Development Assets
โดย นพ.สุริยะเดว ทรีปาตรี สถาบันสุขภาพเด็กแห่งชาติมหาราชินี
๑๘ มีนาคม ๒๕๕๑ เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๒.๐๐ น.
[ดาวน์โหลดสไลด์ ขนาด 8.6 MB]
 

     เวลาเราพูดเรื่องวัยรุ่น ทั้งประเทศก็อยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าเราดูเรื่องอุบัติเหตุ ๖๐%จะพบว่า มาจากแอลกอฮอล์ ต่อมาคือเรื่องเอดส์ เราจะพบพฤติกรรมเสี่ยงสามคือ ฆ่าตัวตาย สามลำดับแรกที่ต้องรับภาระในการจัดการ แต่อันดับหนึ่งของ สหรัฐฯ คือการฆ่ากันตาย

     ที่จริงพัฒนาการวัยรุ่นไม่ต่างจากสมัยเราเลย แต่ที่ต่างนี้ เกิดจากปัจจัยสิ่งแวดล้อม อนาคตถ้าไม่มีการจัดการระบบนี้ ต่อไปจะไหลไปเป็นกระแส เหมือนเราแห่ไปเรียนพิเศษจนสมองเฉื่อยมาก ไม่มีการลับสมอง เราเจอเคสก็ลองคว้าในเด็กๆ พับถุง เด็ก ม.๓ ให้ทำดู เขามึนทำอะไรไม่ได้ เขาวางแผนไม่ได้ เขาจัดสัดส่วนไม่ได้ กระบวนการคิดเหล่านี้ช่วยตอนเรียน ผมบอกแม่เขาว่าอย่าไปสนเกรด เขาจะรู้ว่าเขาควรที่จัดการชีวิตอย่างไร วางแผนอย่างไรน่าสนใจมากว่า ไม่ต้องมาส่งเรียนพิเศษ กิจกรรมพัฒนาสมองของเขาต้องได้ทำเพื่อมากกว่าเรียนพิเศษ

     คนไม่เก่งคือคนเรียนไม่ดี ถ้าเอามาตรฐานนี้มาจับนะครับ จบเลย ไม่แปลกที่เด็กจะฆ่าตัวตายเยอะ ที่แย่หน่อย ๑๕ ปี เป็นแม่คนแล้ว ๖๐,๐๐๐ กับ ๔,๐๐๐ ปัญหาเอดส์นั้นดีขึ้น เทรนด์มันลดลงแสดงว่าการรณรงค์ดีมาก แต่เรื่องคุมกำเนิดนี่เป็นประเด็นอ่อนไหวซึ่งยังไม่สามารถพูดได้เลยในบ้านเรา

     วันรุ่นตอนกลางในช่วงที่อยู่ ม.ต้น ถ้าประคับประคองให้ดี นี่คือตัววัดน้ำยาของพ่อแม่ ต้องคอยดูแล ให้มองเชิงบวกให้ดี สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้มีคือ “กฎหมายคุ้มครองเยาวชน” ที่บ้านเมืองอื่นเขามีหมดแล้ว ก่อนที่จะมาออกกฎหมายทำแท้ง ซึ่งขยับมันไม่ได้ง่ายๆ เรามีข้อมูลว่าถ้ายิ่งมีเซ็กส์เร็วโอกาสเป็นมะเร็งปากมดลูกได้ มีเชื้อแฝงมากถึง ๘๐% สิ่งเหล่านี้ประเทศชาติก็จะทำการรับภาระ ถ้าใครหมกหมุ่นมาก การดึงเขาออกมามันยังยากที่จะมีความน่าสนใจไม่แพ้กันแล้วเพื่อดึงเขาออกมา

     เวลาที่วัยรุ่นเปลี่ยนผ่านไปสู่ผู้ใหญ่ สรีระก็เปลี่ยน ปากมดลูกเหมือนจะเผยอออก จะเผยให้เห็นเซลล์ด้านในจากของเด็กเป็นผู้ใหญ่ ช่วงเปลี่ยนผ่านนี้เซลล์เก่าก็ตาย เกิดใหม่ แต่เชื้อใหม่ๆ เชื้อโรคทั้งหลายแหล่ชอบภาวะแบบนี้มาก มันพอดีเลย ซึ่งสุ่มเสียงมากจนเรียกว่า “อวัยวะเพศอ่อนแอและอ่อนเยาว์” ต่างประเทศกล้าในการเปิดเผยข้อมูลก่อนที่จะสายเกินไป วัยรุ่นบ้านเรา ๑๕ ล้านคน ถ้าเข้ากระบวนการปรึกษาผู้ใหญ่มากขึ้นก็จะเป็นเรื่องดีมาก

