Loading ...
รูปจาก www.oknation.net

     กิจกรรมหนึ่งที่ผู้คนมักจะทำกันในช่วงปีใหม่นอกเหนือจากการท่องเที่ยว พักผ่อนแล้วก็คือการดูดวง หลายคนมักจะตรวจโชคชะตาราศีของตัวเองว่าปีหน้าจะต้องระวังเรื่องอะไรบ้าง จะมีโชคลาภเข้ามาบ้างไหม เรื่องความรัก การงานจะรุ่งโรจน์หรือเปล่า

     นอกจากนี้ยังมีการดู “ดวงเมือง” ด้วยว่าปีหน้าชะตาบ้านเมืองจะเป็นอย่างไร มีวิกฤติหนักหนาสาหัสหรือไม่ ถ้ามีจะต้องระวังช่วงเดือนไหนเป็นพิเศษ

     ทำไมคนเราถึงดูดวง­

      
ถามเองตอบเองว่า เพราะคนเราอยากรู้อนาคต และอนาคตก็เป็นสิ่งที่คนเราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เสียด้วย บางทีกำหนดตั้งใจไว้อย่างหนึ่ง แต่เหตุการณ์กลับเป็นอีกอย่าง อนาคตจึงเป็นสิ่งที่ควบคุมลำบาก ไม่ต้องอนาคตหรอก ชีวิตคนเราแต่ละวันก็กำกับควบคุมลำบาก เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก

     มีคำกล่าวว่า “โลกใบนี้คือละครโรงใหญ่” แต่ผู้เขียนเห็นว่า โลกของเราซับซ้อนกว่าละครอยู่มาก และที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดคือ ละครมีการกำกับโดยคนๆ เดียว หากฉากไหนไม่เป็นไปตามที่ผู้กำกับต้องการก็สั่ง “คัท” แล้วถ่ายทำใหม่ได้
 
     บทกวี “เหตุการณ์ในกองถ่าย” ของ โชคชัย บัณฑิต จากเนชั่นสุดสัปดาห์ ปีที่ ๑๖ ฉบับที่ ๘๑๙ (๘ -๑๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑) พูดถึง “ลาง” บางอย่างที่เกิดขึ้นในกองถ่าย ซึ่งกำลังถ่ายทำฉากการสู้รบของพระนเรศวร แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์อย่างหนึ่งแทรกเข้ามา ซึ่งแม้ว่าจะถูกสั่ง “คัท” แล้ว ก็ยังต้องคิดต่อว่า เหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นได้อย่างไร ดังนี้
ใครแสร้งแต่งทัพพระเจ้าตาก
ผิดบทที่บอกรีบออกไป
เมคอัพอาร์ตติสท์อย่าผิดชุด
กรุงยังไม่แตกอย่าแหกนำ
เรื่องหน้าไม่แน่แต่รอหน่อย
ฉากต้อนไพร่พลที่ค้นพบ
อ้าว...เอ้า ว่าแล้วไม่รู้เรื่อง
ผิดคิวผิดบทกำหนดเนื้อ
จรม้ามาใกล้ทำไมนั่น
ช้างแทรกม้าศึกคึกคักดี

เหมือนทั้งผิวสีและภูษา
ตีบทสมจริงฟังยิ่งชัด
หันหาตากล้องแล้วร้องบอก
ทัพนอกทัพไหนหาใครฟัง
สิ้นคำผู้กำกับระงับถ่าย
อื้ออึงเมฆฝนอนธกาล
จุดธูปวูบวับฟ้ากลับแจ้ง
หรือกรุงสยามถูกย่ำยี
กรุงเทพทวารวดีศรีอยุธย์
มาดแม้นแผ่นดินใกล้สิ้นชาย
กรุงเทพธานีกลียุค
บ้านเมืองเคืองขัดเต็มอัตตา

บ้านเมืองเคืองขัดเต็มอัตตา
  บุกย่ำหนามขวากมาจากไหน
เดินกล้องส่องไฟเร่งถ่ายทำ
ฉากยุทธหัตถีตีกระหน่ำ
องค์ดำยังอยู่ฉากสู้รบ
กรุงแตกแยกถอยค่อยลี้หลบ
เมืองจันทร์ตรลบ-แต่งทัพเรือ
ชักเคืองขุ่นใจบอกไม่เชื่อ
ใบ้เบื้อเชื่อฟังกันบ้างซี
แล้วกันฟังหน่อยให้ถอยหนี
ไพร่พลพ่วงพีเหมือนมีนัด

เนื้อถ้อยเจรจาดูเจนจัด
ทะมัดทะแมงสำแดงพลัง
คนนอกจากไหนหรือใครสั่ง
หยุดยั้งสั่ง “คัท” ช่วยจัดการ
ฝุ่นลมปลิวปรายก็ส่ายพล่าน
กองทัพอันตรธานในทันที
สำแดงนิมิตหรือผิดที่
ไส้ศึกอึงมี่อยู่มากมาย
เลอฟ้ามาสะดุดเขาขุดขาย
เหตุการณ์กองถ่ายคล้ายมายา
ด้ามขวานเข็ญขุกถูกลอบฆ่า
บรรพชนด้นม้ามานิมิต­

มีไหมใครกล้าพยากรณ์.
     บทกวีเรื่องนี้ได้รับคัดเลือกจากสมาคมภาษาและหนังสือให้เป็นบทกวีดีเด่นประจำปี ๒๕๕๑ เนื้อหาของบทนี้แสดงให้เห็นถึงโลกของการผลิตละครที่มีการกำกับ และโลกของความเป็นจริงซึ่งยากที่จะกำกับ แถมท้ายด้วยเรื่อง “ลาง” บอกเหตุ ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ยากแก่การพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ อันนี้ก็เป็นเรื่องของแต่ละคนว่าจะเชื่อเรื่องลางบอกเหตุมากน้อยแค่ไหน

     แต่ที่อยากชวนให้เห็นและคิดต่อคือ ความเชื่อเรื่องวีรบุรุษ

     ในละครนั้นเมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤติ มักจะมีวีรบุรุษเข้ามาแก้ไขสถานการณ์ได้เสมอ แต่โลกแห่งความเป็นจริงนั้นเล่า จะมีใครมาเป็นวีรบุรุษเพื่อช่วยแก้สถานการณ์ที่วิกฤติ

     แล้วจะต้องรอกี่วัน กี่เดือน กี่ปี ถึงจะมีวีรบุรุษขี่ม้าขาวมาช่วยแก้ไขสถานการณ์วิกฤติที่เป็นอยู่

     จะดีกว่าไหม ถ้าเราจะไม่ต้องรอวีรบุรุษ ไม่ต้องมีวีรบุรุษ ไม่ต้องให้ความสำคัญกับวีรบุรุษ แต่ให้ความสำคัญกับคนธรรมดาทุกคนว่าสามารถช่วยกันแก้วิกฤติได้

     ถ้าทุกคนช่วยกัน ไม่ต้องพยากรณ์ก็รู้ว่าบ้านเมืองจะไปในทิศทางไหน...