Loading ...

ภาพประกอบจากอินเทอร์เน็ต

                ปีใหม่เดินทางผ่านมาครึ่งเดือนแล้ว... ผู้เขียนเพิ่งได้มีโอกาสอยู่นิ่งๆ ทบทวนเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตเมื่อปีที่ผ่านมาและทบทวนความตั้งใจที่จะทำสิ่งต่างๆ ในปีนี้ว่าได้เริ่มลงมือทำหรือยัง?

          เหตุที่ต้องมานั่งทวนตัวเอง ก็เพราะสิ่งที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำในปีนี้ก็เป็นสิ่งเดิมๆ ที่เคยตั้งใจไว้ว่าจะทำเมื่อปีที่แล้ว เมื่อปีที่แล้วไม่ได้ทำจึงยกยอดมาทำในปีนี้ ซึ่งนับไปนับมาแล้วมีหลายความตั้งใจเหลือเกิน และความตั้งใจหนึ่งที่จะทำเมื่อปีที่แล้วจนบัดนี้ก็ยังไม่ได้ทำก็คือ “ไปเรียนขับรถยนต์”

          จริงๆ แล้วความตั้งใจที่ว่า ถ้าจะทำจริงๆ ก็ใช้เวลาไม่มากมายอะไรเลย แถมโรงเรียนสอนขับรถยนต์นี่ก็มีเกลื่อนกลาดทั่วเมือง แต่เพราะด้วยความรู้สึกที่ว่ามันใช้เวลาไม่มากกมายนี่แหละอีกแป๊บค่อยทำก็ได้

          อีกแป๊บ อีกแป๊บ ไปเรื่อยๆ ก็เลยครบปี

          ปีนี้จึงตั้งใจว่า จะเริ่มทำสิ่งที่ตั้งใจตั้งแต่ต้นปี เพราะไม่ใช่มีแต่เรื่องที่ใช้เวลาไม่มากนักที่ตั้งใจไว้ว่าจะทำ แต่มีบางเรื่องที่ต้องใช้เวลามากอยู่เหมือนกันกว่าจะสำเร็จ เลยคิดว่าควรจะต้องเริ่มทำตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

          เริ่มแต่เนิ่นๆ ค่อยๆ ทำ เมื่อมีก้าวแรก ก็ย่อมมีก้าวต่อๆ ไป ขอเพียงให้ก้าวเดินอย่างสม่ำเสมอ จะต้องเดินไปถึงจุดหมายอย่างแน่นอน เหมือนที่ “นฤเบศ” เขียนบทกวีที่ชื่อ “ก้าวใกล้ใกล้” คอลัมน์กวีกระวาด ในมติชนสุดสัปดาห์ฉบับประจำวันที่ ๗-๑๓ มกราคม ๒๕๕๔ ว่า

อย่าถาม                                                                                          
ว่าจะไปได้ไกลแค่ไหน
อย่าก่นร้อง
อย่าพะวงและเป็นทุกข์เลย

ทุกอย่างยังคงเคลื่อนไหว ไหลเลื่อน
ยังคงงอกเงย ต่อยอด
ช้าช้า...ด้วยจังหวะหนักแน่น หยั่งลึก

ปลายทางที่ปลายเท้า
ก้าว
ใกล้
ใกล้
เห็นไหม... 
ไม่ไกลเลย

            ลงมือทำ ทำอย่างเต็มที่ แล้วจะสำเร็จเหมือนอย่างที่ตั้งเป้าไว้หรือเปล่าก็เป็นอีกเรื่อง เพราะบางครั้ง “ปลายทาง” อาจจะไม่ใช่ความสำเร็จอย่างที่ใจเราอยากให้เป็น แต่ “ระหว่างทาง” ที่เราได้เก็บเกี่ยว เรียนรู้ต่างหากเล่า คือความสำเร็จที่แท้จริง และบางครั้ง...กลับเป็นความสำเร็จที่เรามองข้าม

          เขียนมาถึงตรงนี้แล้วนึกขึ้นได้ว่า สมัยเรียนมีอาจารย์ท่านหนึ่งถามว่า experience แปลว่าอะไร นักเรียนทั้งหลายก็ตอบตามพจนานุกรมว่า experienceแปลว่า ประสบการณ์ แล้วอาจารย์ก็ชวนคิดต่อว่า ประสบการณ์แปลว่าสิ่งที่ผ่านมาแล้วใช่ไหม เมื่อผู้เรียนพยักหน้าอีกครั้ง อาจารย์ก็ว่า สิ่งที่ผ่านมาจะไม่เรียกว่าประสบการณ์เลย หากเราไม่เกิดการเรียนรู้

            ไม่ว่าจะเดินทางไปสู่จุดมุ่งหมายด้วยการก้าวยาวๆ หรือก้าวสั้นๆ ใช้เวลามากหรือน้อยกว่าจะถึง หรือเป็นไปได้ว่าอาจจะไปไม่ถึงจุดมุ่งหมายเลย แต่ทุกก้าวจะทำให้เราเกิดการเรียนรู้ที่จะนำมาปรับใช้กับชีวิต ขอเพียงแต่ให้เราเริ่มก้าวเท่านั้น

          ผ่านไป ๑๕ วันแล้ว หากใครยังไม่ได้เริ่มก้าวแรกที่จะทำในสิ่งที่ตั้งใจไว้ เริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ดีไหม?

          มาเริ่มพร้อมๆ กัน...