Loading ...

          จั่วหัวเรื่อง ความอดทน ไว้ มิได้มีเจตนาจะพูดถึงเหตุการณ์บ้านเมืองแต่อย่างใด แม้ว่าขณะที่เกิดเหตุการณ์ไม่สงบในหลายพื้นที่ของกรุงเทพฯ จะมี เสียง สะท้อนออกมาว่า หมดความอดทนแล้วนะ เมื่อไหร่มันจะสงบสักทีก็ตาม เพราะสิ่งที่อยากพูดถึงในเรื่องความอดทนในที่นี้ก็คือ แรงปะทะ เนื่องจากคนเราต้องอดทนต่อแรงปะทะต่างๆ รอบตัวอยู่เสมอ

          รอบตัวที่มีแต่เทคโนโลยีที่จะช่วยลดทอนความอดทนของเราให้เหลือน้อยลงทุกที เป็นต้นว่า อินเทอร์เน็ตไฮสปีด โทรศัพท์มือถือ รีโมตคอนโทรล ฯลฯ สิ่งเหล่านี้นอกจากจะถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้มนุษย์สะดวกสบายแล้ว ยังทำให้มนุษย์คุ้นชินกับคำว่า ไม่ต้องรอ อีกด้วย

          กลับมาที่เรื่องแรงปะทะของเรากันต่อ

          ผู้เขียนเคยถามตัวเองว่าคนเราจะอดทนต่อแรงปะทะในเรื่องต่างๆ ได้มากน้อยสักเท่าไหร่กัน หรือเอาเข้าจริงแล้ว ความอดทนเป็นเรื่องปัจเจกที่แต่ละคนย่อมมีความอดทนในแต่ละเรื่องต่างกัน ขึ้นอยู่กับภูมิหลัง ประสบการณ์ วุฒิภาวะ อารมณ์ และอาจจะมีปัจจัยอื่นๆ อีกหลายประการที่ทำให้คนเรามีความอดทนในแต่ละเรื่องไม่เท่ากัน

            ความน่าสนใจอยู่ที่ว่า หากความอดทนสิ้นสุดลงแต่ยังจำเป็นต้องอดทนต่อ เราจะ เติม ความอดทน อย่างไรได้บ้าง

          มีกวีบทหนึ่งชื่อว่า แรงปะทะ จากหนังสือ ห้องนั่งเล่นของความคิด ของ ลูกปัด ปัทมสุคนธ์ ศรีเชียงขวาง เขียนเรื่องนี้ไว้ได้น่าสนใจในแง่ของการปลุกเร้าอารมณ์ให้ผู้อ่าน ฮึด ขึ้นมาอีกครั้งหากว่าหกล้มไปแล้ว

 

แรงปะทะ

 

ธรรมชาติสอนให้เราเรียนรู้

"การลุก"ด้วย"การล้ม"

เพราะธรรมชาติรู้ว่า

ในถนนทุกสาย

ล้วนมีก้อนหินระเกะระกะอยู่ข้างหน้า

"ก้อนหิน"อาจสำคัญ

แต่สิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่าคือ"แรงปะทะ"

 

ก้อนหินที่ตั้งอยู่ตรงหน้า

ถ้าพุ่งชนเพื่อที่จะให้มันแตก

เรานั่นแหล่ะที่จะเจ็บหนัก

ถ้าค่อยๆ หาวิธีผลักมันออกไป

เราอาจจะเดินต่อไปได้

หรือ...ไม่ได้ล้มให้ใครข้าม

ในขณะที่เราเดิน

มีคนนับสิบที่เดินตามหลังเรามาติดๆ

เพื่อที่จะรอโอกาสที่จะเดินแซงไปทุกขณะ

"หนึ่งก้าวที่เรารีรอ

คือสิบก้าวที่เขาเร่งฝีเท้า"

 

ในขณะที่เธอนอนเจ็บอยู่ที่พื้น

ต้องตัดสินใจให้เด็ดขาด

เพราะเพียงเสี้ยววินาทีเดียว

คนพวกนั้น...จะเดินข้ามเธอไป

 

          หาก ก้อนหิน คืออุปสรรค และเราต้องเผชิญกับอุปสรรคนั้น ก็น่าสนใจว่าเราจะเลือกวิธีเผชิญกับอุปสรรคอย่างไร

          พุ่งเข้าชนให้แหลกกันไปข้าง หรือค่อยๆ เขี่ยมันออกไปด้วยความนุ่มนวล

          แน่นอน อย่างหลังอาจใช้เวลามากกว่า ต้องอดทนมากกว่า ซึ่งต้องถามตัวเองว่า เพดานความอดทนเราอยู่แค่ไหน หรือถ้าวันหนึ่งเราหมดความอดทน จะทำอย่างไร

          ทางเลือกแรก... อดทนได้แค่ไหนก็แค่นั้น ทำไมเราจะต้องอดทนด้วย เพราะนัยยะของความรู้สึกอดทนเป็นเรื่อง ทุกข์ มากกว่า สุข แน่ๆ ยิ่งต้องอดทนก็ยิ่งทุกข์

          หรือทางเลือกที่สอง... ลองเพิ่มเพดานความอดทนของเรา ซึ่งก็ต้องบอกว่า ไม่ง่าย แต่... ทำได้ โดยหาปัจจัยเสริม หรือต้องหาตัวช่วย ที่ผู้เขียนเคยใช้คือ หาแรงบันดาลใจและมองไปที่ปลายทางหรือผลของความอดทน

          แรงบันดาลใจ อาจเป็นคนที่เรารัก คนที่เราศรัทธา หรือผลสำเร็จของงานที่รออยู่เบื้องหน้า ที่จะทำให้เราต่อสู้กับแรงปะทะ อดทนฝ่าฟันให้ก้าวผ่าน ก้อนหิน ไปได้

          เป็นเรื่องที่ต้อง ลอง ด้วยตัวเอง



ความคิดเห็นที่  3

ถ้าอดทนได้จะทำให้เราชนะตัวเอง

nuy   (16 มีนาคม 2555  เวลา 10:18:48)

ความคิดเห็นที่  2

ความอดและทนเป็นสิ่งที่ดีครับ...อดทนไปเถอะรอ รอเวลาๆที่ไม้มันผลัดใบครับ...

ขอบคุณสำหรับความรู้สึก ของแรงปะทะกับความอดทน..

สุรินทร์   (18 ธันวาคม 2553  เวลา 10:41:59)

ความคิดเห็นที่  1

ทุกคนที่มีชีวิตต้องผ่านการอดทนมาด้วยกันทั้งสิ้น แต่ละคนย่อมมีเทคนิค วิธีการที่แตกต่างกัน แต่มีเป้าหมายเดียว คือ การข้ามผ่านอุปสรรคนั้น...อดทนนะทุกคน

kruliew   (1 มิถุนายน 2553  เวลา 14:29:43)