Loading ...

          

          

           มีโอกาสได้สนทนากับน้องสาวที่เป็นครูสอนวิชาภาษาไทย แต่ไม่ได้คุยกันเรื่องภาษงภาษาอะไรหรอกนะคะ คุยเรื่องสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้ต่างหาก ก็แหม...ชายแดนออกจะฮึ่มๆ ไม่คุยเรื่องนี้เดี๋ยวจะถูกกล่าวหาว่า “ไม่รักชาติ” หรือ “เป็นคนไทยอ๊ะป่าว?”

          พูดถึงตรงนี้คุณน้องสาวก็ท่องกลอนบทหนึ่งให้ฟัง “ในโลกนี้มีอะไรเป็นไทยแท้... ของไทยแน่นั้นหรือคือภาษา” แล้วก็ว่าไอ้ดินแดนที่มีปัญหากันอยู่ตอนนี้น่ะ เอาเข้าจริงเป็นของไทยหรือเปล่าก็ไม่รู้ จะฆ่าจะแกงกันไปทำไม

            ก่อนจะไปเรื่องอื่น ขอย้อนกลับไปที่กลอนที่น้องสาวท่องให้ฟัง กลอนบทนี้เป็นผลงานของ ม.ล.ปิ่น มาลากุล บุคคลสำคัญของโลกด้านการศึกษาและศิลปินแห่งชาติ จริงๆ กลอนบทนี้มีต่อว่า

          “...ซึ่งผลิดอกออกผลแต่ต้นมา            รวมเรียกว่าวรรณคดีไทย

              อนึ่งศิลป์งามเด่นเป็นของชาติ         เช่นปราสาทปรางค์ทองอันผ่องใส

         อีกดนตรีร่ายรำลวดลายไทย               อวดโลกได้ไทยแท้อย่างแน่นอน

               และอย่าลืมจิตใจแบบไทยแท้        เชื่อพ่อแม่ฟังธรรมคำสั่งสอน

         กำเนิดธรรมจริยาเป็นอาภรณ์               ประชากรโลกเห็นเราเป็นไทย

               แล้วยังมีประเพณีมีระเบียบ             ซึ่งไม่มีที่เปรียบในชาติไหน

         เป็นของร่วมรวมไทยให้คงไทย             นี่แหละประโยชน์ในประเพณี   

                ได้รู้เช่นเห็นชัดสมบัติชาติ              เหลือประหลาดล้วนเห็นเป็นศักดิ์ศรี

          ล้วนไทยแท้ไทยแน่ไทยเรามี              สิ่งเหล่านี้คือวัฒนธรรม”

           ผู้เขียนอยากชวนตั้งคำถามเรื่องความเป็นไทย ยกตัวอย่างง่ายๆ ตามบทกลอนข้างต้นก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นภาษาไทย วรรณคดีไทย สถาปัตยกรรมไทย ดนตรีไทย จิตใจแบบ “ไทยๆ” ที่รวมเรียกว่าวัฒนธรรมไทยนั่นล่ะ เอาเข้าจริงมีอะไรเป็นไทย “แท้ๆ” บ้าง

          มาดูกันที่ ภาษาไทย เราเชื่อว่าพ่อขุนรามคำแหงเป็นผู้ประดิษฐ์อักษรไทยตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าพ่อขุนรามคำแหงก็ทรงดัดแปลงอักษรไทยมาจากอักษรของขอมอีกที

          ในด้านถ้อยคำที่เราใช้ก็เชื่อกันว่าคำไทยแท้คือคำโดด หมายถึงคำพยางค์เดียวและมีความหมาย เช่น ดำ แดง น้ำ แม่ พ่อ ฯลฯ แต่ปัจจุบัน เรามักไม่ใช้คำโดดในการสื่อสารแต่เพียงอย่างเดียว การใช้คำศัพท์ของไทยขยายกว้างออกไป มีการยืมคำจากภาษาเขมรและบาลีสันสกฤตมาใช้ รวมทั้งภาษาฝรั่ง (อังกฤษ) ด้วย แค่ชื่อของพวกเราก็ไม่มีใครใช้ชื่อคำไทยโดดๆ แบบสมัยก่อนอีกแล้ว

            มาถึงวรรณคดีไทยที่มีอยู่มากมาย พยายามนึกจริงๆ ว่ามีเรื่องไหนที่มีกลิ่นอายแบบไทยบ้าง เท่าที่นึกได้คือเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” นอกจากนั้นก็เห็นแต่ว่าไทยรับมาจากที่อื่นแล้วนำมาปรับให้เข้ากับวิถีของไทย เช่น รามเกียรติ์ ก็มีที่มาจากรามายณะของอินเดีย หลายเรื่องมีที่มาจากชาดก นั่นหมายความว่าเรารับมาพร้อมกับศาสนาพุทธที่มีที่มาจากอินเดีย เช่น สมุทรโฆษคำฉันท์ มหาชาติคำหลวง ไม่นับเรื่องที่เราแปลมาจากจีนอย่าง สามก๊กและไซ่ฮั่น

