดวัยรุ่ยไทยที่บอกนี่เอามาใช้ ครอบครัว ปัญญา ชุมชน เพื่อนและกิจกรรม ทั้งหมด ๕ พลัง ทั้งหมด ครอบครัวสำคัญที่สุด ท้ายที่สุดเราต้องการเห็น ๓ ระดับคือ ระดับบุคคล ต้องการให้จับถูกได้ สร้างกำแพงที่หลากหลาย ระดับชุมชน เราฝันที่จะเห็น ทั้งโรงเรียนและชุมชน ให้เขาเรียนรู้ว่าชุมชนเรามีปัจจัยเสี่ยงใดที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงนั้น ให้มีศักยภาพสำรวจสิ่งที่เรามีเราอ่อนแอ แก้ไขมันเสีย เห็นภาพรวมให้ได้ ระดับประเทศเราฝันให้กระทรวงพัฒนาสังคมฯ เป็นแมงมุมที่เชื่อมต่อให้ได้ทุกเครือข่าย พ.ม.น่าจะสำมะโนประชากรว่าต้นทุนเด็กและเยาวชนไทยว่า สามปีที่ผ่านมาอะไรหาย อะไรเพิ่มพูนอะไรที่มีอยู่จะได้จัดการถูกนะครับ |
|
| ช่วงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น | |
| ผู้ร่วมเสวนา : เราจะรู้ความต้องการจากเยาวชนอย่างไร มีผู้ใหญ่ใจดีเยอะ แต่จะมาเจออย่างไร จะมาร่วมคิดร่วมทำกันอย่างไร ให้เป็นรูปธรรม
นพ.สุริยะเดว : แบบประเมินนี่มีสองแบบ คือแบบปริมาณเข้าว่าคือดูชุมชน อีกแบบคือดูคุณค่าเลย ในคลีนิคทำได้ เพื่อวัดความต้องการของตัวเด็กเป็นฐาน วัดการรับรู้ของเด็ก เมื่อลองโฟกัสกรุ๊ปดูนี่ ก็ข้อคิดเห็นเชิงลบในวัยรุ่นหมดเลย เขาเดินมาเยอะ พอมาเจอตัวชี้วัดเชิงบวกเกลี้ยงเลย เขาประทับใจ บางเรื่องเราซื้อสัตย์ไงว่าตรีงกับเขา บางคนว่า บางวลีกระตุ้นให้เขาได้คิดนะ มันเกิดความรู้สึกการทำแบบสอบถามผมว่าก็ชอบใจนะ บางคำถามเขาไปถามเพื่อต่อเลยเขาเอาไปใช้ ผู้ร่วมเสวนา : การใช้เครื่องมือของหมอ มีการประเมินเครื่องมือว่าจะเที่ยงตรงหรือยัง ทางบ้านดิฉัน(ยะลา) มีปัญหาเรื่องภาษาไม่ทราบว่าจะนำมาใช้ได้มั้ย? ผู้ร่วมเสวนา : การทำงานเดี๋ยวนี้มักเน้นแต่เรื่องที่เป็นทางเสี่ยง ทางบวกน้อยแล้วงบสนับสนุนด้านนี้ก็น้อยเพราะคนยังไม่เห็นความสำคัญ แต่พอดูที่สภาเยาวชน เขาดูเหมือนผู้ว่าฯ น้อยมามันก็คงยากในการทำงานนตอนนี้ค่ะ หมอสุริยะเดว : เราทำงานก็คิดว่าน่าจะได้ต้นแบบเป็นโมเดลของชุมชนเพื่อเอาไปใช้ในชุมชนเอง เอา พ.ม.มาสนับสนุน ที่ว่าเด็กๆ เป็นผู้ว่าฯ น้อย ไปเสียก็เพราะผู้หญิงไม่ใช่หรือ? หลายคนชอบคิดว่าธุระไม่ใช่ต้องเลิกความคิดเหล่านี้ ความยั่งยืนไม่เกิดขึ้นเพราะ คิดว่าธุระไม่ใช่ด้วยรึเปล่า? การสอน วารสารฯ สื่อสารมวลชน เรื่องจริยธรรมจำเป็นรึเปล่า หรือแค่ทำๆ โน้มน้าวลูกค้าแล้วบอกว่า ธุระไม่ใช่ สังคมเราโยนไปมาตลอดเราใช้กลไกป้องกันด้วยการโทษคนอื่นตลอด ผมเป็นแค่กุมารแพทย์คนหนึ่งที่พยายามทำให้ดีที่สุด สื่อเป็นผู้นำสภากาแฟของประเทศนะครับ เรื่องดีไม่ดี อยู่ที่สื่อนะครับ ถ้าประเทศพูดเรื่องดีๆ มันก็จะนำไปสู่เรื่องดีๆ ได้ สื่อบ้านเรายังเป็นแบบ ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดี เสียเงิน บ้านเราจะให้สื่อมาขับเคลื่อนได้รึเปล่าก็ต้องลองคอยดู |
|