Loading ...

          รู้สึกไม่ดีเลยที่เริ่มต้นบทความปักษ์นี้ด้วยคำถามที่ว่า เคยรู้สึก ชัง บางคนหรือบางสิ่งบางอย่างมากๆ ไหม

          ไม่ใช่อะไร... แต่ความรู้สึก รักชอบ หรือ เกลียดชัง เป็นปกติของคนเราที่เกิดขึ้นได้ แน่นอนว่า เราย่อมต้องการให้ใจเราเกิดความรู้สึกรักชอบมากกว่าเกลียดชัง เพราะความรู้สึกอย่างแรกเป็นความสุข ในขณะที่อย่างหลังหากเกิดขึ้นในใจแล้วทุกข์เหลือเกิน

          ในโคลงโลกนิติ สำนวนของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร (ที่ว่าเป็นสำนวนของสมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศรก็เพราะโคลงโลกนิติเป็นสุภาษิตเก่าแก่ มีมาตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี แต่เมื่อเกิดการคัดลอกต่อๆ กันมา จึงเกิดความคลาดเคลื่อน รัชกาลที่ ๓ จึงทรงโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระบรมวงศ์เธอ กรมพระยาเดชาดิศร รวบรวมโคลงโลกนิติของเก่ามาชำระแก้ไขใหม่) บทหนึ่งกล่าวถึงเรื่องความรักความชัง คาดว่าหลายท่านคงเคยผ่านหูผ่านตามาบ้าง สมัยผู้เขียนเรียนมัธยม บทนี้ก็ถูกบรรจุในตำราเรียน ความบทนี้มีว่า

 

                                      รักกันอยู่ขอบฟ้า            เขาเขียว

                             เสมออยู่หอแห่งเดียว               ร่วมห้อง

                             ชังกันบ่แลเหลียว                    ตาต่อ กันนา

                             เหมือนขอบฟ้ามาป้อง              ป่าไม้มาบัง

 

          คนเราเวลาชังกัน มันมีปฏิกิริยาเกิดขึ้นต่อกันหลายอย่าง เท่าที่จะทำให้อีกฝ่ายรู้ว่า ฉันชังเธอนะ เช่น ส่งสายตา เดินหนี พูดจากระทบ หรืออย่างในโคลงที่ยกมาก็บอกชัดเจนว่า ชังกันบ่แลเหลียว ตาต่อ กันนา อันหมายถึง ถ้าชังกันแล้ว แม้แต่หน้าก็ยังไม่อยากมอง

          ในขณะเดียวกัน เราก็จะพบว่า ยิ่งชังมากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งอยู่ใกล้สิ่งที่ชังมากเท่านั้น ถ้าไม่เชื่อ ลองสังเกตและพิจารณาดีๆ ว่ามันเหมือนกับความรัก ที่ว่าเมื่อเรารักใคร ก็อยากอยู่ใกล้คนนั้น

          น่าแปลกไหม... รักชอบ และ เกลียดชัง เป็นความรู้สึกขั้วตรงข้ามกัน ไม่น่าจะมีอะไรเหมือนกันได้ แรกๆ ผู้เขียนก็เถียงหัวเด็ดตีนขาด (ในใจ) เมื่อได้ยินแบบนี้ จะให้เชื่อได้อย่างไรว่ารักชอบและเกลียดชังเป็น (คนละ) เรื่องเดียวกัน

          แต่เมื่อทบทวนบ่อยครั้งเข้าก็เริ่มรู้สึกว่า เออ...จริงแฮะ

        มีคนบอกว่า กตและพิจารณา "ร่ เราก็ยิ่งอยู่ใกลิ้ รัชกาลที่ ๓   ความรักกับความชังเหมือนกันอย่างหนึ่ง คือต่างดึงสิ่งนั้นมาใกล้ตัว ต่างกันก็แต่ความรักนั้นดึงเข้ามาเพื่อยึดไว้แนบใจ ส่วนความชังนั้นดึงเข้ามาเพื่อจะผลักได้ถนัด

          ดังนั้น ไม่ว่าจะรักหรือชัง ย่อมเป็นการดึงสิ่งนั้นเข้าหาตัวเหมือนกัน เป็นคำตอบที่ว่า...ทำไมยิ่งเกลียดถึงยิ่งเจอ เพราะความรู้สึกมันเกิดขึ้นในใจเรานั่นเอง

          แต่แค่รู้คงจะไม่ช่วยอะไร สิ่งที่สำคัญที่จะทำให้เราไม่ทุกข์จากความชังคือ จะทำอย่างไร ถ้าไม่อยากให้คนหรือสิ่งที่เราชังอยู่ใกล้ (ใจ) เรา

          คนเดิมบอกว่า ต้องวางเฉยจากคนหรือสิ่งที่ชัง อาจจะยาก แต่ถ้าทำได้ เราจะไม่ทุกข์ เพราะการวางเฉยคือการไม่ดึงสิ่งที่ชังเข้าหาตัว เมื่อความชังไม่อยู่ใกล้ใจเราอีกต่อไป เราก็จะไม่ทุกข์จากสิ่งที่ชัง

          ลองดู...