Loading ...

รูปจาก www.zazzle.com

กฎข้อหนึ่งของนิวตัน (นักวิทยาศาสตร์ชื่อก้องโลกคนหนึ่ง) เกี่ยวกับเรื่องของ แรง บอกว่า Action = Re-action หรือ แรงกิริยาเท่ากับแรงปฏิกิริยา

แปลไทยเป็นไทยได้อีกว่า แรงมาเท่าไหร่ แรงกลับไปเท่านั้น

ฟังประโยคนี้แล้วนึกถึงภาพยนตร์เรื่องหนึ่ง (ต้องขออภัยจริงๆ ที่จำชื่อเรื่องไม่ได้) มีฉากที่ “ผู้คุมกฎ” ของโรงเรียนบอกกับครูคนหนึ่งในโรงเรียนว่า การจัดการกับเด็กที่ถูกมองว่า เหลือขอ นั้น ต้องทำแบบ แรงมา แรงไป

ผู้เขียนกลับมานั่งนึกว่า เอ... จริงๆ แล้วทฤษฎีนี้ใช้กับพฤติกรรมของคนเราได้หรือ­

 

          พอดีเปิดหนังสือ มือนั้นสีขาว ของศักดิ์สิริ มีสมสืบ อ่านเจอกวีบทหนึ่ง พูดถึงการกระทำของผู้ใหญ่ที่ส่งผลต่อพฤติกรรมในอนาคตของเด็ก

          กระแอมกระไอบอกกันนิดหนึ่งว่า หนังสือเล่มนี้ได้รับรางวัลซีไรต์ หรือวรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนประจำปี พ.ศ.๒๕๓๕ ด้วยนะจ๊ะ

          อ่านแล้วต้องบอกว่า ได้ใจ จริงๆ บทนี้ชื่อว่า เปลี่ยน ขอเชิญคุณผู้อ่านทัศนา

 

ก้อนดินก็ระเบิดได้

ขว้างไปแตกเปรี้ยงเสียงก้อง

หงายท้องล้มตายต่อหน้า

แล้วเสกคาถาให้กลับฟื้น

 

ปืนไม้ก็ฆ่าได้

เห็นเป็นปืนจริงใช่ปืนไม้

ปลิดชีวิตคนได้เป็นผักปลา

แล้วขยี้ใบไม้ทาให้กลับฟื้น

 

เด็กโกรธกันชูโป้ง

พ้นชั่วโมงดีกันพลันชูก้อย

เด็กโตแกล้งเด็กน้อยจนร้องไห้

กลับบ้านฟ้องพ่อ ลูกเจ็บใจ

 

นั่นเป็นเพียงปืนไม้พ่อไม่รู้

พ่อมาเคืองแทนแค้นขู่

เข้ารัวบ้องหูเจ้าตัวแกล้ง

แล้วแย่งหักปืนไม้ที่เด็กยิง

ไม่รู้ว่าปืนไม้ที่หักทิ้ง

เขาเห็นเป็นปืนจริง

 

จริงจริง แล้ว

นั่นมือเขาเริ่มเติบใหญ่

เห็นปืนจริงเป็นปืนไม้สนุกมือ

แค้นเคือง ที่คุณปลูกไว้

ได้เปลี่ยนปืนไม้ที่เขาถือ

 

          ว่าไปแล้ว ผู้ใหญ่มีส่วนอย่างมากในการกำหนดพฤติกรรมในอนาคตของเด็ก ถ้าถอดความจากกวีบทนี้ก็ต้องบอกว่า ที่เด็กคนนี้กลายเป็นผู้ใหญ่ที่มองเรื่อง ปืน อันมีนัยยะถึงความโหดร้าย การเข่นฆ่า เป็นเรื่องธรรมดา ก็เนื่องจากเขาถูกผู้ใหญ่ในอดีต กระทำ

          ยิ่งเป็นการกระทำที่ทำให้ผู้ถูกกระทำรู้สึกว่า ไม่ยุติธรรม แล้ว ก็ยิ่งไม่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้ถูกกระทำได้ และเป็นไปได้ว่า พฤติกรรมเดิมๆ (ที่เราอยากจะปรับเปลี่ยน) จะถูกทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อทวงถามความยุติธรรมที่ควรจะได้รับ

         

          ถ้า พ่อ ในกวีบทนี้ เลือกที่จะไม่หักปืนไม้ของเด็กอีกคน เป็นไปได้ไหมว่า เด็กคนนี้จะเติบโตขึ้นแบบไม่เห็น ปืนจริง เป็น ปืนไม้ซึ่งเท่ากับว่า ไม่เห็นความรุนแรงเป็นของเล่น

 

          Action = Re-action จึงเป็นทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ที่อาจจะไม่เหมาะ หากจะนำมาใช้กับการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคน เพราะเราเองก็มักไม่ค่อยเห็นว่า เด็กที่ถูกลงโทษอย่างรุนแรงจะสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมได้

 

           ไม่เชื่อลองถามคุณครูฝ่ายปกครองดู...(ไม่ฮา)