Loading ...

รูปจาก http://gotoknow.org

อันเนื่องมาจากวันสำคัญอย่าง “วันแม่”ทำให้รายการทีวีหลายรายการ (พยายาม) เชื่อมโยงเนื้อหารายการให้เข้ากับวันแม่ อย่างรายการที่ผู้เขียนได้ดูในค่ำคืนหนึ่งของวันที่ ๑๒ สิงหาคม ปกติก็เป็นรายการที่นำเสนอข่าวอาชญากรรม หรือเรื่องแปลก เรื่องเหลือเชื่อต่างๆ ทว่าพอเป็นช่วงวันแม่ก็เลยมีเนื้อหาที่เกี่ยวกับแม่-ลูก ให้เข้ากับกระแสเสียหน่อย

 

แต่ก็น่าสนใจดีไม่น้อย เมื่อเรื่องราวที่นำเสนอเป็นเรื่องเกี่ยวกับพระสงฆ์รูปหนึ่งที่แสดงความกตัญญูต่อมารดาด้วยการทำไร่ไถนา ทำงานทุกอย่างแทนมารดา เพราะมารดาอายุมากแล้วและไม่ค่อยแข็งแรง

 

แน่นอนว่าการปฏิบัติของพระสงฆ์รูปนี้ทำให้เกิดข้อครหานินทาถึงความเหมาะสม ชาวบ้านบางรายบอกว่าเป็นพระทำไมถึงมาทำไร่ทำนา... ถ้าอยากจะช่วยแม่ก็ลาสิกขาออกมาเลยจะเหมาะสมกว่า

 

สำทับว่าเป็นพระ...ไยไม่ตัดทางโลกให้สิ้นไปเล่า

 

เรื่องแบบนี้ผู้เขียนเคยวิวาทะกับพี่น้อง เพื่อนฝูงอยู่เหมือนกัน หาจุดสิ้นสุดไม่ได้ ต่างคนต่างความคิด บ้างก็ว่าการบวชเป็นพระ (ซึ่งหมายถึงตั้งใจบวช มิใช่บวชเมื่ออายุครบ ๒๐ ปี) แปลว่าตั้งใจแล้วว่าจะศึกษาพระธรรม เดินตามรอยพระพุทธองค์ก็ต้องตัดทางโลกให้ขาด แต่อีกความเห็นหนึ่งก็ว่า ในยุคปัจจุบัน ความเป็นพระไม่ควรแปลกแยกไปจากสังคม

 

พระ... ควรร่วมรับรู้ ช่วยเหลือ และร่วมแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม พูดกันเล่นๆ ว่า หากคนในสังคมกำลังแตกแยกกันอย่างรุนแรงเหมือนเหตุการณ์เมื่อเดือน เมษายน –พฤษภาคม ที่ผ่านมา หากพระสงฆ์จำนวนมาก (ในวงสนทนาเรียกว่า “ม็อบพระ”) ออกมาเรียกร้องให้ทุกฝ่ายมีเมตตาต่อกัน เหตุการณ์อาจจะไม่บานปลายจนมีคนตายมากมายอย่างที่เป็นข่าว

 

โดยนัยนี้ พระสงฆ์จึงไม่ได้มีหน้าที่เพียงแค่ศึกษาพระธรรมและปฏิบัติวิปัสสนา เพื่อให้บรรลุธรรมเฉพาะตนเท่านั้น แต่พระสงฆ์ก็จำเป็นต้องมีหน้าที่ต่อสังคมเช่นเดียวกับคนที่ประกอบอาชีพอื่นๆ

 

เหมือนดังบทกวีที่ว่า...

 

พระโพธิสัตว์ที่ปั้นด้วยดิน

หรือแกะสลักด้วยไม้

ยังไม่ใช่พระโพธิสัตว์ที่แท้จริง

พระโพธิสัตว์ที่แท้จริงนั้น ต้องทำงานได้

พูดได้ รับประทานอาหารได้

สามารถสดับตรับฟังเสียงของผู้ทุกข์ยาก

และสามารถปรากฏตัว

เพื่อให้ความช่วยเหลือได้ทุกแห่งหน

 

 

ทุกวันนี้ ข่าวคราวเกี่ยวกับพระสงฆ์ทำให้ชาวพุทธเสื่อมศรัทธาทั้งตัวพระสงฆ์เองและพระพุทธศาสนาลงไปมาก หากสถาบันพุทธศาสนาจะดำรงต่อไปได้ พระสงฆ์ในฐานะผู้สืบทอดศาสนาจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องลุกขึ้นมาปฏิวัติวิธีคิดเรื่องเส้นแบ่งระหว่าง “ทางโลก-ทางธรรม”

ในขณะเดียวกัน ชาวพุทธเองก็ต้องปฏิวัติวิธีคิดเรื่องพระสงฆ์ที่ดีว่าแท้จริงแล้ว พระที่ดีคือพระที่มุ่งศึกษาปฏิบัติเพื่อให้ตัวเองหลุดพ้น

หรือพระที่มุ่งช่วยให้มนุษยโลกพ้นทุกข์กันแน่



ความคิดเห็นที่  5


      พระคือผู้ที่หลุดพ้นจากเครื่อเศร้าหมองต่าง ๆ แต่..พระก้อคือ คน..คนหนึ่งนะซิ

ติฎา   (26 สิงหาคม 2553  เวลา 17:55:46)

ความคิดเห็นที่  4

พระก็มีหน้าที่เรียนรู้ธรรมชาติของมนุษย์สิ่งที่เป็นไปตามธรรมชาติการปฏิบัติตนเพื่อปราศจากสิ่งปรุงแต่ง เมื่อเกิดประสบการณ์ เกิดปัญญาก็ช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้    ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทุกคน ทุกศาสนาก็มีหน้าที่เรียนรู้ เพื่อช่วยตัวเองได้
(รึป่าว) โดยเฉพาะผู้ที่มีหน้าที่สอนคนอื่น

วนิดา   (20 สิงหาคม 2553  เวลา 16:22:39)

ความคิดเห็นที่  3

พระที่แท้จริงก็คือพระที่ปฏิบัติเพื่อหลุดพ้นแล้วนำพาให้คนอื่นพ้นทุกข์ด้วย

สุริยนต์   (17 สิงหาคม 2553  เวลา 14:24:33)

ความคิดเห็นที่  2

ก็ยิ่งชื่นชมมากขึ้น  พระก็มีแม่  แม่ยิ่งใหญ่จริง ๆ

ครูวิ   (17 สิงหาคม 2553  เวลา 12:07:07)

ความคิดเห็นที่  1

เป็นบทความที่ดีน่ะค่ะ เเต่จะเปลี่ยนความคิดคนในสังคมได้มากเเค่ไหนกันน่ะ

ลั่นทม ชมเดือน   (16 สิงหาคม 2553  เวลา 19:38:51)