Loading ...
รถไฟฟ้ามาหานะเธอ
   
ชื่อทางการ รถไฟฟ้ามาหานะเธอ
ประเภท Romance
กำกับโดย อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม
     การหาคู่ครองในโลกปัจจุบันดูจะเปลี่ยนแปลงจากโลกในอดีตอย่างมาก ซึ่งหากเราย้อนเวลากลับไปในช่วงก่อน พ.ศ. 2500 จะเห็นความเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างชัดเจน ปู่ ย่า ตา ยาย หรือบางทีอาจจะเป็น พ่อ แม่ ลุง ป้า ส่วนใหญ่ล้วนแต่มีคู่ครองจากการดูตัวหรือคลุมถุงชนกันแทบทั้งนั้น ในทางเดียวกับความเปลี่ยนแปลงเรื่องอายุเฉลี่ยของการมีครอบครัวที่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงทางสังคม วัฒนธรรมและการที่คนส่วนใหญ่มีการศึกษาสูงขึ้น
 
     “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” ดูจะเป็นภาพยนตร์ที่สะท้อนทัศนคติเรื่องคู่ครองของสังคมไทยได้เป็นอย่างดี หนังบอกเล่าเรื่องราวของ เหม่ยลี่ หญิงสาวอายุ 30 ที่ไม่เคยมีแฟนมาก่อน เธอรู้สึกเหงา โดดเดี่ยว และเปล่าเปลี่ยวยิ่งนักในวัยที่เพื่อนสาวของเธอต่างมีคู่ครองและแต่งงานกันไปหมดแล้ว จนกระทั่ง เหม่ยลี่ ได้พบกับ ลุง ชายหนุ่มรูปงามโดยบังเอิญ ที่ทำให้ชีวิตของเธอเริ่มเปลี่ยนไป และเธอตั้งใจอย่างแน่วแน่ที่จะตามจีบผู้ชายก่อน จนทั้งสองได้กลายเป็นคู่รักกันในที่สุด
ู่
      หนังเรื่องนี้ได้สะท้อนอย่างชัดเจนถึงความสำคัญของอายุ 30 ที่กลายเป็นปัญหาสำหรับหญิงสาวหลายคนที่ยังหาคู่ไม่ได้ ที่ชวนให้ตั้งคำถามว่าทำไมอายุ 30 จึงกลายเป็นช่วงอายุสำคัญของผู้หญิง การตัดสินว่าจะ “ขึ้นคาน” หรือไม่ทำไมจึงอยู่ในช่วงวัยดังกล่าว ทั้งที่ในอดีตผู้หญิงส่วนใหญ่จะแต่งงานกันก่อนอายุ 20 หากปล่อยให้เกินกว่านั้นก็อาจหาสามีได้ยากยิ่ง สิ่งนี้ดูจะสัมพันธ์กับการเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ผู้หญิงมีการศึกษาสูงขึ้น ทำให้ระยะเวลาในการมีคู่หรือแต่งงานต้องขยับออกไปตามกรอบคิดที่ว่าควรแต่งงานหลังจากเรียนจบ (ปริญญาตรี) แล้ว ในทางเดียวกัน หนังเรื่องนี้ยังได้ตอกย้ำความสำคัญสูงสุดของผู้หญิงก็คือการมีคู่หรือการแต่งงานอันแสนจะโรแมนติก ในแง่นี้อาจทำให้หญิงสาวที่ยังไม่ได้แต่งงานจำนวนหนึ่งรู้สึกว่ามีบางสิ่งในชีวิตที่ขาดหาย เกิดความเหงา และอาจกลายเป็นปมในใจของใครบางคน ทั้งที่ความจริงการมีคู่หรือแต่งงานอาจมิได้มีความสำคัญขนาดนั้น
ู่
     นอกจากนี้ “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” ยังแสดงให้เห็นความคิดที่เปลี่ยนแปลงไปเกี่ยวกับการหาคู่ครองของผู้หญิง ที่แต่เดิมต้องรอให้ผู้ชายเป็นฝ่ายมาจีบหรือเริ่มความสัมพันธ์ก่อน มาเป็นผู้หญิงก็สามารถเข้าไปจีบและเริ่มความสัมพันธ์ได้โดยมิได้ถือว่าเสียหาย ทัศนคติหรือภาพที่สะท้อนออกมาจากหนังเรื่องนี้จึงราวกับเป็นสิ่งที่เหลื่อมซ้อนกันระหว่างทัศนคติแบบดั้งเดิมเรื่องความรักโรแมนติกและการมีคู่ของผู้หญิง กับทัศนคติแบบค่อนข้างร่วมสมัยในเรื่องที่ผู้หญิงเข้าไปจีบผู้ชายก่อน

     ซึ่งประเด็นต่างๆ เหล่านี้ก็ดูจะเป็นความคิดที่ดำรงอยู่ในสังคมไทยปัจจุบัน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ เป็นความคิดที่เปลี่ยนแปลงจากอดีต และกำลังจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในอนาคต ซึ่ง “รถไฟฟ้ามาหานะเธอ” คือ ภาพสะท้อนอย่างดีของความคิดเกี่ยวกับความรักและคู่ครองร่วมสมัย แม้ว่าหลายคนอาจไม่เห็นด้วยหรือโต้แย้งก็ตามที



ความคิดเห็นที่  2

love  น่ารักค่ะ

da   (26 สิงหาคม 2553  เวลา 10:46:36)

ความคิดเห็นที่  1

ไม่ได้ไปดูเลย
รถไฟฟ้า มาหานะเธอ
แต่รู้ว่ารถไฟฟ้ากำลังจามาถึงบ้านเราแล้ว

ได้ฤกษ์   (19 พฤศจิกายน 2552  เวลา 18:41:32)