Loading ...
                            

รูปจาก http://dek-cr.com
 

 

คนไทยเป็นคนเจ้าบทเจ้ากลอน ในทีนี้หมายรวมถึงการชอบใช้คำที่มีเสียงสัมผัสคล้องจองกันด้วย คนที่มีความสามารถเรื่องการแต่งกลอนจึงได้รับการยกย่องเป็นพิเศษ ในสมัยโบราณก็จะเห็นว่าหากหนุ่มจะจีบสาว จะต้องส่ง “เพลงยาว” (กลอนรูปแบบหนึ่ง) ถึงกัน

เพลงยาวคือจดหมายรักลักษณะคล้ายกลอนสุภาพแต่จะจบลงด้วยคำว่า “เอย” จึงเป็นที่มาของสำนวน
“ลงเอย”ที่หมายถึงการตกลงปลงใจที่จะร่วมชีวิตคู่ของชาย-หญิง ส่วนคำว่า “เพลงยาว”น่าจะเกิดจากเนื้อความของจดหมายแต่ละฉบับที่มีขนาดยืดยาวหรืออีกประการหนึ่งอาจเกิดจากระยะเวลาในการผูกสมัครรักใคร่และโต้ตอบจดหมายกันจน “ลงเอย” ซึ่งใช้เวลานานก็เป็นได้ผู้ใหญ่สมัยก่อนจึงไม่ส่งเสริมให้ผู้หญิงอ่านออกเขียนได้เพราะเกรงว่าจะโต้ตอบเพลงยาวกับชายหนุ่มจนเป็นที่เสื่อมเสียวงศ์ตระกูล

โดยส่วนตัว ผู้เขียนชอบอ่านเพลงยาว เพราะอยากรู้ว่าผู้ชายสมัยก่อน “หวาน” กันขนาดไหน ยิ่งผู้ชายแบบ “เจ้าฟ้ากุ้ง” (เจ้าฟ้าธรรมธิเบศรไชยเชษฐสุริยวงศ์) ซึ่งต้องจบชีวิตลงเพราะความรักด้วยแล้ว จะปากหวานขนาดไหนกันเชียว ปักษ์นี้เลยขอยกบางช่วงบางตอนของเพลงยาวเจ้าฟ้ากุ้งมาให้อ่านกัน ดังนี้

                           ปางพี่มาดหมายสมานสุมาลย์สมร

ดังหมายดวงหมายเดือนดารากร                อันลอยพึ้นอัมพรโพยมพราย


แม้นพี่เหิรเดินได้ในเวหาส                          ถึงจะมาดก็ไม่เสียซึ่งแรงหมาย

มิได้ชมก็พอได้ดำเนิรชาย                          เมียงหมายรัศมีพิมานมอง
 

นี่สุดหมายที่จะมาดสุมาลย์สมาน                 สุดหาญที่จะเหิรเวหาสห้อง

สุดคิดที่จะเข้าเคียงประคอง                        สุดสนองใจสนิทเสน่ห์กัน

                                                ....

          อันสาราบำราศบำรุงคิด                              จาฤกไว้โดยสุจริตสาร
          พยายามตามสัตย์ปัติญาณ                           พอแจ้งการที่กรรมในกายเอยฯ


เล่นเปรียบเทียบผู้หญิงที่ตัวเองกำลังจีบว่าเป็น “เดือนดารากร” ซึ่งเป็นสิ่งสูงค่า ทั้งๆ ที่ฐานะอย่างเจ้าฟ้ากุ้งก็สูงส่งกว่าคนทั้งปวงอยู่แล้ว (ต้องไม่ลืมว่า เจ้าฟ้ากุ้งอยู่ในฐานะเจ้าฟ้าผู้ที่จะได้สืบราชสมบัติต่อจากราชบิดาคือสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ) หญิงที่ถูกชายฝีปากคมคายขนาดนี้จีบ มีหรือที่จะไม่หวั่นไหว?

