Loading ...

ขณะที่ผู้เขียนกำลังนั่งปั่นต้นฉบับอยู่นี้ ยังไม่ล่วงเข้าสู่ศักราชใหม่ อันที่จริงแล้วตั้งใจอยู่เหมือนกันว่าฉบับนี้เป็นฉบับต้อนรับปีใหม่ อยากจะเขียนอะไรสวยๆ งามๆ ให้เข้ากับเทศกาลกับเขาบ้าง แต่ปีที่ผ่านมามีเรื่องราวเกิดขึ้นมากเหลือเกิน ซ้ำยังเป็นเรื่องราวที่ผู้เขียนไม่เคยเผชิญมาก่อน แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว ผู้เขียนคิดว่าเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ดีมากทีเดียว เช่น การต้องเข้าไปอยู่ในสถานการณ์แห่ง “ความเป็น ความตาย”

เพื่อนของผู้เขียนคนหนึ่งสูญเสียน้องชายไปด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ น้องชายคนนี้เปรียบเสมือนญาติคนเดียวของเขา เป็นแรงบันดาลใจ เป็นเครื่องหล่อเลี้ยงชีวิตให้เพื่อนของผู้เขียนมีกำลังในการเรียนและการทำงาน แต่เมื่อน้องชายมาเสียชีวิตโดยกะทันหันแบบนี้จึงยากที่จะทำใจยอมรับ

และเขาเลือกที่จะจบชีวิตตัวเองตามน้องชาย

โชคดีที่ผู้เขียนเข้าไปทัน และโชคดีอีกเหมือนกันที่เขายอมพูดคุยกับผู้เขียน ระบายความรู้สึกทุกอย่างออกมา ซึ่งต้องพูดคุยอีกพักใหญ่กว่าอารมณ์ที่อยากจะตายค่อยคลี่คลายลง กระนั้นก็ต้องใช้เวลาอีกหลายวันกว่าอารมณ์นี้จะดับไปได้จริง

ระหว่างพูดคุยประโยคหนึ่งเขาบอกว่า อยากตายเพื่อที่จะได้ไปอยู่กับน้อง เพราะเมื่อไม่มีน้องชายอยู่ด้วยแล้ว เขาเหมือนอยู่ตัวคนเดียวในโลก

ผู้ไม่เขียนไม่รู้หรอกว่า โลกหน้ามีจริงหรือเปล่า ตายแล้วจะได้ไปอยู่ด้วยกันจริงไหม เมื่อไม่รู้ทางข้างหน้า ทำไมเราไม่ทำวันนี้ให้ดี ทำไมเราไม่อยู่กับวันนี้

กวีบทหนึ่งจาก “หมายเหตุจากสวนโมกข์” โดย กานติ ณ ศรัทธา มีชื่อบทว่า “ดับ” เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิต ความตาย และความรู้สึกของคนที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่อ่านแล้วผู้เขียนรู้สึกว่า “เกิด” เลยอยากแบ่งปันให้ทุกท่านได้อ่านกัน

เศร้าไหมเมื่อมีคนตาย

ควันไฟเผาศพทำให้เธอคิดอย่างไรหรือเปล่า

น้ำตาของผู้วางดอกไม้จันท์นั้นเล่า

บอกสิ่งใดไหมเกี่ยวกับการอยู่และการจากลา

ดูแววตาของพระบวชหน้าไฟ

ซึ่งตั้งใจกรวดน้ำอุทิศส่วนกุศลนั่นสิ

เธอเห็นแจ้งบ้างหรือไม่

ว่าชีวิตมีค่าเพียงใด

ต่อการหายใจอยู่ทุกวันนี้

 

ผู้เขียนเชื่อเสมอว่าชีวิตเป็นสิ่งมีค่า ปัจจุบันเป็นสิ่งมีค่า เรามีอดีตได้ อดีตที่อาจจะแสนหวานหรือเจ็บปวด แต่จะต้องไม่เก็บอดีตมาหลงละเมอจนไม่เป็นอันทำอะไรในปัจจุบัน และเมื่อมีปัจจุบัน เราคาดหวังอนาคตได้ แต่ต้องเผื่อใจสำหรับความพลาดหวังด้วย

เมื่อทบทวนที่มาที่ไปของอาการไม่อยากมีชีวิตอยู่ของเพื่อน ผู้เขียนพบว่า เขาเป็นคนคาดหวังสูง วางแผนชีวิตไว้อย่างละเอียดเป็นขั้นเป็นตอน มีเป้าหมายในการใช้ชีวิตอย่างชัดเจน เมื่อมีเหตุการณ์ที่ทำให้แผนที่วางไว้สะดุดลงจึงยากที่จะทำใจยอมรับ

“นิ้วกลม” นักเขียนและคอลัมนิสต์ในมติชนสุดสัปดาห์พูดถึงการตั้งเป้าหมายในชีวิตของคนเราไว้ในมติชนสุดสัปดาห์ฉบับล่าสุดว่า “เป้าแข็งไปไม่ดี” เพราะหากไม่ได้ตามเป้าที่วางไว้ ความทุกข์จะเกาะอยู่กับเราตลอดเวลา

ปีใหม่นี้ ขอเป็นกำลังใจให้กับทุกท่านที่มุ่งมั่น ตั้งใจ ทำเป้าหมายให้ประสบความสำเร็จ แต่หากไม่เป็นไปตามที่คาดหวังไว้ ลองลดระดับความเข้มข้นของเป้า เชื่อว่าชีวิตจะมีความสุขขึ้นอีกเยอะ

สวัสดีปีใหม่ค่ะ



ความคิดเห็นที่  3

มีกำลังใจขึ้นมาก เพราะเป้าที่ตั้งไว้มันค่อนข้างจะแข็ง

ครูประโคนชัย   (4 มกราคม 2554  เวลา 16:08:52)

ความคิดเห็นที่  2

อย่าหวังอะไรมาก  หวังมากถ้าไม่ได้ดังหวังย่อมเสียใจมาก  บางครั้งแทบปรับตัวไม่ได้
ขอบคุณนะคะ  ข้อความดี ๆ

เบญจมา    ประสาธน์วุวรรณ   (3 มกราคม 2554  เวลา 19:58:44)

ความคิดเห็นที่  1

เป็นข้อเขียนที่ดีมาก  อ่านแล้วมีกำลังใจขึ้นเยอะเลย  ขอบคุณนะคะ

รุ่งทิวา  บาลยอ   (2 มกราคม 2554  เวลา 20:18:34)