     ญี่ปุ่น-เกาหลี มีรายงานการคลอดลูกน้อยมาก ทั้งๆที่เรารับวัฒนธรรมจากเขาเยอะ เขาพูดเรื่อง sex management เราควรว่ากันไปตามกลุ่มเป้าหมายเลย มีกลยุทธ์มากมายซึ่งเป็นเรื่องรายละเอียด เราได้ฟังบ่อยๆ เรื่อง เละเทะของวัยรุ่น ถามว่ามันจริงไหม เราจะหากระบวนการเข้าใจมันในเชิงบวกได้อย่างไร เราจะมองจากปัญหาเป็นฐาน หรือจะมองอีกแบบหนึ่งซึ่งเอาคุณค่าเป็นตัวตั้ง ซึ่งเป็นต้นทุนเด็กและเยาวชนไทย

     ถ้าเราเปิด เราใจกล้าหน่อย อย่ากลัวเขา เปิดอกเปิดใจ บางทีเป็นการเยียวยาไปด้วยเลย ถ้าได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน วัยรุ่นจะมีศักยภาพมาก เพราะเขาไม่ต้องมีภาระดูแลครอบครัวแล้วมีระบบสมองที่กำลังเติบโต มีการจัดระบบที่พร้อมจะทำทุกอย่าง มีพลังสร้างสรรค์มาก มีกรณีเด็กติดยา ปล่อยให้เขาแสดงความถนัดของเขา มีเวทีแสดงออก เขาเลิกได้ ทั้งๆที่ติดมา ๘ ประเภทไม่ต้องบำบัดที่ไหนเลยด้วยซ้ำ

     บางกรณีเราพบว่าทักษะการเลี้ยงไม่ดี ทั้งๆ ที่ครอบครัวครบ แต่พ่อแม่ด่าลูกจนไม่เหลือดี เราเลยถามว่าลูกคุณมีอะไรดี ให้เวลาสิบห้านาทีบอกว่านึกไม่ออก เราจะเห็นในอีกด้านหนึ่งมองไม่ออก พอเราถามเด็กบ้างว่า แม่มีข้อดีอะไรบ้าง เด็กตอบได้สองสามข้อ ดีนะยังพอเห็น เราเลยนัดใหม่ แล้วให้พาพ่อมาด้วย

     เขาใช้วิธีการจับผิดมากเกินไป ถ้าต้องหาจับถูก ต้องหาทักษะอีกแบบมันยากไปอีกระดับนึงเลยนะ ๒/๓ ของ ๑๐๐% ต้องเจอความสำเร็จ อีกส่วนนึงต้องเจอความล้มเหลว ถามว่าที่เหลือมีไว้ทำไม ก็มีไว้เพื่อพัฒนาตนเอง เป็นเรื่องธรรมดา แต่ก็พบว่าเรื่องความสำเร็จมันมีมากกว่า
กรณีเดิมอาทิตย์ถัดมา พ่อเขามา พ่อเขาเมา คำพูดพ่อของเขา เราให้ลองพูดดู ก็มีแต่ประชดประชัน ขนาดเขากลับมาเร็วกลับโดนประชด เราน่าจะจี้ให้ตรงประเด็น ชมไปเลยอย่าอ้อมค้อม ไม่ต้องสาธยายมาก บอกตรงๆ เขาเข้าใจได้

     บางทีการใช้ปากพูดอย่างเดียวนั้นไม่ได้ ถ้าเราจัดสภาพแวดล้อมในชุมชนได้ สร้างความคุ้นเคย สร้างการรู้จักได้ ทำเป็นความร่วมมือ สร้างกิจกรรมให้เกิดขึ้น เราจะต้องช่วยกัน สร้างชุมชนให้มีส่วนร่วม สร้างพื้นที่ดีให้มากกว่าพื้นที่ไม่ดี ลองหาว่ามีที่ไหน โรงเรียน หานวัตกรรมดีๆ สร้างพื้นที่บวก ปิดเทอมควรมีกิจกรรมสร้างสรรค์ให้ดี ไม่ให้กระจุกตัวแค่บางที เปิดให้เป็นดอกเห็ดไปเลย สร้างเป็นเกราะป้องกันเด็กของเรา

