Loading ...
ภาพยนตร์โฆษณา ไทยประกันชีวิต
   
     “Que sera sera, Whatever will be will be”

     คงเป็นประโยคยอดฮิต ที่ทุกคนต้องเคยได้ยิน ต้องร้องได้ นี่คงเป็นผลจากความนิยม ความซาบซึ้ง และความรู้สึก “โดน” ของสังคมไทยกับโฆษณาของบริษัทประกันชีวิตแห่งหนึ่ง

           โฆษณาชิ้นนี้นำเสนอภาพของเด็กกลุ่มหนึ่งที่ตั้งแถวร้องเพลง “Que sera sera” ให้บรรดาแม่ของพวกเขาฟัง และทำให้รับรู้ได้โดยปริยายว่าเด็กเหล่านี้คือเด็กพิการ ดูเป็นภาพที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ก็กระทบความอารมณ์ความรู้สึกของคนไทยจำนวนมาก ทำนองว่า “เป็นความเรียบง่ายที่มีพลังทางอารมณ์อย่างสูงยิ่ง”
 
         แต่โฆษณาชิ้นนี้ก็สะท้อนให้เห็นความหมายบางประการที่แฝงอยู่ อันเป็นความหมายที่สัมพันธ์กับเพศสภาพ อำนาจ และภาพลักษณ์ที่ถูกตีตราในสังคมไทย

          ประการแรก คือ ภาพของแม่ที่นั่งฟังเพลงสะท้อนให้เห็น “ภาวะความเป็นแม่” ในฐานะผู้เลี้ยงดูและผู้กำหนดอนาคตของเด็กๆ ที่เชื่อมต่อกับภาพของผู้หญิงในสังคมไทยปัจจุบัน ซึ่งเป็นเพศที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกสะเทือนใจและ “อิน” หรือ “ซาบซึ้ง” กับปรากฏการณ์ต่างๆ ได้ง่าย

          ประการที่สอง คือ ภาพของเด็กพิการที่สะท้อนความรู้สึกน่าสงสารและหดหู่ ซึ่งสัมพันธ์กับความรับรู้เรื่องคนพิการในสังคมไทย ในฐานะบุคคลที่ไม่สามารถช่วยเหลือตนเอง สิ้นหวัง และรับความช่วยเหลือจากคนอื่นเสมอ
ู่

           ทั้งสองประการเปรียบเสมือนเป็นมายาคติของสังคมไทย ในการมองและเข้าใจกลุ่มคนทั้งสอง ทั้งที่ในความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงที่เป็นแม่ หรือเด็กพิการ ล้วนเต็มไปด้วยความหลากหลายและซับซ้อน ภาวะความเป็นแม่มิอาจยึดติดกับการเลี้ยงดูลูกและอารมณ์สะเทือนใจแต่เพียงอย่างเดียว ในขณะกับเด็กพิการจำนวนมากที่สามารถเติบโตด้วยตัวของตัวเอง และมีอนาคตตามที่พวกเขาฝัน

          ในแง่นี้ “Que sera sera, Whatever will be will be” หรือ “อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด” จึงอาจมิได้หมายถึงอนาคตแห่งความทุกข์ยาก หรือการต้องได้รับความช่วยเหลือตลอดเวลาของบรรดาเด็กพิการ เพราะอนาคตดูจะเป็นสิ่งที่ยากจะคาดเดา บรรดาเด็กพิการในโฆษณาในมุมหนึ่งอาจสามารถพึ่งตนเองได้โดยไม่ต้องมีหลักประกันเป็นตัวเงิน พอๆ กับเด็กพิการอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องการความช่วยเหลือ ที่ดูจะไม่ต่างอะไรกับเด็กปกติที่บางคนอาจเติบใหญ่ด้วยตัวเอง ในขณะที่บางคนต้องได้รับความช่วยเหลือตลอดเวลา่

          การตีตราหรือให้คุณค่ากับความเป็นแม่และความพิการ ดูจะเป็นสิ่งที่เข้ากันได้กับกรอบการรับรู้ของสังคมไทย กลายเป็นอารมณ์แห่งความเศร้า อารมณ์แห่งความสงสาร ซึ่งปิดบังซ่อนเร้นความรับรู้อื่นๆ ต่อความพิการ ความเป็นแม่ ที่ดำรงอยู่จริงในสังคมโลก และสังคมไทยปัจจุบัน

          สุดท้าย “Que sera sera, Whatever will be will be” อะไรจะเกิดก็ต้องเกิดไม่ว่าจะร้ายหรือดี เพราะอนาคตเป็นเรื่องที่มนุษย์ยากจะหยั่งถึง และอนาคตอาจเป็นเรื่องที่ไม่มีหลักประกันอะไรเลยก็เป็นได้