|
|
บ้านกาญจนาไม่มีรั้ว มีคนข้างนอกที่ไม่ใช่ข้าราชการซี ๘ เป็นผู้บริหาร เด็กที่นี่คือลูกหลานที่มาจากที่ต่างๆ ในประเทศไทย เป็นเด็กหลังห้อง เขารู้สึกว่า ตัวตนของเขามันหาย มนุษย์นั้นล้วนต้องการตัวตน เชื่อหรือไม่ว่าเด็กที่โดนคดีรุมโทรม ส่วนใหญ่ อายุ ๑๑ - ๑๒ ส่วนใหญ่ไม่ไปโรงเรียน แต่ละคนไม่ค่อยได้ไปโรงเรียน เคยดูซีดีกระตุ้น บางคนก็ตามคนอื่น ตามเพื่อนไป |
|
| วัคซีนไม่ใช่ยาปฏิชีวนะ | |
| เรื่องเหล่านี้ถ้ามีวัคซีนป้องกันเด็กเหล่านี้ ให้ภูมิคุ้มกันก็จะดีกว่าหรือเปล่า เราไม่อยากให้เห็นหลักสูตรของ PATH เป็นยาปฏิชีวนะ เราอยากเห็นในฐานะที่เป็นวัคซีนมากกว่า เราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะให้เด็กรู้สิ่งเหล่านี้ได้ เราจะบอกกับเด็กทุกคนเสมอ ว่าเราจะแบ่งครึ่งชีวิตไว้ที่นี่เพื่อภารกิจประวัติศาสตร์ เพราะเขาคือตัวเปลี่ยนแปลงกระบวนการยุติธรรม แบบที่เคยเชื่อนั้นใช้ไม่ได้แล้ว ภาระของเขานั้นยิ่งใหญ่ ถ้าเขาไม่ใช้ความรุนแรงไม่หนีแล้วอยู่กันได้แล้วเขาช่วยเขียนประวัติศาสตร์หนึ่งบรรทัดแรกแล้ว ในทางจิตวิทยาเราถือว่าได้ให้ Empower ให้กับพวกเขา สถานที่ดีไม่ได้ขับเคลื่อนโดยครูใหญ่หรือใครๆ แต่เคลื่อนด้วยเด็กๆ ที่มีอุดมการณ์ร่วมกัน ทั้งๆ ที่พูดเรื่องยากแต่เขาก็ข้ามพรมแดนนั้นมาเข้าใจได้ เราพยายามให้พลังอำนาจกับเขา เราจะทำให้คนที่ powerless ให้มีขึ้นมา เราเชื่อว่าเราจะแสวงหาของดี แต่ไม่สลายของเสีย จากตัวตนของพวกเขาเอง ไม่ต้องไปไล่มันทำดีเรื่อยๆ เดี๋ยวก็จะดี |
|
| คำถาม ๔ ข้อเกี่ยวกับวินัยที่ต้องทบทวน | |
| ๑. วินัยแบบไหนที่ทำให้ นักเรียนของเราเห็นพลังอำนาจของตัวเอง ๒. วินัยแบบไหนที่ทำให้มีสำนึกร่วมไปกับเรา ๓. วินัยแบบไหนที่ทำให้เรามีเสรีภาพอยู่ ๔. วินัยแบบไหนที่ทำให้เรารู้เส้นแบ่งแดนของตนเอง ถ้าจะฟื้นฟูเด็กๆ เราต้องกล้าและเราต้องไม่ยอมรับมรดกบาป คือการที่เราไม่ฟังเสียงหรือไม่สนใจเด็กๆ เลย พลังที่มากของเด็กวัยรุ่นถ้าจับมารวมจะเกิดอะไรขึ้น จลาจล นั้นจะเกิดแน่ๆ เชื่อว่าเด็กๆ ไม่เคยขออะไรเกินเลย เราเคยขอเวลาเวลาขึ้นบ้านที่เขาพอใจจากธรรมดา ๕ ทุ่ม เด็กขอแค่ทุ่มเดียว ปรากฏว่าไม่เคยมีการแหกกฎเลย เขาอยู่กันได้อย่างดี เดี๋ยวนี้พัฒนาการเป็น ๓ ทุ่ม พวกเขาคือผู้ออกกฎ เจ้าหน้าที่ไม่รู้สึกสูญเสียอำนาจสบายใจด้วยเพราะว่ามาช่วยกันคุมกฎ ให้เขามีส่วนร่วมในวินัย อ.สุลักษณ์พูดได้ดีว่า วินัยนั้นต้องตอบได้ ถามได้เถียงได้ ว่ามีที่มาจากไหน ที่จริงถ้าเราปลดเงื่อนไขข้อแรกได้ว่าเขามีส่วนร่วมในวินัย ข้อที่สองก็จะไม่มีตามมา หลายๆ เรื่องเราเหมือนจะแพ้แต่จริงๆ นั้นไม่แพ้ บางทีเราเสียงดังซึ่งดูเหมือนจะชนะแต่ระยะยาวไม่ชนะ |