ปัจจุบัน การส่งจดหมายรักถึงกันแทบจะไม่มีแล้ว เพราะเทคโนโลยีในการสื่อสารพัฒนาไปอย่างรวดเร็ว หนุ่ม สาวสมัยนี้จึงใช้การโทรศัพท์หรือ SMS จีบกัน บ้างก็หันไปพึ่งพาโซเชียลมีเดียอย่างเฟสบุ๊คกับทวิตเตอร์ อย่างคู่รักของ “นิหน่า” กับ “แบงค์” ที่ประกาศแต่งงานกันไปเมื่อเร็วๆ นี้ก็เริ่มจีบกันผ่านทางทวิตเตอร์

ไม่เพียงแต่รูปแบบการสื่อสารรักจะเปลี่ยนไป แต่เนื้อหา ถ้อยคำที่ส่งถึงกันก็เปลี่ยนไปด้วย สมัยนี้คงไม่ค่อยมี หนุ่มคนไหนจีบสาวด้วยการเปรียบเทียบหญิงสาวที่ตัวเองกำลังจีบว่าเป็น “เดือนดารากร” อย่างเจ้าฟ้ากุ้งแต่มักจะพูด กันอย่างตรงไปตรงมา เมื่อนำเรื่องนี้บวกกับเทคโนโลยีการสื่อสารที่รวดเร็วก็ยิ่งทำให้เห็นปรากฏการณ์แบบที่เรียกว่า จีบกันวันเดียวก็ตกลงคบกันเป็นแฟนแล้ว ได้อยู่บ่อยครั้ง

เมื่อทุกสิ่งทุกอย่าง “รวดเร็วประหนึ่งลมพัด” สิ่งสำคัญคือ เราจะเตรียม “คน” ให้เท่าทันต่อการใช้สื่อเหล่านี้ อย่างไร โดยเฉพาะวัยรุ่น วัยที่ใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ค่อนข้างมาก ในขณะเดียวกันก็เป็นวัยที่เริ่มสนใจเรื่องความรัก เรื่องเพศ เรื่องแฟน

ไม่ใช่เอะอะก็ด่าว่าเด็กสมัยนี้ติดอินเทอร์เน็ต ติดโทรศัพท์ โดยไม่พิจารณาผู้ใหญ่ที่เป็นคนประดิษฐ์คิดค้นและพัฒนาเจ้าเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้สักคำ



ความคิดเห็นที่  4

ผมอ่านกลอนเจ้าฟ้ากุ้ง(เจ้าฟ้านักรัก Cassanova of Ayoutaya)แล้ว ดูมีศิลปะในการนิพนธ์และการใช้คำที่ไพเราะนะสัมผัสสระและอักษรนี่ก็เยี่ยม ครับ
จากความคิดเห็นที่ 1 การให้สาวรักนวลสงวนตัว ผมนึกถึงสุนทรภู่(cassanova of Rattanakosin) นึกถึงกลอนท่านว่า
@อันที่จริงหญิงกับชายย่อมหมายรัก มิใช่จักตัดทางที่สร้างสม
แม้นจักรักรักไว้ในอารมณ์  อย่ารักชมนอกหน้าเป็นราคี
ดั่งพฤกษาต้องวายุพัดโบก เขยื้อนโยกก็แต่กิ่งไม่ทิ้งที่
จงยับยั้งชั่งใจเสียให้ดี เหมือนจามรีรู้จักรักษากาย

แม้นชายใดใจประสงค์มาหลงรัก  ให้รู้จักเชิงชายที่หมายมั่น
อันความรักของชายนี้หลายชั้น     เขาว่ารักรักนั้นประการใด
จงพินิจพิศดูให้รู้แน่                    อย่าทำแต่ใจเร็วจะเหลวไหล
เปรียบเหมือนคิดปริศนาอย่าไว้ใจ   มันมักไพล่แพลงขุมเป็นหลุมพลาง
จากสุภาษิตสอนหญิง สอนชาย

