Loading ...
                           

รูปจาก www.oknation.net

 

          ต้องบอกว่าจำไม่ได้เหมือนกันว่าตัวเองเคยเขียนถึงบทกวีประเภทแคนโต้ (canto) ไปหรือยัง แต่อยากจะบอกว่า บทกวีประเภทแคนโต้มีเสน่ห์มาก หากจะหาคำนิยามก็อาจจะบอกได้ว่า แคนโต้เป็นบทกวีแบบ “ง่ายและงาม”

          แคนโต้มีลักษณะเป็นกลอนเปล่า ๓ บรรทัด ประกอบไปด้วยกลุ่มถ้อยคำสั้นๆ แต่อ่านแล้วชวนให้เกิดจินตนาการได้กว้างไกล อาจกล่าวได้ว่าแคนโต้เป็นบทกวีไทยร่วมสมัย เกิดขึ้นโดยคนไทย แต่มีลักษณะเป็นลูกผสม เพราะมีรูปแบบคล้ายกวีไฮกุของญี่ปุ่น ต่างกันตรงที่ไฮกุจะเน้นไปทางการแสวงหาความหลุดพ้น แต่แคนโต้นั้นมีหลายอารมณ์ เช่น

          เชื่อใจใครไม่ได้                   ไม่อยากเรียน                       ความกลัว

          แม้แต่                                แต่ฉัน                               บีบบังคับ

          ตนเอง                               อยากรู้                              ให้ฉันตาย

          กวี ๓ บรรทัดนี้ เป็นของผู้แต่งนามว่า “ดอกไม้สีส้ม” จากหนังสือห้าแคนโต้หมายเลข ๑ ซึ่งผู้อ่านที่สนใจสามารถเข้าไปอ่านได้ที่ www.thaicanto.comซึ่งจะรวบรวมแคนโต้น่าสนใจไว้มากมายจากหลากหลายผู้แต่ง แต่ปักษ์นี้ผู้เขียนขอเขียนถึงผลงานของ “ดอกไม้สีส้ม” เพราะนอกจากบทกวีที่เธอเขียนจะน่าสนใจแล้ว โดยประวัติของเธอเองก็น่าสนใจไม่น้อย

          ดอกไม้สีส้มกำลังศึกษาอยู่ที่ลอนดอน และกลุ่มคนที่รักการอ่านบทกวีแคนโต้ ซึ่งเป็นผู้ดูแลเว็บไซต์ดังกล่าว ให้คำนิยามเธอว่า “ผู้หญิงสมบูรณ์แบบ”

          ไม่ว่าแต่ละคนจะตีความหมายของคำว่าสมบูรณ์แบบว่าอย่างไร ประกอบด้วยอะไรบ้างก็ตาม สำหรับผู้เขียน เมื่อได้อ่านแคนโต้ที่ดอกไม้สีส้มเขียนแล้ว ออกจะเชื่อว่าเธอเป็นผู้หญิงที่น่าสนใจในแง่ที่ตั้งคำถามกับการใช้ชีวิต อันสะท้อนมาจากบทกวีของเธอ อย่างบทนี้

                                                จะเป็นเช่นไร

                                                หากใช้ชีวิต

                                                โดยไม่เห็นตัวเองมาก่อน

          นั่นสิ... คนเราจะเป็นอย่างไร ถ้าใช้ชีวิตโดยไม่เห็นตัวเอง?

          ไม่เห็น... ในความหมายที่ว่า ไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรในชีวิต

          ผู้เขียนเชื่อว่า คนเราส่วนใหญ่มักจะตั้งคำถามกับตัวเองว่าชีวิตนี้ต้องการอะไร แต่ความต้องการ “อะไร” อาจจะเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของ “เป้าหมาย” ชีวิต

          อยากชวนคุณผู้อ่านลองตั้งเป้าใหญ่ๆ ไว้สักเป้า แล้วเดินไปตามเส้นทางที่จะไปสู่เป้าหมายนั้น เช่น หากเป้าหมายในชีวิตของเราคือการทำให้สังคมซึ่งอาจจะหมายถึงชุมชนเล็กๆ หรือหมู่บ้านของเราดีขึ้น ก็อาจจะต้องลองวางเส้นทางการใช้ชีวิตของเราว่าจะเดินทางไหน ก้าวแรกควรทำอะไร ต้องเตรียมอะไรระหว่างทางบ้าง ซึ่งการมีเป้าหมายจะทำให้การเดินทางของเราชัดเจนขึ้น ไปถึงเป้าหมายโดยใช้เวลาเดินทางน้อยลง

          แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก็อย่างในบทกวีที่ยกมา การจะมีเป้าหมายในชีวิตได้ สิ่งสำคัญอย่างแรกคือเราต้องเห็นตัวเองก่อน

          กลับมาที่จุดเริ่มต้น... วันนี้คุณเห็นตัวเองแล้วหรือยัง?



ความคิดเห็นที่  4

การตั้งเป้าหมายชีวิตเป็นสิ่งที่ดี

เพ็ญทิพย์ มามาก   (4 มีนาคม 2554  เวลา 16:59:03)

ความคิดเห็นที่  3

ยังไงก็ตามแต่เราต้องเชื่อมั่นในตัวเราเองก่อน และกล้าที่จะทำในสิ่งที่ถูกต้องและสมควร

jongsawhang   (3 มีนาคม 2554  เวลา 19:00:11)

ความคิดเห็นที่  2

เห็นด้วยว่าต้องมีการตั้งเป้าหมายในชีวิต ที่สำคัญต้องไม่ใช้ชีวิตอย่างประมาท

ปริญญ  มูลกันทะ   (3 มีนาคม 2554  เวลา 09:04:01)

ความคิดเห็นที่  1

ยอมรับว่าเพิ่งได้อ่านเคนโต้เป็นครั้งแรก เป็นคนอ่านน้อย แต่ชอบสำนวนภาษาไทย ใครเห็นตัวเองด้วยใจตนเองนับว่ามีความคิดที่จะทำอะไรดี ๆ ให้กับตนเอง สังคมและประเทศชาติ

สมพันธ์  อินทรวง   (1 มีนาคม 2554  เวลา 12:47:44)