|
| พฤติกรรมหรือบุคลิกภาพ | |
| เราอาจต้องรู้ให้ได้ถึงเบื้องหลังความคิดของเขาว่า ทำไมเขาถึงอยากจะใช้ความรุนแรง การจะกระเทาะอคติจากใจหลายๆ คนออกมาได้นี่ เราต้องเรียนรู้สิ่งที่เขาแสดงออกนั่นคือ พฤติกรรมของเขาหรือบุคลิกภาพของเขา ต้องอ่านให้ขาด แยกกันให้ออก ถ้าแค่บุคลิกภาพก็เป็นแค่เรื่องของเขา แต่ถ้าพฤติกรรมมันกร่างก็ค่อยว่ากันอีก เราต้องไม่เอามาปนกัน การมองเด็กแค่เดินกร่างๆ ต้องหัดให้เขาลดการใส่อคติลงไป เราต้องสร้างมวลของการเปลี่ยนแปลงให้ได้ (Critical Mass) แค่ผู้นำสัก ๓๐% ก็จะเปลี่ยนแปลงได้ มันเกิดแล้ว แต่กว่าจะเริ่มจากศูนย์แล้ววิ่งขึ้นไปนั้นต้องใช้เวลา เรายังต้องระลึกให้ดีว่าเมื่อเวลาผ่านไป แต่ความเป็นผู้ใหญ่กำลังมาต้อนรับพวกเขา ที่เคยเป็นเด็ก แวนท์ มาก่อน พวกเขาเริ่มทำท่าจะเลิก เริ่มเบื่อแล้ว พ่อแม่ ต้องเห็นว่ามีประตูบานหนึ่งที่เป็นทางออก ถ้าทุกประตูปิดตายจบเลยมันจะเครียดมาก คิดไม่ออก แก้ไม่ตก |
|
| การมีส่วนร่วมและการดูแลซึ่งกันและกัน | |
| เวลาให้เขามีส่วนร่วมนั้นมีอย่างอื่นงอกงามตามมาด้วย เช่น การยอมรับผู้อื่น ทำใจได้ เข้าใจคนอื่นได้ ความรุนแรงที่ลดลง หลายอย่างมาพร้อมๆ กันในหลายๆ มิติ เราเห็นหลายๆ คนเป็นแบบนั้นมันงอกเพราะการรับรู้ การเรียนรู้ของมนุษย์มันจะเพิ่มขึ้น เราต้องสร้างวัฒนธรรมในการดูแลกันเอง วัฒนธรรมนั้นสร้างยากแต่อยู่ได้นาน เพราะจะมีการผลิตซ้ำอยู่ตลอด เรากอดเขาทุกคนเมื่อแรกเข้า พร้อมกับผูกข้อมือแต่ว่าเวลาออกกฎของบ้านเด็กๆ เขาจะตั้งขึ้นมาแล้วก็ปฐมนิเทศกันเอง ทุกอย่างมาจากพวกเขาเองมาจากเรื่องภายในของตัวเขาเอง เด็กพวกนี้มีทักษะในการใช้ชีวิตมาก เขามีจัดงานขึ้นบอร์ดของเขาเอง ทั้งๆ ที่โรงเรียนแบบเก่าเขาคงไม่มีทางได้ขึ้นบอร์ดเพราะมันมองกันคนละอย่าง |
|
| มรดกบาป | |
| เราพยายามไม่รับมรดกบาป คือเราต้องการเจ้าหน้าที่ในฐานะที่ปรึกษามากกว่าผู้คุม เราจะเปลี่ยน job description เขาได้อย่างไร เราถามตรงๆ ว่าพ่อคุณจบอะไรมาที่เลี้ยงคุณมา พ่อคุณจบจิตวิทยารึเปล่า คุณสงสัยในตัวเองรึเปล่า คุณใช้ตำราดูลูกรึเปล่า? ซึ่งถ้าคุณคุยกับจิ๊กโก๋ได้คุณก็ทำงานกับบ้านกาญจนาฯได้ เราอาจต้องทบทวนมรดกที่เราได้รับมาเช่นกัน คนที่ฆ่าคนอื่นตายได้ ในวัยรุ่นคือความคะนอง ยับยั้งตัวตนไม่ได้ เราคือข้อมูลมือปืนรับจ้างทั้งโลกคือไม่สนใจความเป็นมนุษย์ของเหยื่อ ข้อมูลทุกอย่างที่ปลุกความเป็นมนุษย์เราจะไม่ต้องการ ถ้าจะหยุดความรุนแรงเราต้องใส่ความเป็นมนุษย์ให้กับเขาให้มาก เรายิ่งแย่งชิงมากก็ลดทอนความเป็นมนุษย์มากขึ้นเท่านั้น ทฤษฎีบ้านเราเน้นความเป็นมนุษย์ของเรา เรามีวาทกรรมของบ้านเราอยู่ บ้านเราไม่มีประตู เราพบว่าเด็กๆ ไม่อยากแสดงเจตนาว่าเขาจะหนีพอเขาขีดเส้นขึ้นมาเองเขาจะเคารพ เพราะแต่วัยรุ่นยิ่งห้ามจะยิ่งไปเลย เราจะทำอย่างไรที่เส้นแบ่งนั้นจะชอบธรรม ที่นี่เราให้ความชอบธรรมในการตัดสินใจของสมาชิกในบ้านเรา เด็กๆ จะรู้แฟร์ในหลายเรื่อง เด็กในบ้านหนึ่งอยากไปเรียนต่อ เพราะพ่อเขาเป็นห่วง เราให้พ่อเขาเขียนจดหมายถึงเด็กๆ เพื่อขอให้ลูกเขาไปเรียนต่อ คำตอบคือเด็กๆ อนุญาตและออกกฎว่าควรทำอะไรแค่ไหน ทุกวันนี้เขาไปเรียนตอนเช้าขณะที่เพื่อนกำลังออกกำลังตอนเช้า ไม่มีใครหมั่นไส้เขาเลย เพราะเขาอนุญาตเอง ถ้าเราตัดสินใจให้จากผู้บริหารผลคงเป็นอีกแบบอย่าให้มีตะกอนค้างในใจเขา เราไม่เคยมีความเชื่อในตัวพวกเขาเพราะเราเชื่อแต่ตัวเราเพราะว่าเชื่อว่าเราแน่เราดี เด็กเขาก็เก่ง เก่งในบริบทของเขา เวลาเราทำงาน เราต้องไม่ลืมว่าเขามีปัญญา มีตัวตน มีพลัง มีทุกๆ อย่างๆ บางทีเขาออกไปเขาก็อาจจะล้มอีก มีพลาดกันได้ แต่เราเชื่อว่าทุนยังติดตัวของเขา เขาจะไปต่อได้ขอเพียงแต่เราอย่าเพิ่งไปประณามเขาเสียก่อน เราต้องฝึกให้เขารู้ว่าเขาผิดอย่างไร ให้เขาระลึกได้ว่าสิ่งที่เขาทำนั้นกระทบต่อผู้อื่นอย่างไร ลงโทษนั้นทำแน่แต่ต้องจัดลำดับเสียใหม่ การลงโทษนั้นปลายสุด สิ่งเหล่านี้เขามีทุนอยู่แล้วเพราะเขารู้ดีในการอยู่ร่วมกัน เราทำโทษไม่ใช่เพื่อสะใจ ไม่ใช่เพื่ออำนาจแต่ทำเพื่อการเปลี่ยนแปลง เราพยายามติดตั้งความคิดบางอย่างว่าถ้าติดขัดสิ่งใดนั้น คนที่จะเข้ามาปลดล็อกให้นั้นไม่ใช่ใครอื่น แต่คนที่ทำให้ก็คือ พ่อและแม่ ไม่ใช่เพื่อนแบบที่เขารัก เขาเชื่อ อุดมการณ์ของโรงเรียนบางทีมันก็เป็นเรื่องที่ผิดพลาด ครูที่มีอุดมการณ์ที่ผิดพลาด การศึกษาที่ผิดพลาด มันฆ่าคนได้เป็นแสน เขาไม่ได้เก่งที่สุด ไม่ได้สร้างสง่าราศรี แต่เขาได้อยู่ในเซฟตี้โซนที่อยู่ในพื้นที่ๆ เป็นเด็ก สังคมเราต้องการคนที่ไม่สร้างปัญหา บางทีอุดมการณ์แบบนี้ร้ายแรงยิ่งกว่าฆ่าคนเสียอีก เราเชื่อว่าต่อไปเด็กผู้ชายที่นี่ เขาต้องเป็นผัวใครสักคนนึงในอนาคตบางทีอาจจะเป็นลูกสาวเรา ซึ่งหน้าที่ของเราก็ต้องสร้างความเป็นมนุษย์ให้งอกงามขึ้นในตัวเขา นี่จะเป็นสิ่งที่หยุดปัญหาได้ในระยะยาวบางทีความอดทนของเราต่อเด็กมีน้อยจนเกินไป เพราะเราต้องการเห็นความสำเร็จเร็วมากจนเกินไป โลกยังไม่ได้แตกในวันพรุ่งนี้ ต้องอดทนต้องกล้าที่จะรอคอย |
|