          ยังมีข้อถกเถียงเกี่ยวกับความเป็นไทยอีกหลายอย่าง ดนตรีไทยก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น ระนาดทุ้ม กลอง ฯลฯ เครื่องดนตรีรูปแบบที่ว่ามีให้เห็นในหลายประเทศแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมถึงนาฏศิลป์การร่ายรำต่างๆ ที่ว่าเป็นของไทย ก็ยากจริงๆ ที่จะบอกว่าเป็น “ไทยแท้”

            นับประสาอะไรกับเรื่องดินแดนที่ในอดีตมีการรบราฆ่าฟันชิงพื้นที่กันไปมาอยู่ตลอดเวลา

          บางทีก่อนที่จะบอกว่าเราคือคนไทย เราหวงแหนทุกสิ่งทุกอย่างที่เป็นของไทย เราอาจจะต้องกลับมาตั้งคำถามและหาคำตอบให้ได้ก่อนว่า ความเป็นไทยคืออะไรกันแน่?

            ได้คำตอบแล้วค่อยทะเลาะกันก็ยังไม่สายนะ... เดี๊ยนว่า



ความคิดเห็นที่  11

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นไทยแท้
ที่ว่าแน่คือภาษาหาไทยทั้งหมดไม่
ซึ่งหยิบยืมผสมผสานมาประปรับใหม่
รวมเรียกไปว่าวรรณคดีไทย

อนึ่งศิลป์งามเด่นเป็นของชาติ
เช่นปราสาทปรางค์ทองอันผ่องใส
อีกดนตรีร่ายรำลวดลายไทย
อวดโลกไว้ว่าเป็นไทยก็ไม่แน่นอน

คงจะมีแต่จิตใจแบบไทยแท้
เชื่อพ่อแม่ฟังธรรมคำสั่งสอน
อย่าได้คิด อย่าได้เถียง หรือต่อกร
อาจเดือดร้อนถูกต่อว่า "คนไทยหรือเปล่า"

แล้วยังมีประเพณีไร้ระเบียบ
ซึ่งไม่มีที่เปรียบในชาติไหน
เป็นของร่วมรวมไทยให้คงไทย
นี่หรือประโยชน์ในประเพณี

เจ๊กชังชาติ   (26 เมษายน 2562  เวลา 19:47:50)

ความคิดเห็นที่  10

ในโลกนี้ไม่มีอะไรเป็นไทยแท้

เจ๊กชังชาติ   (26 เมษายน 2562  เวลา 19:42:19)

ความคิดเห็นที่  9

ถอดบทประพันธ์ให้หน่อยครับ

นักเรียน   (21 มิถุนายน 2560  เวลา 09:32:53)

ความคิดเห็นที่  8

อออิแืิดิหดเดกิ

เชอรี่   (26 ตุลาคม 2559  เวลา 17:56:33)

ความคิดเห็นที่  7

ถอดคำประพันธ์ใหเหน่อยค้ะ

นร.   (26 ตุลาคม 2559  เวลา 09:59:39)

ความคิดเห็นที่  6

ถอดคำประพันให้หน่อยค้ะ

นักเรียน   (9 กรกฎาคม 2559  เวลา 20:39:35)

ความคิดเห็นที่  5

อยากรู้ความหมาย

จิรศักดิ์ พระสุวรรณ   (29 พฤษภาคม 2555  เวลา 19:39:21)

ความคิดเห็นที่  4

ดีนะค่ะ เพราะทำให้ทุกคนที่ได้อ่านได้รู้ซึ้งถึงการมีวัฒนธรรมไทยเป็นของตนเองมากยิ่งขึ้นค่ะ

คนน่ารักมักรักคนง่าย   (21 กรกฎาคม 2554  เวลา 16:52:51)

ความคิดเห็นที่  3

ดีนะคะ

อาภาภรณ์   (18 มิถุนายน 2554  เวลา 13:11:10)