ศิษย์สุนทร   (21 พฤศจิกายน 2555  เวลา 10:55:41)

ความคิดเห็นที่  3

ภาษารัก  ภาษาใจ จะทางไหน ความหวานและความจริงใจไม่ห่างหายไปดอกเจ้าค่ะ

แม้สังคม วัฒนธรรมหรือเทคโนโลยี จะเปลี่ยนแปลงไปมากก็ตาม  แต่ความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่กับเด็กไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ลูก ปู่ย่าตายายหลาน เหลน พี่น้อง ยังจำเป็นต้องรักษาและพัฒนาความสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้น ให้คงความดีงามและความมีคุณค่าต่อไป   ต้องถือว่าเป็นหน้าที่และความรับผิดชอบของทุกคนที่ต้องใส่ใจและดูแลกัน  โดยเฉพาะเด็กที่เกิดมาในยุคนี้ก็ไม่ใช่ความผิดของเขาที่เกิดมาแล้วต้องมาเจอกับความทันสมัยมากมาย เราต้องแนะนำและดูแลให้เขารู้เท่าทัน รอบรู้และรู้รับผิดชอบ ก็จะเกิดประโยชน์มากกว่า ส่วนรูปแบบต่างๆของการติดต่อสื่อสารในปัจจุบันก็เพียงทำให้ง่ายและสะดวกเท่านั้น  ที่สำคัญจะสื่ออะไร แบบไหนขอให้อยู่บนพื้นฐานของความถูกต้อง ดีงาม และจริงใจ ก็จะเกิดความซาบซึ้ง ประทับใจ และ ความงดงามตามมาทุกสถานการณ์

KK คนเห็นใจ    (20 พฤศจิกายน 2553  เวลา 16:48:21)

ความคิดเห็นที่  2

กลอนของเจ้าฟ้ากุ้งหนักไปทางราชาศัพท์ เข้าใจยากสำหรับชนชั้นล่าง

ตัวอย่างกลอนง่ายๆ

ลูกเอ๋ยยังไม่เคยรู้ฤทธิ์ร้าย เมื่อความรักกลับกลายแล้วหน่ายหนี
อันเจ็บปวดยวดยิ่งทุกสิ่งมี ไม่เท่าที่เจ็บช้ำระกำรัก
(ขุนช้างขุนแผน)

คิดรักใคร่ฝากใจใครสักคน มิหวังจนเทียมเท่าเหล่านางฟ้า
แค่เป็นหญิงเดินดินธรรมดา อย่างแก้วกิริยาข้าหมายปอง
(ในยามรัก (1996)-โดย ต้น บางขุนเทียน)

ต้น   (18 พฤศจิกายน 2553  เวลา 12:57:53)

ความคิดเห็นที่  1

คงต้องวิธีเดิมๆ คือสอนให้ลูกสาวรักนวลสงวนตัว อย่าอยู่ในที่ลับตาสองต่อสอง พยายามคบเพื่อนทุกคนแบบเพื่อนเสมอต้นเสมอปลาย ชักชวนกันเรียนหนังสือ หาความรู้เพื่ออนาคตที่ดีของทุกคน ส่วนลูกชายก็สอนให้ดูแล เอาใจใส่แม่ ให้เกียรติเพื่อนผู้หญิง ไม่เอาเปรียบ ไม่ทำร้ายผู้หญิงไม่ว่าจะโดยกำลังกาย หรือวาจา ที่สำคัญที่ต้องเน้นตลอดเวลาทั้งลูกสาวและลูกชายคือจะต้องมีสติตลอดเวลา ไม่หลงในอบายมุขเด็ดขาด ดังนั้นไม่ว่าโลกจะหมุนเร็วแค่ไหน เด็กจะสามารถอยู่ในสังคมได้อย่างปลอดภัยแน่นอน

suk   (17 พฤศจิกายน 2553  เวลา 13:24:53)