     ลองให้ชุมชนร่มเกล้าหาทรัพยากรมีชีวิต มีปราชญ์ท้องถิ่นดึงมา ที่ผ่านมาเราไม่สำรวจ ไม่ค้นหา บางคนธรรมดาแต่มีดีอยู่ในตัว พอเอายายขยายขนมครกมานั่งถามที่แกว่ากลอนสดได้ พอลองทำแล้วเกิดความสัมพันธ์ระหว่างวัยขึ้นมา หมุนมาใช้เป็นประโยชน์ที่ลองทำเราพบว่าทำได้จริง

     กรณีรถซิ่ง ขณะหนึ่งเด็กจะวิ่งเข้าหาพฤติกรรมเสี่ยง การจะสร้างกำแพงที่พอเหมาะให้เด้งกลับแบบลูกบอล ถ้าเป็นสิ่งดีๆ ก็จะสะท้อนสำนึกได้ที่ฉีกแนวเลย แบบนาวิน ตาร์ นี่ตอนแรก พ่อแทบเอาไม่อยู่ แต่พอเจอกำแพงดีๆ คนละเรื่อง ปัญหาคือจะสร้างยังไง บางทีมีทุนต้องแลกเช่นการสูญเสียชั้นยิ่งใหญ่ ก็มี บางคนก็สายเกินไปเสียชีวิตไปเลยก็มี หน้าที่เราต้องสร้างกำแพงสะท้อน จะเซพเด็กได้อีกหลายๆ ชีวิต

     แคมเปญที่กำลังจะทำยกสองชุมชนต่างกัน ชุมชนที่มีปิยวาจา ไม่ต้องลงทุน รู้จักทักทาย ยกว่าถ้ามีเด็กที่หดหู่จะฆ่าตัวตาย ถ้าในชุมชนทักทายดีบางทีก็ฉุดเอาไว้ได้ ช่วยให้เขาคิดได้มีลุงสักคนช่วยทัก มันกั้นเขาได้ต้องลองทำดู ทุกคนทำได้นี่คือหลัก ไม่จำเป็นต้องเป็นหมอหรือนักจิตวิทยาเท่านั้น

 
Parent Connected
     เด็กที่มีต้นทุนชีวิตต่ำก็จะเสี่ยงกว่าเด็กที่มีต้นทุนชีวิตสูง ครูกับการติดตามเด็กก็มีผลในการพัฒนาวัยรุ่น มีกรณีที่แลกเปลี่ยนกัน เวลาที่ลูกขอคือขอกีตาร์ แต่เวลาแม่ขอๆ ให้เป็นคนเก่งคนดี เราพบว่ามันปะทะกันว่า เด็กนี่ขอสิ่งที่เป็นรูปธรรมมากแต่แม่นี่ขอสิ่งที่นามธรรมมาก เราต้องค่อยจัดให้

     สรุปว่าแม่ขอว่าอย่าทำบ้านรก ให้มีระเบียบหน่อยในบ้านเราพบว่าพ่อแม่บางคนไม่มีทักษะ พ่อแม่บางทีรู้เยอะแต่เอาตัวไม่รอด บางกลุ่มนี่ไม่เหมาะเป็นพ่อเป็นแม่ก็มี นี่หนักค่อยแก้กันอีกเรื่อง แต่ถ้าครอบครัวและครูมี Connected รายงานพบว่าช่วยให้ปัญหาลดลงได้มาก พฤติกรรมเสี่ยงลดลงมาก ทั้งเรื่องแอลกอฮอล์ บุหรี่ พฤติกรรมเสี่ยงอื่นๆ จะลดลง แต่ถ้าครอบครัวเดี่ยว หย่าร้าง ต้นทุนชีวิตต่ำมีความเสี่ยงสูงมาก ตัวชี้วัดเหล่านี้ก็อยู่ในหนังสือเล่มสีน้ำเงินหมดแล้วท่านก็ลองศึกษาดูนะครับ มันมีหลายด้านมากอย่ามุ่งไปที่ด้านการเรียนอย่างเดียว เพื่อน กิจกรรม ชุมชน ฯลฯ ซึ่งมี ๘ ด้าน ดัชนีย่อยๆ อีกรอบด้านเลย