ความคิดเห็นที่  2

มีอะไรเป็นไทยแท้  เอาสั้น ๆ ใกล้ ๆ ไม่ต้องนับถอยหลังไปมาก  ถ้านับมากจะไม่เหลือความเป็นไทยเลยเพราะ        อะไร ๆ ก็ว่าเอาของเขามา  อันนี้ต้องยอมรับว่าชนชาติไทยเป็นชนชาติที่ใจกว้างยังกับแม่น้ำ  มหาสมุทร  เพราะไม่คับแคบในความคิด  และ ไม่เย่อหยิ่งอะไร  ของใครดี  เข้าทีเข้าท่าฉันเอามาดัดแปลงปรับปรุงให้เป็นแบบไทย  เหลือบแลศิลปะวัฒนธรรมของคนพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยกันจะหาชาติใดที่ทำได้เนี้ยบเท่าชนชาติไทย  ก็ยังไม่ค่อยจะเจอนะ ไทยอาจจะเป็นชาติเพิ่งเกิดใหม่  เกิดทีหลังอินเดีย  จีน  แต่ว่าวันนี้ของเราก็ไม่ได้ล้าหลังชาติใด  ที่จริงอาจจะล้ำไปข้างหน้ามากเกินไปเสียด้วยซ้ำ  เห็นด้วยกับความคิดเห็นที่ 1 ที่ว่าสงสารประเทศไทยในปัจจุบันเหลือเกิน  มีแต่คนจะเอานี่  นั่น  โน่น  มีใครจะให้มั่งมั้ย  ภาษียังโกงได้โกงเอา  รักประเทศไทยกันทุกคน  แต่เป็นการรักแต่ปาก  จิตสำนึกมีแค่ไหน  แต่ถึงยังไงก็ดีใจที่ได้เกิดมาเป็นคนไทย  จะมีอะไรเป็นไทยแท้ไม่แท้ ไม่ชอบคิดให้ปวดหัว  ภูมิใจในสิ่งที่เห็นที่เป็นสืบทอดกันมาก็พอ  อย่าไปคุ้ยแคะให้มันเสียอารมณ์ดีกว่า  ปู่ย่าตายายที่ล้มหายตายจากไปจะลุกขึ้นมาด่าเอาว่า  ไอ้ลูกหลานจัญไรมือไม่พายยังเจือกเอาเท้าราน้ำอีกแน่ะ...

โรงเรียนบ้านป่าแดง   (7 กุมภาพันธ์ 2554  เวลา 15:27:10)

ความคิดเห็นที่  1

มีอะไรเป็นไทยแท้  จากข้อความนี้  เมื่ออ่านแล้วมีความเห็นว่า  ความเป็นไทยนั้น อยู่ที่จิตสำนึกของคนเรามากกว่า
ว่าเมื่อคิดว่าตนเป็นคนไทยก็ควรทำในสิ่งที่ส่งเสริมให้ไทยคงอยู่  เจริญก้าวหน้า โดยเฉพาะในด้านจิตใจ  ส่วนภาษาไทย วรรณคดีไทย ดนตรีไทย และนาฏศิลป์ไทยนั้นเป็นสิ่งที่ดีงามที่บรรพบุรุษมอบไว้ให้  เราก้ควรรักหวงแหนและอนุรักษ์ไว้  ไม่ใช่ว่าคนอื่นเขาว่าวัฒนธรรมของไทยแต่เดิมไม่ดี ล้าสมัยแล้วจะต้องละทิ้ง  แล้วเห็นของชาติอื่นดีก็รับของเขามาทันที  โดยไม่คิดพิจารณาว่าเหมาะสมกับวัฒนธรรมของไทยเราหรือไม่ ดังจะเห็นในปัจจุบัน  ไม่ว่าจะเป็นการแต่งกาย  การประพฤติตนในสังคม  วัฒนธรรมของไทยเราหดหายไปอย่างมาก  การรักนวลสงวนตัวเทียบจะหมดไป  มีเหลืออยู่เพียงไม่กี่เปอร์เซ็นที่ยังรักษาขนบธรรมเนียมไทย  เมื่อมองประเทศเพื่อนบ้านรัฐบาลเขายังมีมาตรการรับมือกับต่างวัฒนธรรม  แต่ไทยเรายังมองเห็นไม่ชัดเจนเลยว่ามีมาตรการใดรับมือ  และลงมือกันจริงจังเพียงใด สิ่งที่เกิดขึ้นจึงเป็นอย่างที่เห็น อะไรที่เป็นไทยวัยรุ่นจะบอกว่าเชย โบราณ  เต่าล้านปี  แต่การทำแท้งเป็นเรื่องธรรมดาในสามัญสำนึกไม่มีนึกในเรื่องบาปบุณคุณโทษ  เห็นสังคมไทยในปัจจุบันแล้วรู้สึกสงสารประเทศไทยเป็นอย่างมาก
มีแต่คนที่บอกว่ารักประเทศไทย แต่การกระทำกลับทำลายไทยให้เสื่อมสูญ  ขอให้คนที่ยังรักและหวงแหนในความเป็นไทย  ไม่ใช่เอาแต่พูดอย่างเดียว  แต่ต้องลุกขึ้นมาปฏิบัติให้เห็นด้วยว่า  ความเป็นไทยเรานั้นอยู่อย่างพอเพียง  ไม่เบียดเบียนใคร  รักในถิ่นฐานบ้านเกิด มาเถอะพี่น้อง ลุกขึ้นมาช่วยกันปลุกจิตสำนึกรักและหวงแหนความเป็นไทยเราให้มากขึ้น ๆ  เพื่อให้ประเทศไทยเราคงอยู่ยั่งยืนยงสืบไป

โรงเรียนหนองม่วงประชานุกูล   (2 กุมภาพันธ์ 2554  เวลา 23:51:54)