Loading ...

           
รูปจาก www.liquid-art-gallery.com

           สถานการณ์น้ำท่วมเช่นนี้ เชื่อว่าหลายคนคงได้รับผลกระทบ ตัวผู้เขียนเองแม้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง แต่ครอบครัวที่อยู่ต่างจังหวัดก็ได้รับผลกระทบ น้ำท่วมสูงจนต้องหนุนพื้นบ้านอยู่ แต่ก็โชคดีที่โดยวิถีชีวิตปกติก็คุ้นชินกับน้ำด้วยว่าบ้านอยู่ติดคลอง ดังนั้น แม้ว่าปีนี้น้ำจะมามาก แต่ครอบครัวก็สามารถอยู่ร่วมกับน้ำได้โดยปรับวิถีชีวิตนิดหน่อย อย่างไม่ลำบากจนเกินไปนัก หากเทียบกับข่าวคราวที่เห็นว่าคนกรุงเทพฯ ผู้ซึ่งไม่คุ้นชินกับสายน้ำต้องเผชิญกับการปรับตัวครั้งใหญ่เมื่อ “น้องน้ำ” มาเยือน ทั้งต้องอพยพกันอย่างทุกลักทุเล  ใช้เรือในการสัญจร ทนกับกลิ่นเน่าและขยะลอยเกลื่อน

          ลำบากขนาดนี้ก็ไม่รู้ว่า “พี่กรุง” จะเกลียด “น้องน้ำ” ไปเสียแล้วก็ไม่รู้

          สำหรับผู้เขียน เป็นคนหนึ่งที่ชื่นชอบ “น้ำ” มาก ชอบนั่งดู ชอบลงไปว่าย (แต่เดี๋ยวนี้ชักไม่กล้าเพราะได้ข่าวว่ามีปลิง) ชอบพายเรือ เพราะรู้สึก “เย็น” ทุกครั้งเวลาอยู่ใกล้น้ำ เป็นความเย็นทั้งกายและใจ

          ใครที่รู้สึกโกรธน้องน้ำที่นำความเดือดร้อนมาให้ ก็อย่าโกรธนานเลยนะคะ จริงๆ แล้วน้องน้ำน่ารักมาก เหมือนในบทกวี “วารีดุริยางค์” ตามที่เนาวรัตน์  พงษ์ไพบูลย์แต่งไว้  ใครที่ได้อ่านแล้วคงรู้สึก “เย็น” ไปกับสายน้ำและธรรมชาติที่บริสุทธิ์ น้ำใส ป่าเขียว อย่างวรรคนี้

                    หางนกยูงระย้าเรี่ยคลอเคลียน้ำ              แพนดอกฉ่ำช้อยช่อวรวิจิตร  

งามดั่งเปลวเพลิงป่ามานิรมิต                                       สร้อยโสภิตอภิรุมพุ่มหัวใจ

                    เพชรน้ำค้างค้างหล่นบนพรมหญ้า       เย็นหยาดฟ้ามาฝันหลงวันใหม่  

เคล้าเคลียหยอกดอกหญ้าอย่างอาลัย                       เมื่อแฉกดาวใบไผ่ไหวตะวัน

                    มโหรีจากราวป่ามาเรื่อยรี่                         ราชินีแห่งน้ำค้างจะห่างหัน 

ฝักต้อยติ่งแตกจังหวะประชันกัน                                จักจั่นจี่เจื้อยรับเรื่อยร้อง

 

          อ่านแล้วได้ยินเสียงน้ำ เสียงป่าแว่วมารวมถึงเห็นภาพความเคลื่อนไหวของธรรมชาติหรือเปล่า เพราะ “วารี” ซึ่งก็คือน้ำ กำลังเล่นดนตรีให้ผู้อ่านฟังเป็นท่วงทำนองอันไพเราะรื่นหู                                                                                                                       

          เสียดาย....ที่สถานการณ์ตอนนี้ เพลงที่น้องน้ำบรรเลง อาจจะไม่ใช่เพลงที่มีท่วงทำนองที่ฟังแล้วเย็นใจเหมือนในบทกวี แต่อาจจะเป็นเพลงที่มีท่วงทำนองเศร้าและมีเนื้อหาตัดพ้อที่พวกเรา “ละเลย” และ “กระทำย่ำยี” ต่อน้องน้ำราวกับเธอไม่มีหัวใจ

          ทั้งๆ ที่เธอมีความสำคัญต่อพวกเรามาก      

          หากขาดน้ำ ไม่เกินสามวันเราจะเสียชีวิต และโปรดอย่าลืมว่าหากไม่มีน้ำ เราจะไม่มีอะไรชำระล้างร่างกายและข้าวของเครื่องใช้ให้สะอาด

          แต่ที่ผ่านมา...เรากลับทำร้ายน้องน้ำกันเหลือเกิน  นอกจากจะทิ้งขยะลงแม่น้ำ ตัดไม้ทำลายป่าอันเป็นต้นกำเนิดของน้ำแล้ว เรายังปลูกสร้างอาคารบ้านเรือน โรงงานอุตสาหกรรมมากมาย ขวางทางไหลของน้ำ

          ก็ไม่แปลกหรอก...ถ้าน้องน้ำจะ “ประท้วง” เราบ้าง                                                                                

          หากเรายังอยากให้น้องน้ำบรรเลงเพลงอันไพเราะชื่นใจ  เราเองนั่นล่ะที่ต้อง “หยุด” ทำร้ายน้องน้ำ ซึ่งมาถึงบรรทัดนี้คงไม่ต้องบอกว่าเราต้องหยุดทำอะไร

          ก่อนจากกันฉบับนี้ ขอทิ้งท้ายด้วยวรรคทองของวารีดุริยางค์....สำหรับผู้ที่ยังไม่รู้ว่าจะต้องหยุดทำอะไร (จริงๆ)

 

                                        ฟังต้นไม้สายน้ำย้ำให้หยุด

                                        หยุดเสียทีเถิดมนุษย์หยุดสะสม

                                        หยุดปรุงแต่งแสร้งตามความนิยม

                                        สร้างสังคมโสโครกโลกจึงร้อน



ความคิดเห็นที่  1

เขียนได้ดีมากครับ สาเหตุน้ำท่วมมาจากมนุษย์ทำลายธรรมชาติ ป่าไม้ในภาคเหนือหรือเกือบทุกภาคหายไปไหน ถ้ายังไม่หยุดทำลายป่า น้ำจะท่วมทุกปี ป่าคอนกรีตไม่สามารถซึมซับน้ำได้ ยังไม่สายเกินไปถ้าคนไทยจะร่วมกันอนุรักษ์ป่า

สมพันธ์  อินทรวง   (28 พฤศจิกายน 2554  เวลา 10:16:22)