Loading ...

          เวลาคนเรามีความคิดเห็นที่ไม่ลงรอยกัน ผู้เขียนมักจะนึกถึงการหาทางออกด้วยวิธีการพูดคุยเพื่อรับรู้วิธีคิดของอีกฝ่าย และคิดว่าอีกหลายต่อหลายคนก็เชื่อว่า การคุยกัน เป็นวิธีที่ดีที่จะทำให้ข้อขัดแย้งยุติลงได้ (ด้วยดี)

 

          ร้อย บานบุรี ได้เขียนบทกวีเกี่ยวกับเรื่องการหันหน้าเข้ามาคุยกันได้อย่างน่าสนใจ โดยใช้ชื่อบทว่า ตรอก เขียนลงในเนชั่นสุดสัปดาห์ ฉบับที่ ๘๗๙ วันที่ ๓ เม.ย.๒๕๕๒ คอลัมน์ตลาดกลอน-กลอนตลาด ซึ่งพอพูดถึงคำว่า ตรอก ก็ชวนให้คิดถึงสำนวนไทยที่ว่า หมาจนตรอก ขึ้นมาเสียเฉยๆ และเมื่ออ่านแล้วก็เห็นว่ากวีพูดถึงหมาจนตรอกจริงๆ เสียด้วย

 

          ร้อย บานบุรี เขียนไว้ว่า

ช่องแคบคับอับร้างไร้ทางออก

เรียกว่าตรอกมิใช่ซอยศัพท์สร้อยต่าง

ใครถูกต้อนเข้าไปจึงไร้ทาง

จะเสือช้างหมูหมาหรือว่าคน

 

ซ้ายมืดทึบขวาตันมันอึดอัด

ให้ฮึดฮัดปึงปังโดยหวังผล

สู้ไม่สู้ก็ต้องตายไยจำนน

อริล้นรุกไล่ไม่รอรา

 

อย่าต้อนหมาจนตรอกคำบอกสอน

โบราณก่อนเก่าคำล้ำคุณค่า

ได้ไม่คุ้มเสียหายร้ายลามพา

ตาต่อตาฟันต่อฟันตะบันไฟ

 

ที่สำคัญคนไซร้มิใช่หมา

มนุษย์อารยชนคนสมัย

มิใช่ดิบเถื่อนถ้ำโหดร่ำไป

มีจิตใจมีภาษาพูดจากัน

 

           เรามักจะเรียกร้องให้มีการพูดคุยกันเสมอเมื่อเกิดความขัดแย้ง หรือเมื่อต่างฝ่ายต่างมีความเห็นไม่ตรงกันในบางเรื่อง เรามักคิดว่าการพูดคุยเพื่อหาทางออกเป็นสิ่งที่ดี ซึ่งผู้เขียนเองก็คิดว่า เป็นสิ่งที่ดีจริงๆ แต่จะต้องเป็นการพูดคุยกันโดยไม่ตั้งเงื่อนไขมาก่อน

 

          เคยอ่านคำให้สัมภาษณ์ของคุณพิชัย รัตตกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มทางการเมืองในไทย ซึ่งไม่เคยเกิดการเจรจาเพื่อการแก้ปัญหาเสียที

          คุณพิชัยบอกว่า จะเกิดการเจรจาได้อย่างไร ก็ในเมื่อรัฐบาลตั้งเงื่อนไขก่อนที่จะเจรจา

         

ถ้าฉันมี ธง ของฉัน เธอก็มี ธง ของเธอ และต่างก็จะปักธงของตัวเองลงในสนามแล้ว การพูดคุยก็ไม่ใช่วิธีการที่หาทางออกได้เหมือนกัน แต่จะกลายเป็นเพียง พิธีกรรม เพื่อแสดงให้เห็นว่าได้ใช้วิธีที่สังคมยอมรับว่าดีที่สุดในการแก้ปัญหาแล้ว หากพูดคุยแล้วแก้ปัญหาไม่ได้ ก็เป็นเหตุผลได้ว่าต้องใช้ วิธีการอื่น ในการแก้ปัญหาต่อไป

    
รูปจาก www.bloggang.com

         

          ผู้เขียนคิดว่า ไม่ต้องคิดภาพใหญ่ในระดับประเทศหรอก เอาแค่ในโรงเรียน คุณครูบางคนก็ไม่อยากจะแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยการคุยกับเด็ก เพราะเอาเข้าจริงแล้ว ผู้ที่รู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจบางอย่างเหนือกว่าอีกฝ่าย ย่อมไม่อยากเจรจา เนื่องจากการพูดคุยเจรจาคือการยอมรับว่า อีกฝ่ายมีอำนาจที่เท่ากับตนด้วย

         

          หมาจนตรอก คือการถูกบีบบังคับให้ไม่มีทางเลือกในการแก้ปัญหา ทางเดียวที่เหลืออยู่คือการพุ่งเข้าชนปัญหานั้น ซึ่งนั่นอาจจะหมายถึงความรุนแรงที่จะเกิดขึ้นตามมา

 

            และไม่ว่าผู้ใหญ่หรือเด็ก ก็อาจตกอยู่ในสถานการณ์นี้ได้เหมือนกัน