     ประเด็นที่ว่าเราจะออกแบบกิจกรรมในพื้นที่กลางอย่างไร ต้องมีกิจกรรมให้เขาเฉพาะ มีกรณีในอิสราเอลทั้งๆ ที่มีภาวะรุนแรง ชุมชนเขาทำเองรัฐไม่ต้องมาเกี่ยวข้องด้วยซ้ำ ต้องหาสันทนาการเพราะเขาห่วงเด็กเขาที่อยู่ในภาวะท่ามกลางความรุนแรงจะเป็นผลกระทบของเขา

     จากการวิจัยเราพบว่าเด็กๆ ขาดจิตสาธารณะ มันหายไป เขาไม่ได้สนใจชุมชน บางโรงเรียนที่เด็กเก่งระดับโอลิมปิก พบว่าขาดกิจกรรมในชุมชนมาก เด็กเรียนนี่ การหายใจมันมีแต่ตำราอยู่แล้ว เราน่าจะจัดให้เขามีจิตอาสาหน่อย เราน่าจัดให้เด้งกลับไปอีกแนว เราจะได้เด็กเก่งที่ทำให้กับสังคมประเทศชาติ มันจะดียิ่งขึ้นไปอีก “ขจัดร้าย ขยายดี สร้างภูมิคุ้มกัน” การสร้างต้นทุนชีวิตต้องทำต่อเนื่องนะครับผลักดันให้เป็นกิจวัตรนะครับ สร้างปิยวาจาในครอบครัว ทำให้เป็นวัฏจักรของชีวิต เอา ๕ พลัง ๔๐ ตัวชี้วัดวัยรุ่ยไทยที่บอกนี่เอามาใช้ ครอบครัว ปัญญา ชุมชน เพื่อนและกิจกรรม ทั้งหมด ๕ พลัง ทั้งหมด ครอบครัวสำคัญที่สุด ท้ายที่สุดเราต้องการเห็น ๓ ระดับคือ ระดับบุคคล ต้องการให้จับถูกได้ สร้างกำแพงที่หลากหลาย ระดับชุมชน เราฝันที่จะเห็น ทั้งโรงเรียนและชุมชน ให้เขาเรียนรู้ว่าชุมชนเรามีปัจจัยเสี่ยงใดที่สัมพันธ์กับความเสี่ยงนั้น ให้มีศักยภาพสำรวจสิ่งที่เรามีเราอ่อนแอ แก้ไขมันเสีย เห็นภาพรวมให้ได้ ระดับประเทศเราฝันให้กระทรวงพัฒนาสังคมฯ เป็นแมงมุมที่เชื่อมต่อให้ได้ทุกเครือข่าย พ.ม.น่าจะสำมะโนประชากรว่าต้นทุนเด็กและเยาวชนไทยว่า สามปีที่ผ่านมาอะไรหาย อะไรเพิ่มพูนอะไรที่มีอยู่จะได้จัดการถูกนะครับ
 
ช่วงแลกเปลี่ยนความคิดเห็น
ผู้ร่วมเสวนา : เราจะรู้ความต้องการจากเยาวชนอย่างไร มีผู้ใหญ่ใจดีเยอะ แต่จะมาเจออย่างไร จะมาร่วมคิดร่วมทำกันอย่างไร ให้เป็นรูปธรรม

