Loading ...
                                        

รูปจาก http://learners.in.th
 

 

          ช่วงเวลาตั้งแต่ต้นปีจนกระทั่งทุกวันนี้ เรายังเห็นหลายฝ่ายรณรงค์ให้คนในบ้านเมืองเรา “ฟัง” กันให้มากขึ้น โดยมีเป้าหมายว่า การฟังกันนี่ล่ะ จะช่วยลดทอนความขัดแย้งในสังคมที่มีอยู่ให้น้อยลงไปได้

          ฟังดูเหมือนไม่ยาก ก็แค่ฟังกัน แต่ทำไมดูเหมือนว่า ทุกวันนี้ความขัดแย้งในสังคมไม่ได้ลดลงบ้างเลย ทั้งๆ ที่ฝ่ายที่ออกมารณรงค์ก็พยายามบอกว่าตัวเองเปิดช่องทางการรับฟังแล้ว

            หรือว่า “การฟัง” มันมีความยากบางอย่างซ่อนอยู่

            ก่อนจะหาว่าความยากในการรับฟังกันคืออะไร อยากชวนอ่านกวีบทนี้ ผู้เขียนได้มาจากเว็บไซต์เครือข่ายนักเขียนแห่งประเทศไทย(http://www.thaiwriternetwork.com) ผู้แต่งใช้นามปากกาว่า Rawalpindiพูดถึงเรื่องการพูดและการได้ยิน อ่านแล้วชวนตั้งข้อสังเกต ๓ บรรทัดสุดท้ายว่า ทำไม “ผม” ถึงไม่ได้ยินเมื่อคุณพูด ทั้งๆ ที่ผมก็หยุดพูดแล้ว

 

           คุณได้ยินเสียงหรือเปล่า

ผมไม่รู้ว่า... คุณได้ยินเสียงหรือเปล่า

เพราะคุณทำหน้าตาไม่รับรู้ใดๆ

คุณอาจได้ยิน แต่คุณแสร้งเฉย

ผมชมคุณ... คุณได้ยินเสียงหรือเปล่า

ผมด่าคุณ... คุณได้ยินเสียงหรือเปล่า

คุณอาจได้ยิน แต่คุณแสร้งเฉย

ขณะที่ผมหยุดพร่ำ

คุณพูดคำแรกออกมา

ผมไม่ได้ยินเสียงคุณ

         

            เมื่อเราพูด... เราอยากให้คนอื่นฟัง ในทำนองเดียวกันเมื่อคนอื่นพูด เราก็ต้องเป็นผู้ฟังที่ดี ผู้ฟังที่ดีที่หมายถึงฟังอย่างไม่มีอคติกับตัวผู้พูด ซึ่งหากทำได้ยาก ขอแนะนำให้ฟังแต่สารของผู้พูด อย่าคำนึงว่าใครพูด เพราะหากเราสนใจตัวคนพูดซึ่งอาจเป็นคนที่เรามีทัศนะด้านลบด้วยก็อาจทำให้เราเกิดอาการ “หูดับ” ไม่ฟังว่าคนพูดกำลังพูดอะไร เป็นประโยชน์หรือไม่ เนื่องจากใจคิดไปแล้วว่า ถ้าเป็นคนๆ นี้พูดฉันจะไม่ฟัง

           ในวงประชุมเราก็มักจะพบเหตุการณ์ “ไม่ฟัง” กันอยู่บ่อยๆ บางวงประชุมอาจมีแต่คนพูด พูด และพูด เพื่อให้ข้อเสนอของตัวเองได้รับการยอมรับจากที่ประชุม และเมื่อได้เสนอข้อคิดเห็นของตัวเองแล้วก็ไม่ฟังคนอื่นๆ ในวงว่ามีข้อเสนอหรือข้อติติงอย่างไร ท้ายที่สุดเมื่อมีแต่คนพูด ไม่มีคนฟัง ก็อาจไม่ได้ข้อสรุปจากที่ประชุม หรือบางทีอาจเป็นข้อสรุปจากความเห็นของคนที่ “ใหญ่” ที่สุดในวงตามฐานะ ตำแหน่ง แต่อาจไม่ใช่ความคิดที่ดีที่ผ่านการช่วยตกแต่งจากคนอื่นๆ ในวงประชุมแล้ว ผลที่ตามมาคือ ความมีส่วนร่วมในการลงมือทำความคิดนั้นให้เป็นจริงก็จะหายไปและกระทบต่อความสำเร็จของงาน

          อยากชวนให้ “ฟัง” กันให้เยอะๆ ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็แล้วแต่ เพราะการฟังเป็นพื้นฐานที่จะทำให้เราเข้าใจวิธีคิด เข้าใจเบื้องหลังของคนหรือเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่ขอให้ฟังอย่าง “ตั้งใจ” มิใช่ฟังแค่เป็น “พิธี”

          เพราะอย่างหลังเท่ากับว่า... ไม่ได้ “ฟัง” แต่แสร้งทำเป็น “ได้ยิน” มากกว่า



ความคิดเห็นที่  4

การพูดกับการฟัง
หากมองจริงๆ แล้ว ถือเป็นมารยาททางสังคมที่จะให้คุณค่า ซึ่งขึ้นอยู่กับสถานการณ์ อารมณ์ในขณะที่ใช้ในการสื่อสาร คนที่สามารถใช้ได้อย่างถูกจังหวะ หรือเหมาะสม จะทำให้ตัวเองประสบความสำเร็จในทุกๆ เรื่อง
ขอเป็นส่วนหนึ่งที่จะให้โอกาสทุกท่านได้แสดงความสามารถไม่ว่าจะเป็น ผู้พูดหรือผู้ฟังที่ดี

อ.ณัฎฐ์   (13 ธันวาคม 2553  เวลา 00:00:41)

ความคิดเห็นที่  3

การฟังเป็นพืนฐานแรกที่จะนำไปใช้ในการสื่อสารหรือใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อฟังให้รู้ให้ข้าใจจะสามรถทำงานต่ไปได้เป็นอย่างดี มีเป้าหมายเดียวกัน และนำพาไปสู่ความสำเร็จ นอกจากนี้การฟังยังเป็นบันไดของการสร้างเพื่อนเมื่อเพื่อนมีเรื่องอะไร เราต้องฟังเขา อย่าเพิ่งไปตัดสินเขาว่าถูกหือผิดถ้าเรายังไม่ได้ฟัง

puttachat   (2 ธันวาคม 2553  เวลา 09:25:58)

ความคิดเห็นที่  2

การฟังเป็นเรื่องที่ดี แต่บางครั้งจะโทษแต่คนฟังฝ่ายเดียวก็ไม่ถูก  เพราะบางครั้ง คนพูดเองก็ไม่ได้วิเคราะห์ในสิ่งที่ตนเองพูด  (คนพูดก็ไม่รู้เรื่อง)  เพราะฉะนั้นไม่แปลก ที่คนฟังจะทำเป็นไม่รู้เรื่องบ้าง(เฉย)   ท่านพุทธทาส จึงได้แต่งกลอนบทหนึ่งไว้ว่า  
                                        "ถึงพูดไป  เขาไม่รู้  อย่าขู่เขา
                                 ว่าโง่เง่า  งมเงอะ  เซอะนักหนา
                                 ตัวเราเอง  ทำไม  ไม่โกรธา
                                 ว่าพูดจา  ให้เขา     ไม่เข้าใจ"

เชี่ยว   (2 พฤศจิกายน 2553  เวลา 11:12:50)

ความคิดเห็นที่  1

การที่เราฟังนั้นเป็นเรื่องดีต่อเราเป็นอย่างมาก แล้วยังเป็นดีดีต่อคนที่พูดด้วยทำให้เราทั้งสองฝ่ายเข้าใจกันถึงแม้ว่าจะไม่อยากพูดอยากฟังเท่าไรก็ตามแต่ คุณลองคิดดูว่าเมื่อคุณพูดต่อหน้าคนที่คุณว่าเขารับฟังคุณมากที่สุด แต่วันนนั้นกับเป็นวันที่เขาไม่ฟังคุณ คุณคงคิดเหมื่อนตัวฉันน่ะ โลกนี้ไม่มีใครเลยอยู่ข้างฉัน ลองไปทดสอบกับเพื่อนคุณก็ได้ คุณก็พูดไปเพื่อนคุณก็ทำเฉยๆ....ว่าไปแล้วเราจะบ่นไปทำไม  งง  เองเลยเรา เอาเป็นว่าการฟังดีกว่าการพูด ยืนยันเลยคะ

jongsawhang   (1 พฤศจิกายน 2553  เวลา 20:28:39)