นพ.สุริยะเดว : แบบประเมินนี่มีสองแบบ คือแบบปริมาณเข้าว่าคือดูชุมชน อีกแบบคือดูคุณค่าเลย ในคลีนิคทำได้ เพื่อวัดความต้องการของตัวเด็กเป็นฐาน วัดการรับรู้ของเด็ก เมื่อลองโฟกัสกรุ๊ปดูนี่ ก็ข้อคิดเห็นเชิงลบในวัยรุ่นหมดเลย เขาเดินมาเยอะ พอมาเจอตัวชี้วัดเชิงบวกเกลี้ยงเลย เขาประทับใจ บางเรื่องเราซื้อสัตย์ไงว่าตรีงกับเขา บางคนว่า บางวลีกระตุ้นให้เขาได้คิดนะ มันเกิดความรู้สึกการทำแบบสอบถามผมว่าก็ชอบใจนะ บางคำถามเขาไปถามเพื่อต่อเลยเขาเอาไปใช้
เราจะมีกิจกรรมอีกเป็นร้อย ที่เราจะได้ศึกษาพวกเขาในอีกหลายพฤติกรรม ตามหมวดที่บอกตอนต้นแล้วก็เอาตัวชี้วัด ๔๐ ตัวนั่นมาใช้ แล้วเราก็ลองทำเอาทุกฝ่ายมาร่วมกันเลยซึ่งร่วมกับทาง พ.ม. แบ่งตามสัดส่วนเลย แต่ให้เด็กเป็นแกนใหญ่แล้วก็เอาผู้ใหญ่มาร่วมแล้วก็พัฒนา แกนนำเด็กขึ้นมาเป็นหลักสูตร สร้างต้นทุนเลยหาดัชนีมา ให้เขาเป็นตัวนำการเปลี่ยนแปลง เครื่องมือนี้จะเป็นเครื่องมือหนึ่งที่ช่วยเรา

ผู้ร่วมเสวนา : การใช้เครื่องมือของหมอ มีการประเมินเครื่องมือว่าจะเที่ยงตรงหรือยัง ทางบ้านดิฉัน(ยะลา) มีปัญหาเรื่องภาษาไม่ทราบว่าจะนำมาใช้ได้มั้ย?
นพ. สุริยะเดว : ต้องทำแยกครับ เพราะวัฒนธรรมต่างกัน แต่ละวัยก็ต่างกัน บางวัยคำถามต้องรูปธรรม นามธรรมเขาไม่เข้าใจ ส่วนในเชิงคุณภาพที่วัดได้นะ ที่จริงจะสมบูรณ์แบบ แต่คงไม่ไหวเพราะสเกลใหญ่มากแต่ในทางหนึ่ง การวัดทางลบแบบ Child watch นี่เคยดูแต่เรื่องปัจจัยเสี่ยง ตอนนี้เราลงนามร่วมแล้ว ดูปัจจัยสร้าง ซึ่งเป็นในเชิงบวกด้วยแล้วเอามารวมกัน

ผู้ร่วมเสวนา : การทำงานเดี๋ยวนี้มักเน้นแต่เรื่องที่เป็นทางเสี่ยง ทางบวกน้อยแล้วงบสนับสนุนด้านนี้ก็น้อยเพราะคนยังไม่เห็นความสำคัญ แต่พอดูที่สภาเยาวชน เขาดูเหมือนผู้ว่าฯ น้อยมามันก็คงยากในการทำงานนตอนนี้ค่ะ
ผู้ร่วมเสวนา : เราจะทำความเข้าใจร่วมกันอย่างไรในการพัฒนาเยาวชนเชิงบวก

หมอสุริยะเดว : เราทำงานก็คิดว่าน่าจะได้ต้นแบบเป็นโมเดลของชุมชนเพื่อเอาไปใช้ในชุมชนเอง เอา พ.ม.มาสนับสนุน ที่ว่าเด็กๆ เป็นผู้ว่าฯ น้อย ไปเสียก็เพราะผู้หญิงไม่ใช่หรือ? หลายคนชอบคิดว่าธุระไม่ใช่ต้องเลิกความคิดเหล่านี้ ความยั่งยืนไม่เกิดขึ้นเพราะ คิดว่าธุระไม่ใช่ด้วยรึเปล่า? การสอน วารสารฯ สื่อสารมวลชน เรื่องจริยธรรมจำเป็นรึเปล่า หรือแค่ทำๆ โน้มน้าวลูกค้าแล้วบอกว่า ธุระไม่ใช่ สังคมเราโยนไปมาตลอดเราใช้กลไกป้องกันด้วยการโทษคนอื่นตลอด ผมเป็นแค่กุมารแพทย์คนหนึ่งที่พยายามทำให้ดีที่สุด สื่อเป็นผู้นำสภากาแฟของประเทศนะครับ เรื่องดีไม่ดี อยู่ที่สื่อนะครับ ถ้าประเทศพูดเรื่องดีๆ มันก็จะนำไปสู่เรื่องดีๆ ได้ สื่อบ้านเรายังเป็นแบบ ข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดี เสียเงิน บ้านเราจะให้สื่อมาขับเคลื่อนได้รึเปล่าก็ต้องลองคอยดู